วันศุกร์, 19 มิถุนายน 2569

โฆษกรัฐบาลย้ำมาตรการ “ช้อปดีมีคืน ปี 2566” เพื่อให้ประชาชนวางแผนการใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี

(11 มกราคม 2566) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงเพื่อประชาสัมพันธ์เพิ่มเติม เกี่ยวกับมาตรการ “ช้อปดีมีคืน ปี 2566” เพื่อให้ประชาชนไปหักลดหย่อนภาษีจากค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการ และเพื่อกระตุ้นและรักษาการบริโภคในประเทศ ส่งผลถึงเศรษฐกิจภาพรวม รัฐบาลเชื่อมั่นจะส่งผลอย่างมีนัยสำคัญถึงตัวเลขการจับจ่าย คาดจะมีตัวเลขหมุนเวียนถึง 56,000 ล้านบาท 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่ามาตรการ ช้อปดีมีคืน ปี 2566 ถือเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษี ในการกระตุ้นยอดขาย และให้ลูกค้าที่เป็นบุคคลธรรมดา สามารถหักลดหย่อนภาษีด้วยค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการได้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 ถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566 ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 40,000 บาท โดยสามารถลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาได้ไม่เกิน 30,000 บาท (จะต้องมีใบกำกับภาษีเต็มรูปในรูปแบบ กระดาษหรือใบกำกับภาษีเต็มรูปในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และใบรับ อิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice & e-Receipt) ของกรมสรรพากร) และ ค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการ จำนวนไม่เกิน 10,000 บาท (จะต้องมีใบกำกับ ภาษีเต็มรูปในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ของกรมสรรพากรเท่านั้น) 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้ มาตรการช้อปดีมีคืน ปี 2566 ไม่รวมสินค้าและบริการ ดังต่อไปนี้ 
(1) ค่าสุรา เบียร์ และไวน์ 
(2) ค่าซื้อยาสูบ 
(3) ค่าซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเรือ 
(4) ค่าซื้อหนังสือพิมพ์และนิตยสาร 
(5) ค่าบริการหนังสือพิมพ์และนิตยสารที่อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต 
(6) ค่าบริการจัดนำเที่ยวที่จ่ายให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ 
(7) ค่าที่พักในโรงแรมที่จ่ายให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม 
(8) ค่าสาธารณูปโภค ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าบริการสัญญาณโทรศัพท์ ค่าบริการสัญญาณอินเทอร์เน็ต 
(9) ค่าบริการที่มีข้อตกลงการให้บริการและผู้รับบริการสามารถใช้บริการดังกล่าวนอกเหนือจากระยะเวลาตามที่กำหนดในข้อ (1) เช่น ค่าสมาชิกต่าง ๆ
(10) ค่าเบี้ยประกันวินาศภัย โดย ต้องมีหลักฐานเป็น ใบกำกับภาษีที่มีข้อความระบุชื่อและที่อยู่ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ มาใช้ในการใช้สิทธิหักลดหย่อน

โดยต่อข้อสงสัยที่หากเป็นการซื้อขายที่มีสัญญาใช้บริการระยะยาว มีระยะเวลาสัญญาเริ่มต้นก่อนวันที่ 1 มกราคม 2566 หรือสิ้นสุด หลังวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566 นั้น ก็จะไม่สามารถนำค่าบริการส่วนที่ใช้บริการนอกช่วงเวลา 1 มกราคม – 15 กุมภาพันธ์ 2566 มาหักลดหย่อนได้ รวมถึงกรณีชำระค่าบริการระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2566 ถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566 แต่ได้ใช้บริการหลัง วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566 ก็จะไม่สามารถนำมาหักลดหย่อนได้เช่นกัน 

“รัฐบาลได้กำหนดและดำเนินมาตรการต่าง ๆ มุ่งหวังให้เกิดการใช้จ่าย เพิ่มยอดขาย กระตุ้นให้เกิดการบริโภคภายในประเทศ เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง และมีเสถียรภาพ โดยถือเป็นปีแรกที่ขยายให้นำค่าน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ มาลดหย่อนภาษีได้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นการเดินทางและการท่องเที่ยว ซึ่งโฆษกรัฐบาลขอประชาสัมพันธ์มาตรการ “ช้อปดีมีคืน ปี 2566” เพื่อให้ประชาชนเช็คสิทธิ์ตามมาตรการ วางแผนการจับจ่ายซื้อของในช่วงเวลานี้ คำนึงถึงความคุ้มค่า และประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก ทั้งนี้ ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม RD CALL CENTER โทร. 1161” นายอนุชาฯ กล่าว

ผู้สนับสนุนแพลตฟอร์มข่าว/สนใจลงโฆษณา ติดต่อนิตยา สุวรรณสิทธิ์-0628929797 DasKLf.jpg 8JER4J.jpg Da2r0R.png DpkFp1.jpg banner1-08.gif Dp1Qd0.png 2wk8Dt.jpg 2wcwIv.jpg


เรื่องที่เกี่ยวข้อง
โก โฮลเซลล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จัดเทศกาล GO FRESHTIVAL จัดเต็มวัตถุดิบโปรแรงต่อยอดเมนูทำเงิน กระตุ้นกำลังซื้อผู้ประกอบการ
สายการบิน Sun PhuQuoc Airways เปิดประสบการณ์ฟูลเซอร์วิส บินตรงกรุงเทพฯ–ฟูก๊วก ราคารวมเริ่มต้น 2,250 บาทต่อเที่ยว*
ELLE ร่วมฉลอง 30 ปี สหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส ชวนทุกคน “ไปด้วยกันนะ” ส่งต่อแฟชั่นสวย มีสไตล์ ใส่ใจโลก
ก โฮลเซลล์ จับมือ 26 แบรนด์พันธมิตร ขนวัตถุดิบราคาประหยัด ปลุกมู้ดธุรกิจร้านอาหาร ดันแคมเปญ “HoReCa GO More” ช้อปได้แชมป์ กำไรจัดเต็ม ตอกย้ำค้าส่ง “เพื่อนแท้ผู้ประกอบการ”
อีสานพร้อมนำอัตลักษณ์อีสานยุคใหม่ในเทศกาลอีสานสร้างสรรค์69
เปิดฉาก ProPak Asia 2026 อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ จับมือองค์กรบรรจุภัณฑ์โลก สภาอุตฯ และพันธมิตรกว่า 2,500 แบรนด์ โชว์เทคโนโลยีแห่งอนาคต รับการเปลี่ยนผ่านสู่ Industry 5.0 พร้อมดันไทยฮับการผลิตอาหาร-เครื่องดื่ม-บรรจุภัณฑ์โลก