วันอังคาร, 4 สิงหาคม 2569

นักวิชาการ มข.ระบุ “ประยุทธ์”มาช้าไป แม้จะเปิดตัว รทสช.ยิ่งใหญ่แต่ประชาชนเสียงข้างมากยังคงรอสั่งสอนรัฐบาล มั่นใจ”ประยุทธ์ ” ไม่ได้ไปต่อ

นักวิชาการ มข.ระบุ “ประยุทธ์”มาช้าไป แม้จะเปิดตัว รทสช.ยิ่งใหญ่แต่ประชาชนเสียงข้างมากยังคงรอสั่งสอนรัฐบาล มั่นใจ”ประยุทธ์ ” ไม่ได้ไปต่อ และ พท. มีสิทธิ์จับมือ พปชร. ด้วยเงื่อนไขพิเศษในการจัดตั้งรัฐบาลสมัยหน้า


เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 11 ม.ค.2565 ที่คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข. รศ.ดร.พรอัมรินทร์ พรหมเกิด อาจารย์ประจำภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษวิทยา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มข. เปิดเผยว่า การเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ของพรรครวมไทยสร้างชาติและมีการเปิดตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา นายกรัฐมนตรี เป็นสมาชิกพรคและแคนดิเดตในการเป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง ซึ่งโดยส่วนตัวมองว่าเป็นการดำเนินงานที่ช้าไป เนื่องจากทุกพรรคได้มีความเคลื่อนไหวและมีความชัดเจนในด้านต่างๆแล้ว ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่กลกยุทธ์ทางการตลาดจึงถูกนำมาใช้ในการเปิดตัวของพรรคและสมาชิกพรรคในครั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจและความหวือหวาในช่วงใกล้ถึงวันเลือกตั้ง และจากการติดตามการคเลื่อนไหวของ รทสช.พบว่าทีมงานของ รทสช.ส่วนใหญ่เป็นนักการเมืองรุ่นเก่าและตกยุคไปแล้ว ในขณะที่พรรคการเมืองต่างๆนั้นดำเนินการเมืองแบบผสมผสาน ซึ่งถึงเวลาแล้วที่ประชาชนเสียงข้างมากเตรียมรอที่จะสั่งสอนรัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งนี้


“ กระแสการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นยอมรับว่าคนไทยทั้งประเทศนั้นตื่นตัวอย่างมากและเสียงข้างมากนั้นรอที่จะส่งสอนรัฐบาล ดังนั้นหากจะแบ่งออกเป็นพรรคอนุรักษ์นิยม คือพรรครัฐบาลปัจจุบันการเลือกตั้งครั้งนี้ อาจจะมุ่งฐานดสียงจากกลุ่มจังหวัดทางภาคใต้และ กลุ่มภาคกลางและมุ้งฝั่งสมุทรปราการ,เพชรบุรีและชลบุรี ซึ่งหากให้วิเคราะห์มั่นใจว่า รทสช.น่าจะได้ที่นั่ง สส.ประมาณ 20-25 คน ในขณะที่พรรคเสรีนิยม จะครองสัดส่วน สส.ทั้งประเทศมากกว่าร้อยละ 60 ส่วนพรรคเล็กพรรคน้อยขณะนี้ชัดเจนแล้วว่าได้มาร่วมกับ รทสช.เพราะหากจะสู้เพียงลำพังด้วยรัฐธรรมนูญฉบับใหม่คงไม่ได้เกิดแน่”


รศ.ดร.พรอัมรินทร์ กล่าวต่ออีกว่า ฟันธงได้ว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้ พล.อ.ปะยุทธ์ ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อไปอีกแน่ ด้วยเหตุเพราะกระแสเปลี่ยนและเบื่อเกิดขึ้นชัดเจน ประกอบกับการเปิดดีลของพรรคการเมืองต่างๆเริ่มส่งสัญญาณและข้อต่อรองที่ชัดเจนและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของแต่ละพรรคนั้นน่าสนใจ ซึ่งหากให้วิเคราะห์สัดส่วน สส.พรรครัฐบาลปัจจุบัน โดยเฉพาะ รทสช.และ พปชร.ที่แยกตัวกันมาตี จะได้ ส.ส.ไม่ถึง 30 คน ดังนั้นสูตรการจัดตั้งรัฐบาลมองได้เพียง 2 สูตรคือ สูตรแรก พรรคร่วมรัฐบาลที่มีอยู่ในปัจจุบัน แต่ก็ต้องตัดพรคเล็กพรรคน้อยออก และพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรค ก็พร้อมที่จะออกจาก รทสช.และ พปชร. และ อีก สูตรคือดีลใหม่ คือเมื่อ พท.ได้รับเสียงข้างมากและเป็นแกนนำหลักในการจัดตั้งรัฐบาล พท.ก็พร้อมที่จะจับมือกับ ก้าวไกล,ภูมิใจไทย,ชาติไทยพัฒนา,เสรีรวมไทยและพรรคการเมืองต่างๆตามสัดส่วน ส.ส. และอาจจะจับมือกับ พปชร.ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรค พปชร. ที่อาจจะมีดีลพิเศษเกิดขึ้นด้วยเหตุผลบางอย่าง เพื่อไม่ให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ในสมัยหน้าก็อาจที่จะเป็นไปได้อีกด้วย

ผู้สนับสนุนแพลตฟอร์มข่าว/สนใจลงโฆษณา ติดต่อนิตยา สุวรรณสิทธิ์-0628929797 DasKLf.jpg 8JER4J.jpg Da2r0R.png DpkFp1.jpg banner1-08.gif Dp1Qd0.png 2wk8Dt.jpg 2wcwIv.jpg


เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ขยายตลาดใหม่งาน Thai SME GP Day 2026 (SME BIG MOVE)
หอการค้าขอนแก่น การันตีร้านมันเดย์ข้าวมันไก่ มอบป้าย ของดีขอนแก่น ประจำปี 2569 เชิดชูผู้ประกอบการคุณภาพ ยกระดับมาตรฐาน สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค
ขอนแก่นผนึกกำลัง BDI และ มข. ขับเคลื่อน “PD Link” แพลตฟอร์มข้อมูลเมืองอัจฉริยะ มุ่งเป้าการบริหารงานบนฐานข้อมูลที่แม่นยำและยั่งยืน
ขอนแก่นจัดกิจกรรมเดิน-วิ่ง เชื่อมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและวัฒนธรรม จัด “แคนแก่นคูนมินิมาราธอน”
งาน Khon Kaen Youth & Pride 2026 มหกรรมเยาวชนและความหลากหลายทางเพศ จังหวัดขอนแก่น 2569
ขอนแก่นเปิดฉาก “SMART BUSINESS EXPO 2026” ยิ่งใหญ่ หนุนผู้ประกอบการใช้ AI ยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลอีสาน