ข่าวประจำวัน » รอง ผบ.ตร.พร้อมคณะ เข้าเยี่ยมอาการของ ตำรวจถูกคนร้ายยิงบาดเจ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมให้นโยบายให้เพิ่มความระมัดระวังด้านการทำหน้าที่

รอง ผบ.ตร.พร้อมคณะ เข้าเยี่ยมอาการของ ตำรวจถูกคนร้ายยิงบาดเจ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมให้นโยบายให้เพิ่มความระมัดระวังด้านการทำหน้าที่

29 มีนาคม 2021
200   0

     รอง ผบ.ตร. พร้อมคณะ  เข้าเยี่ยมอาการของ ชื่นชมดาบตร.ที่โดนคนร้ายยิงบาดเจ็บ ที่ยึดนโยบายต้องไม่บุ่มบ่ามยิงจนเกิดความเสียหาย ให้นโยบายให้เพิ่มความระมัดระวังด้านการทำหน้าที่ เดินหน้าปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติด ที่นับวันจะต้องเร่งปราบปรามและต้องระวังความรุนรแงจากการตอบโต้ของกลุ่มผู้ค้ายาด้วยความรอบคอบระมัดระวังมากขึ้นด้วย

         วันนี้ เวลา 10:30 น พลตำรวจเอกมนู     เมฆหมอก รอง  ผบ ตร. เป็นผู้แทน พลตำรวจเอกสุวัฒน์แจ้งยอดสุข และพลตำรวจตรีอรรคพงศ์พิมลศิริ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เป็นผู้แทนพลตำรวจโทยรรยง เวชพงศ์โอสถ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พร้อมด้วยพลตำรวจตรีไพโรจน์มังคลา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ดพร้อมกับรอง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เดินทางไปที่ตึก มะเร็งชั้น 10 ห้องพิเศษ เพื่อเยี่ยมอาการของดาบตำรวจสมศักดิ์ทานะเวช ผบ.หมู่ สอบสวน สถานีตำรวจภูธรสุวรรณภูมิที่ถูกคนร้ายยิงบาดเจ็บจากการสกัดจับกุมคนร้ายลักลอบลำเลียงยาบ้า 900000 เม็ด พร้อมยาไอซ์ 1 กิโลกรัม และคนร้ายถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญเสียชีวิต ทั้ง 3 ราย ซึ่งเหตุเกิดบนถนน ระหว่างอำเภอ สุวรรณภูมิ รอยต่ออำเภอพนมไพร พื้นที่อำเภอสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 26 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยคณะได้มอบกระเช้าของขวัญและเงินบำรุงขวัญให้กับดาบตำรวจสมศักดิ์ ที่โรงพยาบาลร้อยเอ็ดด้วย

  ***จากการสอบถามอาการจาก นายแพทย์นพ ธนากร  คลังแสง    นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ ประสาทศัลยศาสตร์    แพทย์ประจำตัวคนไข้  หลังจากการผ่าตัด ทั้ง 2 ครั้ง นับว่าอยู่ในขั้นปลอดภัยแล้ว รายนี้เป็นคนไข้ที่โชคดี ที่กระสุนยิงเข้าส่วนสำคัญ แต่ไม่ทะลุกะโหลกศีรษะ และจากการ รักษา อาการตั้งแต่เบื้องต้น ตั้งแต่พาหัวกระสุนออกแล้ว มีเลือดค้างอยู่ใน ส่วนหัว เพียงเล็กน้อยไม่กี่ cc ก็ได้โดยการ ผ่าเอาออกแล้ว ส่วนบาดแผลตามลำตัว ก็โชคดีที่ กระสุนปืน ไม่ทะลุทะลวง รุนแรง ไม่ได้ทำให้เกิด เนื้อสุกหรือ หรือไม่ในบริเวณ ที่โดน กระสุน จึงทำให้ไม่อยู่ในสภาวะที่อันตราย และฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว เพิ่งดูตามอาการแล้ว ก็คงจะให้พักฟื้นต่อ ภายในระยะเวลาห่วงไม่เกิน 7 วันก็สามารถเดินทางกลับบ้าน เพื่อรักษาตัวเองต่อที่บ้านได้เพราะพ้นขีดอันตรายแล้ว

         พลตำรวจเอกมนู     เมฆหมอก รอง  ผบ ตร.กล่าวว่า  สํานักงานตํารวจแห่งชาติ มีความห่วงใยในการปฏิบัติหน้าที่ แค่นี้เครื่องไม้เครื่องมือพร้อมอยู่แล้ว ในการ เซฟตัวเอง ในช่วงของการปฏิบัติหน้าที่ที่สุ่มเสี่ยง เช่นกรณีปราบปรามผู้ค้ายาเสพติด ซึ่งพร้อมที่จะต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเรื่องนี้ตนเองลงมากำชับ ให้ลูกค้าเฝ้าระวังเพิ่มขึ้น เพื่อความไม่ประมาทและป้องกันการสูญเสียของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ อย่างเช่น เหตุที่เกิดขึ้น ซึ่งตำรวจโชคดี และปลอดภัยแล้ว แต่ก็คงไม่โชคดีเช่นนี้ ซึ่งได้กำชับให้ กำหนดหน้าที่มีความระมัดระวัง มากขึ้น ไม่รวมบานถ้าไม่แน่ใจความปลอดภัย เมื่อประสบเหตุ ก็อยากจะเข้าดำเนินการจับกุมเลย จนลืม คิดถึงความปลอดภัยของตนเองด้วยความตั้งใจสูง ในการที่จะจับคนร้ายให้ได้ จนทำให้เกิดการ ความผิดพลาดจนเกิด อันตรายและบาดเจ็บเช่นนี้ แต่อย่างไรเสียจากการตรวจสอบข้อเท็จจริง ก็ถือได้ว่า ต้นแบบที่ดี ที่เป็นไปตาม สัญชาตญาณของตำรวจที่รับการฝึกฝนมา ว่าการที่ยิงใครจะต้องมีความผิดและต้องเป็นคนร้ายที่ชัดเจนเท่านั้นจึงจะมีการใช้อาวุธ  เช่นกรณีที่เกิดเหตุขึ้นนี้ ยังไม่ทราบว่าในรถมีใครบ้างและเป็นผู้ที่มีความผิดชัดเจนแต่อาจมีคนที่ไม่เกี่ยวข้องรวมอยู่ด้วย ยิงไม่ผลีผลามใช้ปืนยิงเข้าไปในรถ ซึ่งพลาดแล้วจะเสียหาย  ซึ่งถือว่าเป็นตร.ต้นแบบท่ดีของกรมตำรวจ ที่ไม่อยากให้ ทำผิดคน  ซึ่งกำชัยให้นโยบายว่า ควรเพิ่มความระมัดระวังเพิ่มขึ้น  ซึ่งการเดินทางมาครั้ง ทางผบ.ตร. ท่านชื่นขมการทำงาน ด้วนความยั้งคิด  แต่ก็ให้มาเรื่องทั้งความปลอดภัยของผู้ใต้บังคับบัญชา แม้เน้นความปลอดภัยตนเองของตำรวจเป็นหลัก  แต่ต้องเน้นที่ความปบอดภัย ของพลเมืองดี และชีวิตของบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวกับคดีและการก่อเหตุ ก็ต้องให้ความสำคัญด้วยเช่นกัน และส่วนนอกเหนือจากการมาให้กำลังใจตำรวจแล้ว ยังเน้นให้นโยบายการปราบปรามยาเสพติดให้เข้มข้นยิ่งขึ้นกับกระบวนการค้ายาซึ่งเพิ่มมากขึ้น และกระบวนการขนยาก็แนวโน้มการต่อสู้รุนแรงเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งรายล่าสุดนี้ก็เป็นหนึ่งในกระบวนการที่มีข้อมูลในสารบบของตร.ที่เกาะติดพฤติกรรมอยู่แล้วและจะมีการขยายผลเชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกพื้นที่ทำงานเชื่อมโยงด้านการปราบปรามอย่างเด็ดขาดต่อไป.

   ส่วนเหตุนี้เป็นกระบวนการที่มีชื่ออยู่ในเครือข่ายที่มีการจับกุมไปแล้วที่ยังหลงเหลืออยู่ซึ่งชุดปราบปรามยาเสพติดร้อยเอ็ดเกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิดแม้คนร้ายจะเสียชีวิต แต่การปฏิบัติหน้าที่ก็จะมีการขยายต่อไปให้ถึงตัวการใหญ่แลพปราบปรามให้หมดต่อไป.

/////////////////////////////////////

โชติกา   ทวนชัยภูมิ/ภาพ/ข่าว

0956628047