วันอาทิตย์, 9 สิงหาคม 2569

“มข.เผยเรื่องการช่วยเหลือครอบครัวนักศึกษาและสิ่งที่จะดำเนินการในเร็ววันนี้

27 ส.ค. 2022
643


   เมื่อเวลา08.30 น.วันที่ 27 สิงหาคม 2565  ที่ ห้องทำงาน ชั้น 6 อาคารสิริคุณากร มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.)รศ.นพ.ชาญชัย  พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมด้วยรองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายรักษาความปลอดภัย คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ และผู้แทนคณบดีคณะแพทยศาสตร์ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวถึงกรณีเกิดอุบัติเหตุรถยนต์โดยสารของคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ของนักศึกษาคณะแพทยศาสตร์เสียชีวิตในพื้นที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น นั้นมหาวิทยาลัยขอนแก่นรู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากนักศึกษาเป็นสมาชิกเปรียบเสมือนคนในครอบครัวของมหาวิทยาลัยและเป็นเยาวชนที่เป็นอนาคตที่สำคัญของประเทศ หลังจากนักศึกษาเสียชีวิตผู้เกี่ยวข้องของมหาวิทยาลัย คือ คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ และรองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ในฐานะตัวแทนของมหาวิทยาลัย ได้แสดงความเสียใจต่อครอบครัวของนักศึกษา และได้ร่วมกับครอบครัวของนักศึกษาในการจัดงานบำเพ็ญกุศล โดยคณะพยาบาลศาสตร์ได้จัดเตรียมงานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมทุกวันจนถึงพิธีฌาปนกิจ  พร้อมกันนี้ทาง มหาวิทยาลัยก็ได้มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวนักศึกษา มหาวิทยาลัยมีหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติในการจ่ายเงินช่วยเหลือกรณีนักศึกษาประสบอุบัติเหตุและเสียชีวิต จำนวน 130,000 บาท ไปแล้ว เมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งเงินจำนวนนี้ไม่ได้เป็นเงื่อนไขว่าจะไม่สามารถเรียกเงินสินไหมทดแทน หรือเงินชดเชยได้อีก แต่เป็นการช่วยเหลือตามประกาศของมหาวิทยาลัยเท่านั้น

   ส่วนกรณีที่ได้มีการเรียกเงินสินไหมทดแทนการเสียชีวิตนั้นมหาวิทยาลัยมีความเข้าใจ และเห็นใจครอบครัวที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก และเป็นความหวังของครอบครัวไป ทั้งนี้เนื่องจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ การจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนหรือค่าเสียหายในกรณีที่พนักงานของมหาวิทยาลัย ทำให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลภายนอก จะกระทำได้ 2 วิธี คือ โดยการดำเนินการตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ หรือโดยคำสั่งของศาลเท่านั้น ซึ่งในเรื่องดังกล่าวผู้บริหารมหาวิทยาลัยจะได้แจ้งให้ครอบครัวนักศึกษาได้ทราบต่อไป


   นอกจากนี้มหาวิทยาลัยขอนแก่นขอเรียนให้บุคลากร นักศึกษา และประชาชนทราบว่า มหาวิทยาลัยมีความเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของนักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัยเป้นอย่างมาก  มหาวิทยาลัยขอนแก่นมีพื้นที่ขนาดใหญ่ มากกว่า 5 พันไร่ ในแต่ละวันมีรถยนต์และรถจักรยานยนต์สัญจรมากกว่า 50,000 คัน ที่ผ่านมามหาวิทยาลัยได้มีการปรับปรุงทางกายภาพและวางระบบความปลอดภัยทางจราจรมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนเกิดเหตุมหาวิทยาลัยมีโครงการความปลอดภัยทางการจราจร 2 โครงการ  ได้แก่  โครงการประตูอัจฉริยะ (Smart Gate) ประกอบด้วย การติดตั้งกล้องวงจรปิด เพื่ออ่านป้ายทะเบียน และเครื่องแขนกั้นอัตโนมัติควบคุมประตูเข้า-ออกมหาวิทยาลัย เพื่อลดปริมาณรถที่วิ่งเข้ามาในพื้นที่มหาวิทยาลัยโดยไม่จำเป็นเพื่ออาศัยเป็นเส้นทางผ่านไปที่อื่น  และ โครงการจำกัดความเร็วรถยนต์ (Speed Limit LED Display) โดยติดตั้งกล้องตรวจจับความเร็วพร้อมจอแจ้งเตือนเพื่อจำกัดความเร็วของรถในมหาวิทยาลัย ทั้งนี้มหาวิทยาลัยได้กำหนดความเร็วของรถยนต์ในพื้นที่มหาวิทยาลัย ไม่เกิน 50 กม. /ชม.และในทางร่วมทางแยก ไม่เกิน 30 กม./ชม. 


   แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ทางมหาวิทยาลัยขอนแก่นจึงได้วางแผนมาตรการความปลอดภัยเพิ่มขึ้น โดยทำโครงการติดตั้งไฟจราจรเพิ่มในมหาวิทยาลัยในจุดที่เกิดเหตุ  และในทางร่วมทางแยกจะมีการนำระบบการควบคุมสัญญาณไฟจราจร   โดยนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาช่วยบริหารจัดการให้การเคลื่อนที่ของรถมีความต่อเนื่องและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ผู้สนับสนุนแพลตฟอร์มข่าว-0628929797 DasKLf.jpg 8JER4J.jpg Da2r0R.png DpkFp1.jpg banner1-08.gif Dp1Qd0.png 2wk8Dt.jpg 2wcwIv.jpg


เรื่องที่เกี่ยวข้อง
พิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ เนื่องในวันรพี ประจำปี 2569 และการแข่งขันฟุตบอลวันรพี  เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์อันดีของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม
สำนักบริการวิชาการ ม.ขอนแก่น จัดอบรมหลักสูตร “ดับเพลิงขั้นต้น” ยกระดับศักยภาพเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรับมืออัคคีภัยตามมาตรฐานสากล
ขยายตลาดใหม่งาน Thai SME GP Day 2026 (SME BIG MOVE)
หอการค้าขอนแก่น การันตีร้านมันเดย์ข้าวมันไก่ มอบป้าย ของดีขอนแก่น ประจำปี 2569 เชิดชูผู้ประกอบการคุณภาพ ยกระดับมาตรฐาน สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค
ขอนแก่นผนึกกำลัง BDI และ มข. ขับเคลื่อน “PD Link” แพลตฟอร์มข้อมูลเมืองอัจฉริยะ มุ่งเป้าการบริหารงานบนฐานข้อมูลที่แม่นยำและยั่งยืน
ขอนแก่นจัดกิจกรรมเดิน-วิ่ง เชื่อมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและวัฒนธรรม จัด “แคนแก่นคูนมินิมาราธอน”