วันพุธ, 5 สิงหาคม 2569

Trip.com Group สนับสนุนเงินช่วยเหลือค่าเลี้ยงดูบุตร สำหรับพนักงานในประเทศไทยและทั่วโลก มูลค่ากว่า 1 พันล้านหยวน (ประมาณ 5 พันล้านบาท)

กรุงเทพฯ 7 กรกฎาคม 2566 – ทริปดอทคอม กรุ๊ป (Trip.com Group) ผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวชั้นนำระดับโลก มีความยินดีที่จะประกาศสนับสนุนเงินช่วยเหลือค่าเลี้ยงดูบุตร สำหรับพนักงานทั่วโลกรวมถึงพนักงานในประเทศไทย โดยพนักงานที่ทำงานกับบริษัทเป็นเวลาสามปีขึ้นไป จะได้รับโบนัสเงินสดประจำปีเป็นจำนวน 10,000 หยวน (คิดเป็นจำนวนเกือบ 5 หมื่นบาท) สำหรับเด็กแรกเกิดแต่ละคนทุกปี นับตั้งแต่วันเกิดปีแรกของเด็กจนกระทั่งเด็กอายุครบห้าขวบ โดยนโยบายนี้ บริษัทวางแผนลงทุนทั้งหมดประมาณ 1 พันล้านหยวน (ประมาณ 5 พันล้านบาท) เพื่อเป็นเงินสำหรับช่วยเหลือพนักงานในการวางแผนครอบครัวและส่งเสริมนโยบายการดูแลพนักงานเสมือนคนในครอบครัว

เจมส์ เหลียง ประธานบริหารของ Trip.com Group กล่าวว่า “พนักงานถือเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของบริษัท และเรามุ่งมั่นที่จะสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดียิ่งขึ้นพร้อมทั้งช่วยสนับสนุนความต้องการของพนักงาน ด้วยสวัสดิการด้านการดูแลบุตรที่เราได้เปิดตัวในครั้งนี้ เรามุ่งหวังที่จะให้เงินสนับสนุนเพื่อส่งเสริมให้พนักงานของเราเริ่มสร้างครอบครัวได้โดยไม่กระทบเป้าหมายและความสำเร็จในอาชีพ”

ที่ Trip.com Group การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นมิตรและพร้อมสนับสนุนพนักงานทุกคนถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเสมอสำหรับเรา และสวัสดิการเงินช่วยเหลือค่าดูแลบุตรนี้ถือเป็นอีกความมุ่งมั่นในการไปสู่เป้าหมาย ที่จะช่วยให้พนักงานของเราสามารถสร้างความสมดุลระหว่างการดูแลครอบครัวและการทำงานอย่างมีความสุขได้

Trip.com Group เข้าใจความสำคัญของการดูแลครอบครัว โดยให้การสนับสนุนคุณแม่ที่ทำงานควบคู่ไปกับการเลี้ยงดูบุตรและพนักงานที่กำลังตั้งครรภ์ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Trip.com Group ได้ดำเนินนโยบายสนับสนุนด้านครอบครัวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการทำงานแบบไฮบริด ที่พนักงานสามารถเลือกทำงานได้ทั้งจากออฟฟิศหรือจากที่บ้าน รวมถึงสวัสดิการที่ช่วยในเรื่องการมีบุตรและการสร้างครอบครัว

ในฐานะนักประชากรศาสตร์ คุณเหลียงเชื่อว่านโยบายสวัสดิการของครอบครัว เช่น บริการช่วยดูแลบุตร การลาคลอดที่เท่าเทียมกันสำหรับชายและหญิง การคุ้มครองสิทธิของครอบครัวพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว และการเข้าถึงเทคโนโลยีที่ช่วยในเรื่องการมีบุตรและการสร้างครอบครัว สามารถช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งยังช่วยประหยัดเวลาและลดการเสียโอกาสในการเลี้ยงดูบุตรของพนักงานหญิง ซึ่งทำให้พนักงานประสบความสำเร็จทั้งด้านครอบครัวและอาชีพ ทั้งนี้ในหนังสือเล่มใหม่ของเจมส์ เหลียง “Population Strategies: How Population Affects Economy and Innovation” (ยุทธศาสตร์ประชากร: ประชากรส่งผลต่อเศรษฐกิจและนวัตกรรมอย่างไร) ที่ตีพิมพ์เมื่อต้นปีที่ผ่านมา เขาได้วิเคราะห์และแบ่งปันมุมมองมากมายเกี่ยวกับนโยบายที่จะช่วยส่งเสริมการมีบุตร

ทั้งนี้ บริษัทใช้รูปแบบการทำงานไฮบริด ที่พนักงานในประเทศไทยและในประเทศต่างๆ สามารถเลือกทำงานทางไกลได้ในบางวันของสัปดาห์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการเพิ่มความสุขและความพึงพอใจให้แก่พนักงาน เพื่อเป็นการสนับสนุนการดูแลครอบครัว และส่งเสริมความสมดุลในการทำงานและชีวิตส่วนตัว โดยทางกลุ่มบริษัท นับเป็นบริษัทออนไลน์รายแรกในจีนที่นำนโยบายดังกล่าวมาใช้ แม้ว่าจะเริ่มเปิดตัวนโยบายนี้ครั้งแรกในจีนแผ่นดินใหญ่ก่อน แต่ปัจจุบัน Trip.com Group ได้นำนโยบายนี้ไปปรับใช้ใน 14 ภูมิภาค และในประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทย ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย

ผู้สนับสนุนแพลตฟอร์มข่าว/สนใจลงโฆษณาติดต่อ นิตยา สุวรรณสิทธิ์ -0628929797 MB9x2v.jpeg Da2r0R.png DpkFp1.jpg banner1-08.gif Dp1Qd0.png 2wk8Dt.jpg 2wcwIv.jpg


เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ผู้เชี่ยวชาญชี้ การตรวจวินิจฉัยที่รวดเร็วและแม่นยำ คือกุญแจสำคัญสู่การยุติวัณโรคในประเทศไทย
ELLE เปิดตัวแฟชั่นเดสติเนชั่นแห่งใหม่ @ Siam Premium Outlets ช้อปครบทุกสไตล์ พร้อมดีลพิเศษลดสูงสุด 70%
Local Enterprises Exposition 2026
หอการค้าขอนแก่น การันตีร้านมันเดย์ข้าวมันไก่ มอบป้าย ของดีขอนแก่น ประจำปี 2569 เชิดชูผู้ประกอบการคุณภาพ ยกระดับมาตรฐาน สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค
อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ชี้เทรนด์การตลาดโรงแรม-ร้านอาหาร-ธุรกิจบริการ ชูสุขอนามัยสีเขียว-เทคโนโลยีอัจฉริยะ พลิกหลังบ้านเป็นจุดขายใหม่ เผยงาน Food & Hospitality Thailand 2026 เตรียมขนทัพโซลูชันด้านสุขอนามัยล่าสุดร่วมโชว์
ซีพี แอ็กซ์ตร้า ปักหมุดพลิกโฉม Lotus’s Khon Kaen สู่ศูนย์กลางการใช้ชีวิตแห่งใหม่ของภูมิภาค เดินหน้ายุทธศาสตร์ “Happy Mall” ดึงพันธมิตรระดับโลก IKEA เปิดบริการแห่งแรกในภาคอีสาน