
*****จังหวัดร้อยเอ็ด โดยสาธารณสุขอำเภอสุวรรณภูมิ จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการวาระเร่งด่วน การแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในเด็กและเยาวชนไทย และการจัดการเรียนรู้เรื่อง ทักษะคิด “มนุษย์ปัจจัยเพื่อความปลอดภัยทางถนนที่ยั่งยืน เพื่อพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่าย เน้นที่การแก้ไขปัญหาสาเหตุรากเหง้าของการเกิดอุบัติเหตุทางถนนที่ทำให้คนไทยต้องได้รับบาดเจ็บ ล้มตาย และทรัพย์สินได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมากในแต่ละปี ได้รับเกียรติวิทยากรโดย นาวาอากาศเอกสุวรรณ ภู่เต็ง ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย ดร.ปัญณ์ จันทร์พาณิชย์ กองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

วันเสาร์ที่ 3 เมษายน 2564 ที่ หอประชุมโรงเรียนสุวรรณภูมิวิทยาลัย ชั้น 2 อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด นายคณพศ นิธิธนาพล ปลัดอาวุโส อ.สุวรรณภูมิ เปิดประชุมเชิงปฏิบัติการวาระเร่งด่วน การแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในเด็กและเยาวชนไทย และการจัดการเรียนรู้เรื่อง ทักษะคิด “มนุษย์ปัจจัยเพื่อความปลอดภัยทางถนนที่ยั่งยืน ดดยมีนาวาอากาศเอกสุวรรณ ภู่เต็ง ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย ดร.ปัญณ์ จันทร์พาณิชย์ กองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ สคร.7 ขอนแก่น ส.จ.วสันต์ อึ้งเจริญธนกิจ นายประพันธ์ มังสระคู พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นายอดิศักดิ์กิติเจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญงาน นายเนติ สายเชื้อ ผู้ช่วยสาธารณสุขอำเภอสุวรรณภูมิ ในนามคณะผู้จัดการ กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดงาน ได้รับเกียรติ ส.ส.คารม พลพรกลาง กรรมาธิการการคมนาคม ร่วมพิธีเปิดพร้อมพบปะผู้เข้าประชุม ในครั้งนี้ด้วย

***จากข้อมูลการตายจากอุบัติเหตุทวงถนนในระยะ 9 ปีที่ผ่านมา พบว่า มีคนที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนในประเทศไทยเฉลี่ยปีละ 20,973 ราย หรือวันละ 60 ราย นอกจากนี้ยังทำให้มีผู้พิการอีกปีละ 9,000 ราย กลุ่มอายุที่มีความสูญเสียมากที่สุด เป็นกลุ่มเด็ก และเยาวชน อายุ10 – 19 ปี ซึ่งในช่วง9 ปีที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยปีละ 2,902 ราย อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด มีข้อมูลผู้ประสบอุบัติเหตุทางถนนจากการรับบริการที่โรงพยาบาลสุวรรณภูมิ 3 ปีย้อนหลัง เฉลี่ยปีละ 1,933 ราย เสียชีวิตเฉลี่ยปีละ 19 ราย และในปี 2564 นี้ในช่วงเวลา 3 เดือน ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนไปแล้ว 9 ราย เป็นผู้ใช้รถจักรยานยนต์ 7 ราย คนเดินถนน 1 ราย และรายล่าสุดเป็นผู้ขับรถบรรทุก จากงานวิจัยด้านความปลอดภัยทางถนน พบว่า สาเหตุของการทำให้เกิดอุบัติเหตุทางถนนเกือบทั้งหมด เกิดจาก “คน” ร้อยละ 94

***นาวาอากาศเอก สุวรรณ ภู่เต็ง ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย กล่าวว่า คำว่ามนุษย์ปัจจัย คือปัญหาเรารู้มาตั้งนานแล้วปัจจัยทางท้องถนน 80-90 เปอร์เซ็นต์นั้นคือ “คน” ในเรื่องของมนุษย์นั่นเอง มีใครที่อยากจะสืบค้นต่อไหมว่าทำไมมนุษย์ของเราจึงพลาด แล้วอะไรจะไปหยุดการผิดพลาดนั้น หรือทำให้ไม่ถึงแก่ชีวิตได้ไหม เพราะฉะนั้นในเรื่องของมนุษย์ปัจจัยนี้ จะเป็นเรื่องของสเกลโมเดลที่จะมองในเรื่องของมนุษย์ให้เป็นศูนย์กลาง ซึ่งจริง ๆแล้วมันคือการที่มนุษย์จะต้องสร้างความสัมพันธ์ให้สอดคล้องเข้ากันได้กับกิจกรรมที่ตัวเองทำ ซึ่งการขับขี่ ก็คือการใช้ยานพาหนะที่มีความเร็ว เมื่อมันเกิดอุบัติเหตุความเร็วก็คือความรุนแรง คนจะต้องเข้าใจสมรรถนะของมนุษย์ ต้องใช้รถอยู่ภายใต้กติกาที่บอกไว้ ถ้าคุณเป็นมอเตอร์ไซค์คุณอยู่ตรงไหน คุณเป็นคนเดินถนนต้องทำอย่างไร คุณเป็นรถกระบะรถเก๋งรถบรรทุกควรต้องขับกันอย่างไร เรามีกติกาอยู่นั่นคือกฎจราจร แล้วเราอยู่กันในสภาพไหน

***ปัจจัยต่อมาก็คือในเรื่องของสภาวะแวดล้อมตามถนน ซึ่งมันไม่ได้มีแค่ทางตรงเท่านั้น โค้งบ้าง มีเลนเดียวบ้างมี 2 เลน 3 เลนหรือสวนกันบ้าง นอกจากนี้ยังเป็นเรื่องของกลางวันกลางคืน เราต้องรู้ว่าคนไม่ได้อยู่โดดเดี่ยวในท้องถนน เราอยู่ร่วมกับคนอื่นซึ่งเขาก็มียานพาหนะที่ต่างออกไปเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นคนขับรถจักรยาน กระบะ หรือรถบรรทุก เราจะเห็นว่าเพราะเราขาดความเข้าใจขีดจำกัดในความเป็นมนุษย์ของเรา ทั้งทางร่างกายและทางจิตใจ โดยสำคัญอย่างยิ่งคือคนยังขาดความเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานของสายตา ทั้งในเวลากลางวันกลางคืนและระยะโฟกัสของตา รวมทั้งขีดจำกัดในการมองเห็นของสายตา จุดคมชัดมีอยู่นิดเดียว ฉะนั้นหลายคนขับรถโดยใช้ข้อมูลที่บอกว่าไม่ชัดเจนในการตัดสินใจ นี่แหละคือสิ่งที่เราพยายามจะทำให้คนเข้าใจว่าถ้าทำให้คนรู้ว่า ความเสี่ยงทางถนนนั้น 90% มีมาจาก “คน” แล้วเรามุ่งมาแค่ที่ คน มีความเข้าใจ ไม่นานอุบัติเหตุจะต้องลดให้เราเห็นให้ได้ 30 – 50 % เราหยุดคนด้วยการทำให้คนเข้าใจการกระทำของตัวเอง ในทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วเราต้องเรียนรู้ว่าพวกเขาเป็นเหมือนเรา เขาเชื่อว่าสิ่งที่เขาทำลงไปนั้นมันสมเหตุสมผลแล้ว ที่เขาตัดสินใจข้ามถนนตรงนี้ ที่เขาตัดสินใจเข้าออกมาจากซอยแล้วไม่หยุด เราจะหยุดเขาอย่างไรเส้นก็มีไฟแดงก็มีทำไมเขาหยุดไม่ได้ แต่เราหวังว่าวิธีการเข้าถึงการปลอดภัยใหม่ที่ผมเรียกว่า inside out มันจะทำให้เราศึกษาตัวเราเองเพื่อหยุดให้ตัวเอง ควบคุมชะตาชีวิตและชีวิตของเราเอง ด้วยตัวเราเองด้วยความเข้าใจใน “มนุษย์ปัจจัย”

**สำหรับความคาดหวังมันก็จะสอดคล้อง จะพูดว่าเป็นหน้าที่โดยตรงก็ได้ในการที่จะลดการบาดเจ็บ ในเด็กและเยาวชน เนื่องจากอุบัติเหตุทางถนนซึ่งมีอยู่มากถึง 3-4 พันคนต่อปี ผมเชื่อว่าถ้าหากเราใช้วิธีการนี้เราจะมีการวางการป้องกันที่ถูกจุด เมื่อเด็กได้เรียนรู้เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่โอกาสที่พวกเขาจะรอดปลอดภัยตลอดก็จะมีได้มากขึ้น และอีกอย่างหนึ่งก็คือมันไม่ใช่แค่ในเรื่องของการใช้ชีวิตการใช้รถใช้ถนนเท่านั้น แต่องค์ความรู้ทางด้านปัจจัยนี้ก็เหมาะกับเด็กของเราทุกคนที่จะต้องไปเป็นแรงงานสำคัญ ที่จำเป็นที่จะต้องรู้ถึงขีดจำกัดของความเป็นมนุษย์ เพราะไม่เช่นนั้นก็จะไปทำผิดพลาดกันได้ขณะใช้เครื่องจักร – กล หรืออาชีพต่างๆ ก็จะมีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ แต่นี่คือพื้นฐานของการที่จะทำให้เด็กของเราเข้าใจความเป็นมนุษย์และขีดจำกัดของเขา ให้เขาเข้าใจความผิดพลาดที่มันจะเกิดขึ้นรวมทั้งวิธีการป้องกันและแก้ไข (ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย กล่าว

******ดร.ปัญณ์ จันทร์พาณิชย์ กองป้องกันการบาดเจ็บ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า วันนี้ถือว่าเป็นโอกาสดีของชาวอำเภอสุวรรณภูมิที่ได้เข้ามาเรียนรู้เพราะว่าอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ 10 ปีที่ผ่านมามีเด็กเยาวชนอายุ 10-19 ปี ตาย 400 กว่าคน ถ้าอีก 10 ปี ข้างหน้าถ้าเราไม่ทำอะไรเลยจะมีเด็กเสียชีวิตอีก 550 คน จากการประมาณการ ถ้าเราไม่เรียนรู้ทักษะการขับขี่ ทักษะคิดการเอาชีวิตรอดบนท้องถนนที่จะเกิดที่จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเด็กๆที่เริ่มขี่จักรยานยนต์ได้บางครั้งก็อยู่ที่ 7 8 ปี ก็สามารถขี่จักรยานยนต์ได้แล้วแต่ในการขับขี่โดยไม่รู้ทักษะทำให้เกิดอุบัติเหตุทางถนนได้มากขึ้น กรมควบคุมโรค โดยกองป้องกันการบาดเจ็บ กระทรวงสาธารณสุข มีโครงการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาการเสียชีวิตของเด็กและเยาวชนโดยการใช้รถจักรยานยนต์ ในการสัญจร ซึ่งในปีนี้จัดทำไปแล้ว 24 อำเภอ 30 จังหวัดภายใต้ชื่อโครงการ ทักษะการคิดเอาชีวิตรอดบนท้องถนน และในวันนี้ก็ได้มาให้ความรู้ให้ทักษะในการขับขี่เพื่อเอาชีวิตรอดบนท้องถนน เริ่มที่อำเภอสุวรรณภูมิ จะขยายให้ทั่วจังหวัดร้อยเอ็ดในปี 2565 จึงขอเชิญชวน มาร่วมกันในการแก้ปัญหาโดยเริ่มจากเด็กและเยาวชนที่ ในโรงเรียน และรวมถึงพ่อแม่ที่จะช่วยให้เขาได้ปลอดภัยกับชีวิต ที่มีความเจริญก้าวหน้าต่อไป

ดังนั้นกิจกรรมครั้งนี้ จึงมุ่งประเด็นการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนน โดยการสร้างทักษะคิด เพื่อควบคุมมนุษย์ปัจจัยที่เป็นสาเหตุของปัญหาดังกล่าว หรือที่เรียกว่าการ ติดอาวุธทางปัญญา ที่จะทำให้เกิดความยั่งยืนต่อไปในอนาคต โดยมุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้ถึงข้อจำกัด ความผิดพลาด การฝ้าฝืน การรับรู้ การประมวลผลต่อสถานการณ์ที่เผชิญขณะใช้รถใช้ถนน การเลือกกระทำเพื่อให้ตนเองเกิดความปลอดภัย รวมถึงทัศนคติที่อันตรายในการใช้รถใช้ถนนให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นต่อไป และเกิดความยั่งยืนในการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในอนาคตต่อไป
/////////////////////
โชติกา ทวนชัยภูมิ ภาพ/ข่าว
0956628047