
ที่บ้านกุดก่วง ม.4 ต.วังสามัคคี อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด ชาวบ้านกว่า 30 คน ออกมาร้องผู้สื่อข่าว ถึงปัญหาความเดือดร้อนที่ต้องการการแก้ไข เนื่องด้วยเมื่อประมาณ พ.ศ. 2549 มีหน่วยงานชลประทาน มาประชาคมหมู่บ้าน เพื่อขอความเห็นชอบในการสร้าง คลองส่งน้ำ ความยาวกว่า 3,500 เมตร ซึ่งทางหน่วยงาน จะขอพื้นที่ของชาวบ้าน เพื่อที่จะสร้างคลองส่งน้ำ ที่จะต้องผ่านที่นาหลายผืน โดยไม่มีค่าตอบแทนให้ ซึ่งชาวบ้านก็ต่างเห็นด้วย เพราะมีความหวังจะมีน้ำมาใช้ ในการทำการเกษตร บางคนก็หวังทำนาปีละ 2 ครั้ง เพราะหากมีน้ำแล้วก็สามารถจะทำได้ ส่วนบางคนก็เสียสละพื้นที่ให้สร้างบ้านพัก เพื่อที่จะให้เจ้าหน้าที่ได้ดูแลเครื่องสูบน้ำที่มาสร้างไว้ เมื่อความเห็นชอบของชาวบ้านเป็นหนึ่งเดียวกัน ทางชลประทานเลยลงมือสร้างคลองส่งน้ำให้แล้วเสร็จ สำเร็จเป็นระยะทางจากแม่น้ำยัง ยาวประมาณ 3,500 เมตร ระยะทางยาวกว่า 3 หมู่บ้าน มีบ้านท่าแสงจันทร์ บ้านกุดก่วง บ้านวังยาว ซึ่งมีโรงเครื่องสูบน้ำ ตั้งอยู่ บ้านท่าแสงจันทร์ หมู่ 11 ต.วังสามัคคี อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งโครงการนี้ มีเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำยัง แล้ววางท่อส่งน้ำใต้ดินมายังจุดปล่อยน้ำต้นทาง ซึ่งจุดปล่อยน้ำกับเครื่องสูบน้ำอยู่ห่างกันประมาณ 1 กิโลเมตรเปิดเครื่องทดลองสูบน้ำ ได้ไม่ถึงชั่วโมง เครื่องก็พัง แล้วก็ไม่มีหน่วยงานไหนมาสานต่อในการซ่อมแซม หรือพัฒนา นับจากวันนั้นมาถึงวันนี้ 10 กว่าปีแล้ว เครื่องสูบน้ำ และประตูน้ำถูกปล่อยทิ้งร้าง ยังไม่มีน้ำไหลลงสู่คลองส่งน้ำอีกเลย ชาวบ้านต่างรอคอยคลอง บ้างก็บอกว่าคองจริงๆ(คองภาษาอีสานคือการรอคอย)

นายถนอน พันสวัสดิ์ อายุ 69 ปี อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านกุดก่วง ม.4 ต.วังสามัคคี อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด เล่าว่า เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่นี้ ถูกทิ้งร้างมาหลายปี ประมาณ 14-15 ปี ตั้งแต่ตนเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านสมัยนั้น ก็เห็นเขามาเปิดทดลองแค่ครั้งเดียว หลังจากนั้นก็ปล่อยทิ้งยาว ไม่มีใครมาซ่อมแซม มีแต่มาถ่ายรูปแล้วก็เงียบไป รอแล้วรอเล่ามา 10 กว่าปี แล้ว ตรงบ้านพักก็มีป้าย โครงการสูบน้ำด้วยพลังงานไฟฟ้า ของจังหวัดมหาสารคาม มาปักไว้ ซึ่งชาวบ้านก็ไม่เข้าใจ ว่าเหตุใดจึงเป็นป้ายนี้ ทั้งที่พื้นที่นี้คือพื้นที่ของจังหวัดร้อยเอ็ด

นายบุญเส็ง ทิพย์ประมวล ผู้ใหญ่บ้าน บ้านกุดก่วง ต.วังสามัคคี อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า ความเดือดร้อนนี้ ชาวบ้านต้องทนทุกข์มานานกว่า 14 ปี เพราะต้องสูญเสียพื้นที่นาตัวเองไป โดยไม่มีประโยชน์ใดๆกลับมาเลย ไม่มีน้ำสักหยดไหลมาให้ใช้ ทำหนังสือร้องขอไปหลายหน่วยงานแล้วเรื่องก็เงียบหายไปทุกที วันนี้จึงได้ขอพึ่งพาสื่อมวลชน ส่งต่อความเดือดร้อนนี้ไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือผู้ที่สามารถยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือสานงานต่อให้ได้ หากว่าไม่สามารถซ่อมบำรุงรักษาให้น้ำสามารถไหลมาได้ ก็มารื้อคลองส่งน้ำนี้ออกไปซะ เพราะมันกินพื้นที่การทำนาของชาวบ้านไปมากพอสมควร
///////////
โชติกา ทวนชัยภูมิ/ภาพ/ข่าว
0956628047