วันพฤหัสบดี, 24 กันยายน 2569

ศาลแขวงขอนแก่นพิพากษารอกำหนดโทษ 3 นักศึกษา คดีชักธงปฏิรูปสถาบัน หลังก่อเหตุที่ ม.ขอนแก่น

ศาลแขวงขอนแก่นพิพากษารอกำหนดโทษ 3 นักศึกษา คดีชักธงปฏิรูปสถาบัน หลังก่อเหตุที่ ม.ขอนแก่น

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 25 มี.ค.2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ศาลแขวงจังหวัดขอนแก่น ได้นัดอ่านคำพิพากษา ระหว่างโจทก์คือพนักงานอัยการ จ.ขอนแก่น กับจำเลย ประกอบด้วยนายวชิรวิทย์ เทศศรีเมือง แกนนำกลุ่มขอนแก่นพอกันที,นายชัยธวัช รามมะเริง และนายเชษฐา กลิ่นดี ทั้งหมดเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข. จากเหตุการณ์ที่แกนนำกลุ่มขอนแก่นพอกันที และกลุ่มผู้ชุมนุม ได้ทำกิจกรรมเชิญธงชาติลงจากยอดเสา เหตุเกืดเมื่อเดือน ก.พ.2565 ที่บริเวณหน้าอาคารสิริคุณากร ตึกอธิการบดีหลังเก่า มข.ก่อนนำธงสีแดงเขียนข้อความว่า ปฏิรูปกษัตริย์ ชักขึ้นยอดเสา ตามข้อกล่าวหาร่วมกันชักธงที่มีความหมายถึงประเทศไทยโดยไม่เคารพ โดยดูถูกเหยียดหยาม และโดยทำให้เกิดความเสื่อมเสียซึ่งเกียรติภูมิของประเทศไทย, ร่วมกันชักธงชาติไทยไว้ ณ ที่หรือโดยวิธีอันไม่สมควร และร่วมกันกระทำการใดๆ อันมีลักษณะเหยียดหยามต่อธง ตาม พ.ร.บ.ธงฯ มาตรา 45, 53 (3) และ 54

โดยทันทีที่ถึงเวลานัดหมาย จำเลยทั้ง 3 พร้อมด้วยนายพัฒนะ ศรีใหญ่ ทนายความจากเครือข่ายศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้เดินทางมารายงานตัวต่อศาลทันที โดยศาลไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนรวมทั้งผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาในเขตอำนาจศาลแต่อย่างใด

นายพัฒนะ ศรีใหญ่ ทนายความฯ กล่าวว่า คดีนี้โจทก์ได้ยื่นฟ้อง 3 ข้อหา โดยที่ศาลฯ มีคำพิพากษาตัดสิน 2 ข้อหา คือ คดีชักธงปฏิรูปกษัตริย์ว่าจำเลยทั้งสามกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ธงฯ ม.45,53(3) เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท จึงลงโทษตาม ม.45 ซึ่งโทษหนักที่สุด โดยพฤติการณ์ประกอบกับจำเลยยังเป็นนักศึกษา ไม่เคยมีโทษ มาก่อน ศาลจึงมีคำสั่งรอการกำหนดโทษ 2 ปี

“ศาลแขวงขอนแก่นได้พิพากษารอกำหนดโทษ โดยระบุว่าการกระทำของนักศึกษาถือเป็นการกระทำที่ผิดระเบียบ การชักธงของสำนักนายกรัฐมนตรี และเป็นการชักธงที่ไม่เหมาะสม ส่วนข้อหาดูหมิ่นเหยียดหยามธง นั้นศาลไม่ตัดสินว่าผิด ส่วนโทษคือการรอการกำหนดโทษไว้ ถือว่ามีความผิด แต่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะลงโทษจำเลยอย่างไร ให้โอกาสจำเลยได้กลับตัวกลับใจเป็นพลเมืองดี หลังจากนี้หากนักศึกษาทั้ง 3 คน มีความเห็นร่วมกันว่าคำพิพากษาไม่ถูกต้อง สามารถจะอุทธรณ์ได้ ต้องดูแนวทางกันก่อน ซึ่งดูจากอัตราโทษก็ถือว่าไม่ใช่คดีร้ายแรง”

นายพัฒนะ กล่าวต่ออีกว่า การที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงมาสังเกตการณ์ในทุกครั้งที่มาศาล ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติเพราะเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่วันนี้พบว่าเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวมีลักษณะการถ่ายภาพที่เจาะจงเป็นรายบุคคลเกินไป ต่างจากทุกครั้งที่เข้ามาสังเกตการณ์ จึงพยายามเข้าไปพูดคุยเพื่อสอบถาม และขอให้ลบภาพถ่าย แต่เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวได้เดินหนีออกจากศาล โดยตนเองในฐานะทนายจึงต้องปกป้องสิทธิของลูกความจึงได้ดำเนินการโทรศัพท์ร้องเรียนผู้อำนวยการศาลแล้วเพื่อให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการต่อไป

ผู้สนับสนุนแพลตฟอร์มข่าว-0628929797 DasKLf.jpg Da2r0R.png DpkFp1.jpg banner1-08.gif Dp1Qd0.png 2wk8Dt.jpg 2wcwIv.jpg


เรื่องที่เกี่ยวข้อง
สำนักบริการวิชาการ มข. รับรางวัลเชิดชูเกียรติ “ผู้สนับสนุนด้านการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs)” ระดับดีมาก ตอกย้ำพันธกิจบริการวิชาการเพื่อสังคม
ส่งต่อพลังแห่งกีฬาสู่นักศึกษา มข. กลุ่ม Centrality ขอนแก่น โดยทาง ซูเปอร์สปอร์ต (Supersports) และศูนย์การค้าเซ็นทรัล ขอนแก่น พร้อมด้วยบริษัทในเครือเซ็นทรัลกรุ๊ป มอบรองเท้ากีฬา จำนวน 1,045 คู่
สำนักบริการวิชาการ มข. ผนึกพลังเครือข่าย “จากการให้ สู่การสร้างคุณค่าร่วม” พัฒนาทักษะคนพิการ สร้างอาชีพ–รายได้ สู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน
มข. จับมือ ออมสิน โชว์ผลงาน “ออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น 2569″ส่ง “ทีมคืนคิง” ชูนวัตกรรมผงฟู่สมุนไพร “คืนตัว” ยกระดับชุมชนบ้านดงกลาง
สำนักบริการวิชาการ มข. เปิดหลักสูตร “Notebook LM AI” พลิกโฉมการทำงานด้วย AI อย่างมีมาตรฐานและตรวจสอบได้
สำนักบริการวิชาการ มข. เดินหน้ายกระดับองค์กร ร่วมลงนามข้อตกลง OKRs ประจำปีงบประมาณ 2570 หนุนการศึกษาตลอดชีวิตและพัฒนาชุมชนด้วยโมเดล BCG