วันเสาร์, 8 สิงหาคม 2569

คนละครึ่งเฟส 4 วันแรกคึกคัก ใช้สิทธิกว่า 5 ล้านคน เศรษฐกิจหมุนเวียนในระบบกว่าหนึ่งพันล้านบาท ฝากเตือนร้านค้า-ประชาชนห้าม แลกสิทธิเป็นเงินสด ระบบตรวจพบตัดสิทธิ/ผิดกฏหมาย

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดตามมาตรการลดภาระค่าครองชีพและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบของโรคโควิด-19 ของรัฐ ในรอบปีใหม่นี้ 2565 ประกอบด้วย โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 4 และโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ระยะที่ 2 และโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 ที่รัฐบาลมีการเพิ่มวงเงินสนับสนุนในการช่วยลดภาระในการจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวันของประชาชน กระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งโครงการเพิ่มกำลังซื้อแก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ รัฐบาลได้เพิ่มวงเงินใช้จ่ายจำนวน 200 บาท/คน/เดือน เป็นเวลา 3 เดือน ใช้จ่ายตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 30 เมษายน 2565 ส่วนโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 กระทรวงการคลัง ได้โอนเงิน จำนวน 1,200 บาท เข้าแอปฯ เป๋าตัง แล้ว และให้กดยืนยันใช้สิทธิและใช้จ่ายได้เมื่อวาน (1 ก.พ. 65) เป็นวันแรกจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2565 โดยความคืบหน้า (ข้อมูล ณ วันที่ 1 ก.พ. 65) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 มีผู้กดยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการวันแรก 16.93 ล้านคน มีผู้ใช้สิทธิ 5.1 ล้านคน ยอดใช้จ่ายรวม 1,155 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดใช้จ่ายจากประชาชน 585 ล้านบาท ยอดรัฐร่วมจ่าย 570 ล้านบาท

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ประชาชนที่ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่งระยะที่ 3 (กลุ่มเดิม) มีจำนวน 27.98 ล้านสิทธิ ที่กดยืนยันสิทธิในแอพเป๋าตังค์จะต้องเริ่มใช้สิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 22.59 น. หากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวจะถูกตัดสิทธิ ส่วนผู้ที่ยังไม่เคยเข้าร่วมโครงการฯ สามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์  2565 จนกว่าจะครบ 29 ล้านสิทธิ  โดยกลุ่มนี้สามารถใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ ถึง 30 เมษายน 2565 ทั้งนี้  ขอให้ประชาชน-ร้านค้า ใช้จ่ายโครงการเพื่อเป็นไปตามวัตถุประสงค์บรรเทาความเดือดร้อนลดภาระค่าจ่าย ห้ามแลกเป็นเงินสดซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฏหมาย หากระบบตรวจพบว่าทุจริตจะถูกดำเนินคดีแพ่งและอาญา ชดใช้ค่าเสียหายให้กับทางราชการ  ถูกเพิกถอนสิทธิทั้งร้านค้าและประชาชนโดยร้านค้าจะถูกระงับใช้เครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์  หรือ แอพลิเคชั่นถุงเงินของร้านค้า  และจะไม่สามารถเข้าร่วมโครงการมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจของรัฐในอนาคตที่มีทยอยออกมาอย่างต่อเนื่องได้

“นายกรัฐมนตรี พอใจสถานการณ์เศรษฐกิจช่วงต้นปี ปัญหาสินค้าราคาแพงเริ่มคลี่คลาย สถานการณ์การแพร่ระบาดในภาพรวมเป็นไปในทิศทางที่ควบคุมได้ กระแสการใช้จ่ายทยอยฟื้นตัวหลังจากรัฐบาลมีการผ่อนคลายและมาตรการเปิดประเทศ ประชาชนไทยได้รับวัคซีนครบโดส รวมทั้งสถานประกอบการต่างๆ  ส่วนใหญ่ได้รับมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีที่จะทำให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศ เพียงแค่วันแรกของโครงการคนละครึ่ง เฟส 4 ประชาชน ร้านค้าต่างคึกคัก เชื่อมั่นว่าโครงการดังกล่าว จะสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับพี่น้องประชาชนในช่วง 2 เดือน นี้ได้เป็นอย่างดี” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

ผู้สนับสนุนแพลตฟอร์มข่าว-0628929797 DasKLf.jpg Da2r0R.png DpkFp1.jpg banner1-08.gif Dp1Qd0.png 2wk8Dt.jpg 2wcwIv.jpg


เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ผู้เชี่ยวชาญชี้ การตรวจวินิจฉัยที่รวดเร็วและแม่นยำ คือกุญแจสำคัญสู่การยุติวัณโรคในประเทศไทย
ELLE เปิดตัวแฟชั่นเดสติเนชั่นแห่งใหม่ @ Siam Premium Outlets ช้อปครบทุกสไตล์ พร้อมดีลพิเศษลดสูงสุด 70%
Local Enterprises Exposition 2026
หอการค้าขอนแก่น การันตีร้านมันเดย์ข้าวมันไก่ มอบป้าย ของดีขอนแก่น ประจำปี 2569 เชิดชูผู้ประกอบการคุณภาพ ยกระดับมาตรฐาน สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค
อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ชี้เทรนด์การตลาดโรงแรม-ร้านอาหาร-ธุรกิจบริการ ชูสุขอนามัยสีเขียว-เทคโนโลยีอัจฉริยะ พลิกหลังบ้านเป็นจุดขายใหม่ เผยงาน Food & Hospitality Thailand 2026 เตรียมขนทัพโซลูชันด้านสุขอนามัยล่าสุดร่วมโชว์
ซีพี แอ็กซ์ตร้า ปักหมุดพลิกโฉม Lotus’s Khon Kaen สู่ศูนย์กลางการใช้ชีวิตแห่งใหม่ของภูมิภาค เดินหน้ายุทธศาสตร์ “Happy Mall” ดึงพันธมิตรระดับโลก IKEA เปิดบริการแห่งแรกในภาคอีสาน