วันพุธ, 24 มิถุนายน 2569

Pathfinder UGV หุ่นยนต์เบิกทาง FIBO มจธ. นวัตกรรมเพื่อแนวหน้า ความหวังใหม่ในการปกป้องชีวิตทหารไทยและความมั่นคงของประเทศ

24 มิ.ย. 2026
24

ขณะที่คนไทยส่วนใหญ่ใช้ชีวิตประจำวันอย่างปกติในเมืองและชุมชนที่ปลอดภัย ยังมีเจ้าหน้าที่ลาดตระเวน เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) และประชาชนตามแนวชายแดนอีกจำนวนไม่น้อยที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับความเสี่ยงจาก “ทุ่นระเบิด” และ “วัตถุระเบิดตกค้างจากความขัดแย้ง” ที่ซ่อนอยู่ใต้ดิน เป็นความเสี่ยงที่มองไม่เห็น ทุกก้าวที่เดินเข้าไปในพื้นที่ต้องอาศัยความระมัดระวังสูงสุด เพราะความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจหมายถึงการสูญเสียชีวิต อวัยวะ หรือทรัพย์สินของผู้ปฏิบัติงานและประชาชนผู้บริสุทธิ์ในพื้นที่

จากโจทย์ความท้าทายดังกล่าว นักวิจัยและนักพัฒนา FIBO Technovation ได้แก่ นายบุญเลิศ มณีฉาย นายศุภกร ชั้นเจริญศรี นายอาทิตย์ จุลคณานุศาสตร์ นายธีรภัทร เขษมเวสารัชวุฒิ นายทศพร บุญแท้ และนายอิสรินทร์ เสาะสูงเนิน จากสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ร่วมกันพัฒนา “Pathfinder UGV” หรือ “หุ่นยนต์เบิกทาง” นวัตกรรมหุ่นยนต์ภาคพื้นดินแบบบังคับระยะไกลที่ถูกออกแบบมาเพื่อเข้าไปทำหน้าที่แทนมนุษย์ในพื้นที่อันตราย ลดความเสี่ยงต่อชีวิตของเจ้าหน้าที่ เพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจหา ระบุตำแหน่งทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดที่ยังไม่ได้รับการกู้ทำลาย

นายบุญเลิศ กล่าวว่า ทีมวิจัยพัฒนาหุ่นยนต์เบิกทางมาอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มจากการศึกษาหุ่นยนต์สี่ขาที่มีความคล่องตัวสูง แต่พบว่ามีต้นทุนการพัฒนาและการบำรุงรักษาสูงเกินความจำเป็นสำหรับการใช้งานจริงในพื้นที่เสี่ยง จึงปรับแนวคิดมาสู่การพัฒนาหุ่นยนต์ล้อที่เรียบง่าย แข็งแรง และตอบโจทย์ภารกิจได้ดีกว่า “เป้าหมายของเราไม่ใช่การสร้างหุ่นยนต์ที่ซับซ้อนที่สุด แต่คือการสร้างเครื่องมือที่ช่วยลดความเสี่ยงให้เจ้าหน้าที่ได้จริง เราออกแบบ Pathfinder UGV ภายใต้แนวคิดหุ่นยนต์พร้อมปฏิบัติภารกิจในพื้นที่อันตรายด้วยต้นทุนที่เหมาะสม หากเกิดความเสียหายก็สามารถซ่อมแซมหรือผลิตทดแทนได้รวดเร็ว เพราะใช้อุปกรณ์และเทคโนโลยีที่หาได้ในประเทศ ที่สำคัญคือหุ่นยนต์พังเราสร้างใหม่ได้ แต่ชีวิตของผู้ปฏิบัติงานไม่สามารถทดแทนได้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราพัฒนาเทคโนโลยีนี้ขึ้นมาเพื่อให้หุ่นยนต์เป็นผู้รับความเสี่ยงแทนมนุษย์ในพื้นที่อันตราย

th-mw-c-y-Pathfinder-UGV

การพัฒนา Pathfinder UGV เริ่มต้นจากโจทย์ความต้องการของศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (TMAC) ที่ต้องการเครื่องมือช่วยตรวจหาทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดตกค้างที่ใช้งานได้จริงในภาคสนาม และมีต้นทุนไม่เกิน 100,000 บาท ทีมวิจัยจึงออกแบบหุ่นยนต์ให้ตอบโจทย์การใช้งานของเจ้าหน้าที่มากที่สุด ทั้งในด้านความคล่องตัว ความแม่นยำ และความปลอดภัย โดยติดตั้งเครื่องตรวจจับโลหะที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามภารกิจ พร้อมระบบรักษาระดับหัวตรวจอัตโนมัติที่ช่วยให้การสแกนมีประสิทธิภาพแม้ในพื้นที่ขรุขระ หุ่นยนต์สามารถตรวจจับโลหะใต้ดินได้ลึกประมาณ 0.5 – 1 เมตร ครอบคลุมพื้นที่ด้านหน้ากว้างราว 1 เมตร และส่งภาพจากกล้องแบบเรียลไทม์มายังสมาร์ทโฟนของผู้ควบคุม ซึ่งสามารถปฏิบัติงานอยู่ห่างจากพื้นที่เสี่ยงประมาณ 20-30 เมตร ซึ่งเป็นระยะที่ผู้ควบคุมจะปลอดภัย ไม่ได้รับอันตรายจากแรงระเบิด

“เราออกแบบทุกองค์ประกอบจากสภาพการทำงานจริงของเจ้าหน้าที่ ตั้งแต่ขนาดตัวรถที่กว้างเพียง 50 เซนติเมตรที่เป็นระยะความกว้างเท่าตัวคนจริงเพื่อให้วิ่งผ่านทางเดินในป่าได้สะดวก ไปจนถึงระบบแจ้งเตือนเมื่อพบวัตถุต้องสงสัย เป้าหมายคือให้หุ่นยนต์เป็นด่านหน้าในการสำรวจพื้นที่อันตราย เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น” นายศุภกร กล่าว

ปัจจุบัน Pathfinder UGV ผ่านการทดสอบจนมีความพร้อมในระดับ TRL 7 และ SRL 7 ซึ่งหมายถึงสามารถใช้งานและทดสอบในสภาพแวดล้อมจริงได้ รวมถึงมีความพร้อมในการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมผู้ใช้งาน โดยทีมวิจัยได้ร่วมทดสอบกับศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (TMAC) ในสภาพพื้นที่ที่ใกล้เคียงกับการปฏิบัติงานจริง ทั้งสนามหญ้า พื้นหิน และพื้นที่ที่มีรากไม้ พร้อมใช้เปลือกระเบิดโลหะจำลองเป็นเป้าหมายในการตรวจจับ ผลการทดสอบพบว่าหุ่นยนต์สามารถตรวจจับและระบุตำแหน่งวัตถุได้อย่างถูกต้องในระดับ 80-90%

“ผลลัพธ์ที่ได้ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าระบบสามารถช่วยสนับสนุนภารกิจภาคสนามได้จริง อย่างไรก็ตาม เรายังคงเดินหน้าพัฒนาต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปรับปรุงระบบล้อให้สามารถข้ามรากไม้หรือสิ่งกีดขวางขนาดใหญ่ได้ดีขึ้น รวมถึงเพิ่มความเสถียรของระบบสื่อสารในพื้นที่ที่มีความชื้นสูง เพื่อให้หุ่นยนต์มีความพร้อมสำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่ท้าทายมากยิ่งขึ้นในอนาคต” นายศุภกร กล่าวถึงการต่อยอดในอนาคต

นายบุญเลิศ กล่าวว่า คุณค่าของ Pathfinder UGV ไม่ได้อยู่ที่ตัวหุ่นยนต์หรือเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชีวิตของผู้คนและความมั่นคงของประเทศ “ด้วยต้นทุนการผลิตเพียงประมาณ 100,000 บาทต่อเครื่อง เราสามารถพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยลดการพึ่งพาระบบนำเข้าราคาหลักล้านบาทจากต่างประเทศ ขณะเดียวกันยังใช้อุปกรณ์ที่หาได้ในประเทศ ทำให้สามารถซ่อมบำรุง ผลิตซ้ำ และต่อยอดได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นประโยชน์ทั้งต่ออุตสาหกรรมหุ่นยนต์และห่วงโซ่อุปทานด้านเทคโนโลยีของไทย แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการช่วยลดความเสี่ยงให้เจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติงานในพื้นที่อันตราย เพราะทุกครั้งที่หุ่นยนต์ถูกส่งเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ก่อน นั่นหมายถึงโอกาสที่คนจะปลอดภัยมากขึ้น ลดความกังวลของครอบครัว ลดความสูญเสียของหน่วยงาน และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย นอกจากนี้เทคโนโลยียังสามารถต่อยอดไปสู่ภารกิจค้นหาและกู้ภัย การสำรวจพื้นที่ภัยพิบัติ หรือภารกิจด้านความมั่นคงอื่น ๆ ได้ในอนาคต จึงนับเป็นการลงทุนด้านวิจัยที่สร้างผลตอบแทนทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศไปพร้อมกัน”

Pathfinder UGV คืออีกตัวอย่างของงานวิจัยไทยที่ต่อยอดจากปัญหาจริงของประเทศ สู่เทคโนโลยีที่ช่วยปกป้องชีวิตผู้คนด้วยองค์ความรู้และการพัฒนาของคนไทย คุณค่าของนวัตกรรมนี้จึงไม่ได้อยู่ที่ตัวหุ่นยนต์ แต่อยู่ที่ความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นของเจ้าหน้าที่และชุมชนในพื้นที่เสี่ยงภัย เป็นภาพสะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในการพัฒนาเทคโนโลยีด้านความมั่นคงได้ด้วยตนเอง เป็นนวัตกรรมที่ดูแลคนไทยและประเทศได้จริง

ผู้สนับสนุนแพลตฟอร์มข่าว/สนใจลงโฆษณาติดต่อ นิตยา สุวรรณสิทธิ์ 084-0323211-0628929797 kku2 Central Khonkaen Logo 03 2_07b2fa84021c11013.jpeg sm02.jpeg green-white-background06.jpeg แบนเนอร์03 69 cropped-kk0012-scaled-3.jpeg ลิงค์สำรองการฟังวิทยุออนไลน์ FM101.MHZ radio20766