
(มีคลิปข่าว)กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยกรมพลศึกษา ร่วมกับจังหวัดขอนแก่น จัดกิจกรรมการแสดงดนตรีพื้นบ้าน เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายใต้ชื่องาน “ดนตรีพื้นบ้านแห่งความจงรักภักดี สถิตในใจนิรันดร์” ตามโครงการสร้างความตระหนักรู้ทางนันทนาการเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนสู่ความเป็นเลิศ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15–16 สิงหาคม 2569 ณ วัดป่าแสงอรุณ และขอนแก่นฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ขอนแก่น เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้ร่วมแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณผ่านการแสดงดนตรีพื้นบ้านอันทรงคุณค่า พร้อมทั้งร่วมสืบสานและเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่สืบไป
นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวในพิธีเปิดว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และสืบสานศิลปวัฒนธรรมไทย รวมทั้งทรงพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศ พร้อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญอักษรพระนามาภิไธย “ส.ก.” จารึกบนถ้วยรางวัล สำหรับการประกวดดนตรีพื้นบ้านวงโปงลางชิงถ้วยพระราชทาน ซึ่งกรมพลศึกษาได้ดำเนินการจัดการประกวดอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2553 นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้แก่ผู้สืบสานศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านของไทย
นางสาวนัทรียา กล่าวเพิ่มเติมว่า ดนตรีพื้นบ้านไม่ได้เป็นเพียงการแสดงเพื่อความบันเทิง หากแต่เป็นมรดกภูมิปัญญาที่สะท้อนอัตลักษณ์ วิถีชีวิต และรากเหง้าทางวัฒนธรรมของคนไทย การเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ ฝึกฝน และแสดงศักยภาพผ่านกิจกรรมดนตรีพื้นบ้าน จึงเป็นการปลูกฝังความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ควบคู่กับการพัฒนาทักษะชีวิต ความคิดสร้างสรรค์ ความมีวินัย และการทำงานร่วมกัน อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ
การจัดกิจกรรมครั้งนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากโรงเรียนและสถานศึกษาในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วงดนตรีพื้นบ้านโปงลางที่เคยได้รับรางวัลชนะเลิศและวงที่เคยเข้าร่วมการประกวด ตลอดจนศิลปินแห่งชาติ นักเรียน นักศึกษา ครูจากสถานศึกษาในภูมิภาค และเครือข่ายด้านศิลปวัฒนธรรม ที่มาร่วมกันสร้างสรรค์การแสดงอันงดงามและทรงคุณค่า เพื่อถ่ายทอดพระมหากรุณาธิคุณผ่านบทเพลงและการแสดง อันเป็นการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่สู่คนรุ่นต่อไป
ด้าน นายมงคล วิมลรัตน์ อธิบดีกรมพลศึกษา กล่าวเสริมว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 เป็นต้นมา กรมพลศึกษาได้จัดการประกวดการแสดงวงโปงลางเป็นประจำทุกปี ปีละ 4 รุ่น ประกอบด้วย รุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี, 15 ปี, 18 ปี และรุ่นไม่เกิน 25 ปี แต่เนื่องจากพระองค์เสด็จสวรรคตเมื่อปีที่แล้ว ในปีนี้จึงได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบจากการประกวดมาเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์แทน โดยการรวบรวมวงแชมป์ทั้ง 4 รุ่น ย้อนหลัง 3 ปี รวมทั้งหมด 12 แชมป์ มาผนึกกำลังแสดงโชว์ร่วมกันเป็น 9 การแสดงอันตระการตาอย่างที่ปรากฏในวันนี้
นายมงคล กล่าวทิ้งท้ายว่า ผลจากการจัดประกวดดนตรีพื้นบ้านวงโปงลางอย่างต่อเนื่องหลายปีที่ผ่านมา ก่อให้เกิดการแข่งขันและการพัฒนา โดยแต่ละวงและแต่ละโรงเรียนต่างฝึกหัดและพัฒนาทักษะกันอย่างจริงจัง จนเกิดกระแสความนิยมในการเล่นโปงลาง เด็กและเยาวชนได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ด้วยการเรียนรู้และฝึกซ้อมดนตรี ทำให้ห่างไกลจากยาเสพติด ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง นอกจากนี้ ดนตรีพื้นบ้านโปงลางยังเป็นอัตลักษณ์ทางดนตรีอันโดดเด่นของชาวอีสาน และเป็นตัวชูโรงสำคัญที่ดึงดูดให้ชาวต่างชาติหันมาสนใจวัฒนธรรมไทยมากขึ้น ซึ่งท้ายที่สุดแล้วมีส่วนช่วยหนุนเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศได้อย่างยั่งยืน
ลิงค์สำรองการฟังวิทยุออนไลน์ FM101.MHZ