วันจันทร์, 2 กุมภาพันธ์ 2569

นศ.มข.ได้เฮ!หลังออกระเบียบฯใหม่ สามารถเรียน 2-3 เท่าแบบเต็มเวลาและแบบไม่เต็มเวลา แถมให้ลาพักฝึกทักษะหาประสบการณ์ ไม่นับอยู่ในระยะเวลา มีผลบังคับใช้ทันที

08 ก.พ. 2022
1144

นศ.มข.ได้เฮ!หลังออกระเบียบฯใหม่ สามารถเรียน 2-3 เท่าแบบเต็มเวลาและแบบไม่เต็มเวลา แถมให้ลาพักฝึกทักษะหาประสบการณ์ ไม่นับอยู่ในระยะเวลา มีผลบังคับใช้ทันที
มหาวิทยาลัยขอนแก่น ออกระเบียบฯว่าด้วยการศึกษาขั้นปริญญาตรี พ.ศ.2565 มีผลบังคับใช้ภาคการศึกษานี้ ทุกชั้นปี ระเบียบใหม่จะให้นำเฉพาะรายวิชาครั้งที่ได้คะแนนสูงสุดเท่านั้นมาคิดคะแนนเฉลี่ยสะสม ซึ่งเป็นไปตามกระบวนทัศน์ใหม่ นักศึกษาในแต่ละสูตรสามารถเรียนได้เป็นระยะเวลา 2 เท่าของระยะเวลาเรียนในหลักสูตร ถ้าหากเรียนแบบเต็มเวลา หรือ 3 เท่าหากเรียนเป็นแบบไม่เต็มเวลา หากนักศึกษามีความประสงค์ที่จะไปฝึกทักษะจะไปหาประสบการณ์ชีวิตก็สามารถลาพักโดยไม่นับอยู่ในระยะเวลา 2 เท่า หรือ 3 เท่านี้ มีผลบังคับใช้ทันทีในภาคปลายสำหรับปีการศึกษานี้


เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น บอกเล่าถึงการปรับปรุงระเบียบมหาวิทยาลัยขอนแก่นว่าด้วยการศึกษาขั้นปริญญาตรี พ.ศ. 2565 สู่เป้าหมายยุทธศาสตร์ด้านการปรับเปลี่ยนการจัดการศึกษา (Education Transformation) สู่กระบวนทัศน์ใหม่ (New Paradigm) โดยเมื่อวันพุธที่ 2 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา ที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ให้ความเห็นชอบในการออกระเบียบมหาวิทยาลัยขอนแก่น ว่าด้วยการศึกษาขั้นปริญญาตรีฉบับใหม่ ซึ่งมีความสำคัญเพราะว่าระเบียบนี้จะเป็นระเบียบที่ออกมาเพื่อที่จะสนับสนุนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยคือยุทธศาสตร์การปรับเปลี่ยนมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่เราเรียกว่า KKU Transformation ยุทธศาสตร์ นี้จะมีเรื่องของการปรับเปลี่ยนการจัดการศึกษาที่เราเรียกว่า Education Transformation
สำหรับการปรับเปลี่ยนนี้ก็คือการปรับเปลี่ยนกระบวนการจัดการศึกษา “จากสอนให้รู้เป็นสอนให้คิด” ที่เราเรียกว่ากระบวนทัศน์ใหม่หรือNew Paradigmในกระบวนทัศน์ใหม่ ก็จะมีหัวข้อที่สำคัญๆที่ระเบียบนี้ได้ออกมาเพื่อเอื้อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกระบวนการเรียนการสอน และการวัดและประเมินผลซึ่งเป็นหัวใจที่สำคัญ เช่นเมื่อก่อนเวลาเราพูดถึงการ จัดการเรียนการสอน เราก็จะเน้นการบรรยายเป็นหลักแต่ในกระบวนทัศน์ใหม่ การเรียนการสอนจะไม่เน้นการที่อาจารย์เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ไปสู่นักเรียน แต่จะเน้นที่จะทำให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง


ตัวอย่างรูปแบบการเรียนในกระบวนทัศน์ใหม่นี้ เช่นการเรียนแบบ Flipped classroom ซึ่งเป็นการเรียนที่ส่งเสริมให้นักศึกษาได้สามารถเรียนรู้ด้วยตนเองและสามารถเกิดทักษะการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ความรู้และการเรียนรู้ตลอดชีวิตได้สำหรับการวัดและประเมินผลก็เช่นเดียวกัน จะมีการปรับเปลี่ยน โดยในกระบวนทัศน์เก่าเมื่อเราพูดถึงการวัดและประเมินผล จะหมายถึงการสอบแต่ในกระบวนทัศน์ใหม่ในการวัดและประเมินผลจะมีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการมอบหมายงานหรือ ที่เราเรียกว่า assignment การทำรายงาน Report ต่างๆหรือการประเมินใน สถานการณ์จริง หรือที่เรียกว่า (Authentic Assesment)
นอกจากนี้แล้ว เรายังเพิ่มการวัดและประเมินผล เพื่อสะท้อนกลับ เพื่อให้ผู้เรียนได้ปรับปรุง การเรียนของตนเองที่เรียกว่า Formative Assesment นอกเหนือจาก Summative Assesment ที่เราทำอยู่แล้ว นอกจากนี้ระเบียบใหม่นี้ยังได้มีการปรับเปลี่ยนเรื่องระยะเวลาในการศึกษาในกระบวนทัศน์เก่า เราจะจำกัดระยะเวลาศึกษา แต่ในกระบวนทัศน์ใหม่นั้นเราจะเปิดให้นักศึกษาได้เรียนรู้ตามศักยภาพ เพราะฉะนั้นเดิมที่เรามีการกำหนดเวลาศึกษาเช่นถ้าใครไม่สามารถเรียนจบในระยะเวลาตามหลักสูตรได้จะต้องพ้นสภาพ ในระเบียบใหม่ได้กำหนดไว้ว่านักศึกษาในแต่ละสูตรสามารถเรียนได้เป็นระยะเวลา 2 เท่าของระยะเวลาเรียนในหลักสูตรถ้าหากเรียนแบบเต็มเวลา หรือ 3 เท่าหากเรียนเป็นแบบไม่เต็มเวลา


หากนักศึกษามีความประสงค์ที่จะไปฝึกทักษะจะไปหาประสบการณ์ชีวิตก็สามารถลาพักโดยไม่นับอยู่ในระยะเวลา 2 เท่า หรือ 3 เท่านี้ เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้สามารถที่จะเลือกทำกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาตนเองให้เป็นบัณฑิตที่มีความสมบูรณ์เตรียมพร้อมที่จะทำงานในอนาคตได้มากยิ่งขึ้น เรื่องที่ 3 ก็คือการที่ระเบียบใหม่นี้จะเปิดโอกาสให้นักศึกษาสามารถถอนรายวิชาได้จนกระทั่งถึง 1 สัปดาห์สุดท้ายก่อนการปิดภาคการศึกษา ซึ่งแต่เดิม เราจะเปิดโอกาสให้เพียงครึ่งระยะทางของภาคการศึกษา หากเลยจากนั้นแล้วจะให้เกรด F
ในการที่เราขยายเวลาให้จะทำให้นักศึกษาที่คิดว่าตัวเองยังไม่มีความพร้อมที่จะเข้ารับการวัดและประเมินผลก็สามารถที่จะถอนรายวิชาได้ สำหรับการคิดคะแนนเฉลี่ยสะสมก็มีการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกัน เดิมรายวิชาที่นักศึกษา ที่ต้องลงทะเบียนเรียนซ้ำหลายครั้ง จะต้องนำคะแนนทุกครั้งไม่ว่าจะได้เกรดอะไรมาคิดคะแนนเฉลี่ยสะสมด้วยเสมอ แต่ใน ระเบียบใหม่จะให้นำเฉพาะรายวิชาครั้งที่ได้คะแนนสูงสุดเท่านั้นมาคิดคะแนนเฉลี่ยสะสม ซึ่งเป็นไปตามกระบวนทัศน์ใหม่ ตรงที่จะเป็นการสะท้อนผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาได้ดีกว่าแบบเดิม ซึ่งผมคิดว่าระเบียบนี้ จะช่วยทำให้นักศึกษาซึ่งในปัจจุบันต้องลงทะเบียนซ้ำเพื่อที่จะทำให้คะแนนสะสมถึงเกณฑ์ที่จะสำเร็จการศึกษาสามารถสำเร็จการศึกษาได้ง่ายขึ้น โดยเขาก็ จะได้ผลสัมฤทธิ์อันที่ดีที่สุด ไป


สำหรับประเด็นสุดท้ายก็คือเรื่องของการบังคับใช้ระเบียบนี้ เป็นครั้งแรกที่ให้มีผลบังคับใช้ทันทีในภาคปลายสำหรับปีการศึกษานี้ และให้มีผลสำหรับนักศึกษาทุกคนไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาเก่าหรือนักศึกษาใหม่ซึ่งจะแตกต่างจากระเบียบปริญญาตรีฉบับก่อนๆ ที่จะให้มีผลบังคับใช้เฉพาะนักศึกษาที่เข้าใหม่ ทั้งนี้เพื่อที่จะให้ระเบียบนี้มีผลกับนักศึกษาทุกคน ทั้งนักศึกษาใหม่ และนักศึกษาเก่า เพื่อที่นักศึกษาจะได้สามารถใช้ประโยชน์และเข้าสู่การศึกษาตามกระบวนทัศน์ใหม่พร้อมกันทั่วทั้ง มหาวิทยาลัย ผมหวังว่าระเบียบปริญญาตรีฉบับใหม่นี้ จะทำให้นักศึกษาได้เรียนอย่างมีความสุขและได้พัฒนาตนเองทั้งความรู้ทักษะ และเจตคติ สามารถเป็นบัณฑิตที่พึงประสงค์ เป็นบัณฑิตที่ออกไปเป็นผู้นำ มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถคิดวิเคราะห์สังเคราะห์ เป็นที่พึงพอใจของผู้ประกอบการ และทำให้ บัณฑิตประสบความสำเร็จในชีวิตการทำงานได้มากยิ่งขึ้น

ผู้สนับสนุนแพลตฟอร์มข่าว-0628929797 DasKLf.jpg Da2r0R.png DpkFp1.jpg banner1-08.gif Dp1Qd0.png 2wk8Dt.jpg 2wcwIv.jpg


เรื่องที่เกี่ยวข้อง
20 พ.ค. นี้ เจอกันที่แลนด์มาร์กใหม่ของขอนแก่น – เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส
สุดอลังการ งานวันเกษตรภาคอีสาน ครั้งที่ 34 หน่วยงานรัฐและเอกชน ร่วมออกบูธจัดแสดงนวัตกรรมและสินค้าเกษตร ภายใต้คำขวัญ ‘ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม’ 23 ม.ค.- 1 ก.พ.นี้
สำนักบริการวิชาการจัดอบรมหลักสูตร “Generative AI สำหรับการบริหารและการจัดการศึกษา”
มข. เดินหน้า “โมเดลสร้างอาชีพคนพิการ” ระยะที่ 2 เปิดพื้นที่ ตำบลแดงใหญ่ หนุนทักษะอาชีพ สร้างรายได้จริงสู่ความยั่งยืน
สำนักบริการวิชาการ มข. จับมือ พมจ.ขอนแก่น – อบต.บ้านดง คิกออฟโครงการพัฒนาศักยภาพคนพิการ ระยะที่ 2 ปูพรม 3 พื้นที่เป้าหมาย มุ่งสร้าง ‘อาชีพ-รายได้’ อย่างยั่งยืน
สำนักบริการวิชาการ มข. ผนึกกำลัง ทม.ศิลา และ พมจ.ขอนแก่น ปั้นทักษะอาชีพคนพิการ นำร่อง 3 พื้นที่ต้นแบบ มุ่งสร้างรายได้ยั่งยืน