ตำรวจร้อยเอ็ด ทำ MOU แก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรในชุมชน แบบบูรณาการ

  วันที่ 7 มิ.ย.64  เวลา 09.30น. ณ  ศาลาวัดบ้านหนองจิกน้อย หมู่ 9 ตำบลดงลาน อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด พล.ต.ต.ไพโรจน์  มังคลา  ผบก.ภจว.ร้อยเอ็ด เปิดโครงการดำเนินงานชุมชนยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งมี พระครูรุ่งเรืองทรัพย์  อาภากโร เจ้าอาวาสวัดบ้านหนองจิกน้อย  พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา รอง ผบก.ภจว.ร้อยเอ็ด,พ.ต.อ.เนติวัฒน์  จันทรา  ผกก.ฯ พ.ต.ท.กฤษฏิ์ภิวัชร์  ปรีดาพันธุ์ รอง ผกก.ป,พ.ต.ท.บุญสืบ ไชยน้ำอ้อม  สวป.ฯ/นาย เริงวิทย์ ถนอมแสง นายอำเภอเมืองร้อยเอ็ด พร้อมปลัดอำเภอเมืองร้อยเอ็ด  นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดงลาน ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน,จนท.สาธารณสุข, อสม.หมู่บ้าน.อาสาตำรวจหมู่บ้าน  และพี่น้องประชาชน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมพิธีเปิดโครงการฯ ตามนโยบาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติและ ตำรวจภูธรภาค4   และร่วมเป็นสักขีพยานในการ ลงนาม MOU ชุมชนเข้มแข็งแบบยั่งยืน

       สถานีตำรวจภูธรเมืองร้อยเอ็ด จัดทำ “โครงการดำเนินงานชุมชนยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด แบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ” โดยเสริมสร้างให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็งเข้าใจและรับรู้ปัญหาพิษภัยที่เกิดขึ้นจากยาเสพติด เพื่อให้เกิดกระบวนการป้องกัน แก้ไข และการบำบัดยาเสพติดโดยการมีส่วนร่วมของคนในหมู่บ้าน ชุมชน เพื่อสร้างรูปแบบการ ชุมชนเข้มแข็ง ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน   ซึ่งได้เลือกบ้านหนองจิกน้อยหมู่ที่ 9 ตำบลดงลาน อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด เข้าร่วมโครงการฯ เนื่องด้วยบ้านหนองจิกน้อยยังมีปัญหายาเสพติดระบาดในพื้นที่ ที่ต้องได้รับการแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้านโดยเร่งด่วน  ชุดปฏิบัติการ โครงการฯ  จะเข้ามาดำเนินงานตามกระบวนการ ในบ้านหนองจิกน้อย ตลอดระยะเวลา 3 เดือน เริ่มตั้งแต่ วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 31 สิงหาคม 2564  

     พล.ต.ต.ไพโรจน์  มังคลา  ผบก.ภจว.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า ตามที่รัฐบาล ได้กำหนดให้ปัญหายาเสพติด เป็นวาระสำคัญของชาติ ดังนั้นสถานีตำรวจภูธรเมืองร้อยเอ็ด จึงได้บูรณาการร่วมกับชุมชน ลงนาม MOU ชุมชนเข้มแข็งแบบยั่งยืน เพื่อให้ชุมชนปลอดยาเสพติด  การที่โครงการจะสำเร็จไปได้ต้องมีความร่วมมือจากชุมชนเริ่มตั้งแต่ผู้นำหมู่บ้าน อสม. ครอบครัว แม้แต่ทางศาสนาก็ได้เข้ามาร่วมกัน  ถือว่าอยู่ใกล้ชิดจะรู้ว่าใครเป็นผู้ป่วยใช้ยาใครอยู่ในขั้นบำบัด ชุดปฏิบัติการจะเข้ามาร่วมกับชุมชนช่วยแนะนำการดูแลผู้ที่ติดยาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชน ให้เกิดการบำบัดฟื้นฟูใกล้บ้านหรือภายในชุมชนอย่างต่อเนื่อง นำไปสู่ชุมชนเข้มแข็งแบบยั่งยืน

//////////////////////////////////

โชติกา  ทวนชัยภูมิ/ภาพ/ข่าว

0956628047

มทบ 27 ลงนามถวายพระพรชัยมงคล พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 43 พรรษา

เมื่อเวลา 08.30 น. วันนี้ (2 มิ.ย.64) ที่กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่27 ค่ายประเสริฐสงคราม ต.เหนือเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด พลตรี ธวัชชัยแจ้งประจักษ์ ผบ.มทบ.27 นำข้าราชการในสังกัดลงนามและกล่าวถวายราชสดุดีและถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 43 พรรษา  พร้อมด้วยข้าราชการมณฑลทหารบกที่ 27 ชมรมแม่บ้านมณฑลทหารบกที่ 27 ข้าราชการกองพัน ทหารราบที่ 1กรมทหารราบที่ 16 ชุดบริการสนามบิน และหอบังคับการบินที่ 6  พร้อมให้กำลังพล ลงนามถวายพระพรออนไลน์     ต่างปลื้มปีติและชื่นชมโสมนัสในพระบุญญาบารมีที่ทรงได้รับ การสถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศเป็น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระเกียรติยศสมบูรณ์ตามโบราณราชประเพณี ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเป็นอเนกประการ ปฏิบัติงานถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยพระราชวิริยะอุตสาหะและความจงรักภักดีทั้งมีพระปรีชาสามารถ ด้านการทหาร เป็นที่ประจักษ์ แก่ผองพสกนิกร

   ในโอกาสอันเป็นมงคลยิ่งนี้ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคล ขออานุภาพแห่ง พระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในสากล ปกอภิบาลประทานพร ให้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท เจริญด้วยจตุรพิธพร-พิพัฒน์สวัสดิมงคลพระชนมายุยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ สถิตเป็นมิ่งขวัญแห่งปวงประชา สถาพรตราบกาลนาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม

 ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 3 มิถุนายน 2564 ผ่านระบบออนไลน์ ได้ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์  www.royaloffice.th ระหว่างวันที่ 1-6 มิถุนายน 2564

////////////////

โชติกา  ทวนชัยภูมิ/ภาพ/ข่าว

0956628047

ปศุสัตว์จังหวัดร้อยเอ็ด kick off รณรงค์ป้องกันและกำจัดแมลงนำโรคลัมปี สกิน ในโค กระบือ

    วันอาทิตย์ที่ 30 พฤษภาคม 2564 เวลา 09.30 น. นายชนาส ชัชวาลวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานเปิดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและกำจัดโรคลัมปี สกิน ในโค กระบือ จังหวัดร้อยเอ็ด ณ ลานอเนกประสงค์ บ้านปอภาร หมู่ที่ 7 ตำบลปอภาร อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด  โดยมีนายอนุรักษ์ จุรีมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด นายปัญญา มูลคำกาเจริญ ปศุสัตว์จังหวัดร้อยเอ็ด นายสมจิตร์ คำสี เกษตรจังหวัดร้อยเอ็ด ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเกษตรกร ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิด

   จังหวัดร้อยเอ็ด ลงนาม ประกาศเป็นพื้นที่ป้องกันโรค  กำชับให้กำนัน -ผู้ใหญ่บ้าน ให้มีการควบคุม ห้ามไม่ใช้นำวัวแต่ละคอก ปล่อยออกไปเลี้ยงรวมกัน รวมทั้งให้มีการแยกวัวที่ป่วย-ติดเชื้อ แยกออกจากกัน เพื่อป้องกันกากรติดเชื้อทั้งหมด พร้อมกับประกาศห้ามไม่ให้มีการเคลื่อนย้าย สัตว์เลี้ยง ทุกชนิดข้ามพื้นที่ หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และจังหวัดโดยเด็ดขาด อเพื่อเป็นการควบคุมโรคที่เข้มข้น 

   นายปัญญา มูลคำกาเจริญ ปศุสัตว์จังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า จังหวัดร้อยเอ็ดได้พบการระบาดของโรคลัมปี สกิน (Lumpy skin  disease)  ในทุกอำเภอ ปัจจุบันมีรายงานสัตว์ป่วย จำนวน 890 ตัวและสัตว์ตาย จำนวน 37 ตัว ทั้งหมดเป็นโคเนื้อและมีแนวโน้มแพร่กระจายของโรคเป็นวงกว้าง โรคลัมปี สกิน เป็นโรคประจำถิ่นในประเทศแถบแอฟริกา ถือเป็นโรคอุบัติใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นในประเทศไทย โดยเกิดจากเชื้อไวรัส Lumpy skin disease หรือเชื้อไวรัสฝีดาษในตระกูล Capripoxvirus โดยโค กระบือ จะมีไข้สูง ซึม เบื่ออาหาร น้ำตาไหล มีตุ่มน้ำเหลืองคล้ายฝีทั่วร่างกาย โดยเฉพาะคอ หัวนม และหว่างขา ซึ่งติดต่อจากแมลงดูดเลือด และจากสารคัดหลั่งจากสัตว์ที่ป่วยเป็นพาหะ  เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค จำเป็นต้องกำจัดแมลงพาหะนำโรค และแหล่งเพาะพันธุ์ โดยเร่งด่วน “ไม่ให้เกิด ไม่ให้กัด” สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดร้อยเอ็ด จึงร่วมมือกับตำบลปอภารจัดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและกำจัดแมลงนำโรคลัมปี สกิน ในโค กระบือ ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้แจกจ่ายเวชภัณฑ์ และหน่วยบริการสัตวแพทย์เคลื่อนที่ดูแลสุขภาพสัตว์ของเกษตรกร

**นายสมศักดิ์ สว่างพฤกษ์ เกษตกรผู้เลี้ยงโค – กระบือ  บ้านเลขที่ 110 หมู่ 13  ตำบลปอภาร อำเภอเมืองร้อยเอ็ด กล่าวว่า ตนมีวัวหลายตัวแต่แยก 2 ตัวแม่ลูกนี้ก็แยกคอกออกมาไว้ในบ้านอีกส่วนหนึ่งก็ไว้ที่ทุ่งนาเริ่มต้นก็เกิดอาการปากเปื่อยกินนมไม่ได้อยู่มาก็มีเหมือนเป็นไข้ ตนก็เอายาแก้ไข้หรือว่าเอาเกลือแร่ตามที่ผู้นำแจ้งข่าวมา เอาให้กินตอนแรกนึกว่าจะตายแต่ช่วงหลังก็ดีขึ้นมาก  หลังจากที่ได้ยาจากทางปศุสัตว์จังหวัดลงมาดูแลและฉีดให้ ส่วนคอก ทางผู้ใหญ่บ้านก็ได้เอายามาแจกให้แล้วครั้งหนึ่ง ตนก็ได้ทำความสะอาดและฉีดพ้นในเรื่องของไล่แมลง  แมลงก็น้อยลง แต่ก่อนหน้านี้ ที่ ต.ปอภาร หลายหมู่ก็เกิดโรค และได้มีวัวได้เสียชีวิตไปแล้ว 4-5 ตัว

**กิจกรรมรณรงค์ฯ ประกอบด้วย กิจกรรมบริการพ่นหมอกควันเพื่อกำจัดแมลงดูดเลือดในพื้นที่คอกสัตว์ของเกษตรกร มอบสารกำจัดแมลงแก่ผู้นำชุมชนเพื่อนำไปกระจายให้เกษตรกร และปล่อยขบวนหน่วยบริการสัตวแพทย์เคลื่อนที่บริการรักษาสัตว์และพ่นหมอกควันกำจัดแมลงพาหะ นำโรคลัมปีสกินให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่อีกด้วย

////////////////

โชติกา  ทวนชัยภูมิ/ภาพ/ข่าว

0956628047

จ.ร้อยเอ็ดเปิดโรงแรม กักตัวบุคลากรทางการแพทย์ 52 ราย หลังญาติมีเชื้อโควิด19 เข้าดูแลผู้ป่วยในโรงพยาบาล

เมื่อเวลาประมาณ 17:00 น. วันที่ 8 พ.ค.64 ที่โรงแรมสาเกตุนคร อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด ได้มีเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลร้อยเอ็ด จำนวน 52 คน ขนสำภาระสิ่งของใช้ส่วนตัว เพื่อไปกักตัวเฝ้าสังเกตุอาการ เป็นเวลา 14 วัน เพราะว่าก่อนหน้านี้ มีญาติผู้ป่วย ได้ไปเฝ้าไข้ ซึ่งต่อมาได้ตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19  ทำให้บุคลากรของรงพยาบาลร้อยเอ็ด มีความเสี่ยงจึงต้องดำเนินการกักตัว เพื่อความปลอดภัย ของส่วนรวม

  นพ.ชาญชัย  จันทร์วรชัยกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า บุคลากรโรงพยาบาลร้อยเอ็ด       ได้ดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วย 2 ราย และญาติที่มาเฝ้าผู้ป่วย 1 ราย ซึ่งต่อมาได้ตรวจพบเชื้อโควิด-19  ดังนี้

ผู้ติดเชื้อยืนยันสะสมรายที่ 184  เพศชาย อายุ 30 ปี รับส่งต่อจากโรงพยาบาลจตุรพักตรพิมาน       เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2564 รักษาตัวที่ตึกอายุรกรรมชาย 2 และตรวจพบเชื้อโควิด-19  เมื่อวันที่  6 พฤษภาคม 2564 ผู้ติดเชื้อยืนยันสะสมรายที่ 194 เพศหญิง อายุ 48 ปี ชาวจตุรพักพิมาน เดินทางกลับจาก จ.อยุธยา และมาเฝ้ามารดาที่ป่วยอยู่ตึกอายุรกรรมหญิง 2  และตรวจพบเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2564 มีประวัติเสี่ยงติดเชื้อจากเพื่อนที่จ.อยุธยา ผู้ติดเชื้อยืนยันสะสมรายที่ 195 เพศหญิง อายุ 45 ปี ชาวอำเภอเมืองร้อยเอ็ด เข้ารักษาตัวที่ตึกอายุกรรมหญิง 2 เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2564 และตรวจพบเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2564 ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนโรค

เพื่อความปลอดภัยของบุคลากรที่ปฏิบัติงานสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย ..52…คน จังหวัดร้อยเอ็ดจึงได้เปิดโรงแรมสาเกตนครเพื่อให้แยกจากครอบครัวเข้าพักและสังเกตอาการ พร้อมตรวจหาเชื้อโควิด-19 ตามมาตรการจนมั่นใจในความปลอดภัยของบุคลากรที่เกี่ยวข้องทุกคน

***สำหรับผู้ป่วยที่พักรักษาที่ตึกอายุรกรรมชาย 2 และ    ตึกอายุรกรรมหญิง 2และตึกพิเศษมะเร็งชั้น7 จะดำเนินการตรวจหาเชื้อโควิด-19 และเฝ้าสังเกตอาการจนปลอดภัย อย่างน้อย 14 วัน    โดยจะไม่รับผู้ป่วยรายใหม่เข้ามารักษาเพิ่มจนกว่าสถานการณ์จะปลอดภัยและกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

        สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ จึงขอความร่วมมือประชาชนให้ปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัด มาจากพื้นที่เสี่ยงให้กักตัวเอง 14 วัน และหากเจ็บป่วยขอให้ความร่วมมือในการแจ้งข้อมูลไทม์ไลน์ที่ชัดเจนกับบุคลากร เนื่องจากขณะนี้บุคลากรทางการแพทย์ทั้งจังหวัดร้อยเอ็ดต้องอยู่ในกระบวนการการกักตัวเฝ้าดูอาการแล้วกว่า เกือบ 100 คน เพราะเป็นบุคลากรที่สัมผัสกับผู้ป่วย  และงดเยี่ยมผู้ป่วยทุกกรณีเพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย

***นางวราวรรณ มงคลศรีสวัสดิ์  ผู้บริหารโรงแรมสาเกตนคร ได้กล่าวว่าตนได้ปิดสถานประกอบการตั้งแต่เมื่อเดือนมกราคม 2564 ซึ่งปัญหาเกิดจาก covid19 และยังเปิดใช้เฉพาะอีกส่วนหนึ่งแต่อยู่นอกสถานที่โรงแรมซึ่งเป็นห้องประชุมจัดเลี้ยงเท่านั้นซึ่งในวันนี้ได้ทราบข่าวว่าทางโรงพยาบาลร้อยเอ็ดได้พบปัญหาในด้านของผู้ป่วยที่เป็นผู้ติดเชื้อ covid19 และได้มีบุคลากรทางการแพทย์ที่เข้าทำการรักษาและดูแลถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงมากถึง 52 รายและตนเคยได้แจ้งไว้กับทางโรงพยาบาลร้อยเอ็ดถ้าเกิดว่ามีอะไรที่จะช่วยได้ตนก็ยินดีครั้งนี้จึงได้เปิดโรงแรมให้เป็นที่กักตัวของบุคลากรทางการแพทย์ซึ่งจะมีในด้านของอาหารให้ 3 มื้อส่วนด้านขยะเสื้อผ้าทางโรงพยาบาลร้อยเอ็ดจะมาเก็บและมารับไปทำความสะอาดให้

***ด้านนายต่อศักดิ์ อายุ 27 ปี พยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลร้อยเอ็ด ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า สำหรับพวกเรารู้สึกเหนื่อยครับ พวกเราต้องทำงานทุกวัน ซ้ำร้ายเราต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้อีก อยากฝากให้ทุกคนช่วยกันหยุดเชื้อด้วยการอยู่ที่บ้าน ให้สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ ป้องกันตัวเองให้ดี อยากให้ผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้ สำหรับโรงพยาบาลร้อยเอ็ด ก็ได้ให้พวกเรากักตัว ซึ่งเป็นมาตราการที่ดี ทำให้พวกเรารู้สึกมั่นใจ

/////////////////////////////

โชติกา  ทวนชัยภูมิ/ภาพ/ข่าว

0956628047

มทบ.27 มอบสินไหมทดแทนฯให้กับทายาทกำลังพลในสังกัดที่เสียชีวิต

           เมื่อวันนี้ 7 พ.ค. 2564 เวลา 08.30 น. ณ หน้ากองบัญชาการ มณฑลทหารบกที่27 ค่ายประเสริฐสงคราม ต.เหนือเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด พลตรีธวัชชัย แจ้งประจักษ์ ผบ.มทบ.27 มอบหมายให้ พ.อ.ทฤษฎี คงชนะ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่27 เป็นประธานพิธีมอบเงินค่าสินไหมทดแทนฯ กำลังพลที่เสียชีวิตของหน่วย โดยการดำเนินงานของ พ.อ.เกรียงเดช ปัญจกนกกุล หก.กกพ.มทบ.27 พร้อมด้วยนายทหาร กำลังพล และคณะ ตัวแทนบริษัทไทยประกันชีวิต สาขาร้อยเอ็ด ทายาทของ ร.ท.สุพิศ คุณมี ที่ได้เสียชีวิตเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2564

          เนื่องด้วย ร้อยโทสุพิศ คุณมี ตำแหน่ง ประจำกองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 27 สังกัด มณฑลทหารบกที่ 27 ได้เสียชีวิตเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2564 ตามระเบียบกองทัพบกว่าด้วยการจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนในการประกันชีวิตสำหรับข้าราชการ ลูกจ้างและพนักงานราชการของกองทัพบกที่ปฏิบัติหน้าที่ยามปกติ พุทธศักราช 2559 กองทัพบก ได้อนุมัติจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนในการประกันชีวิต โดยบริษัทไทยประกันชีวิตให้กับ ร้อยโท สุพิศ คุณมี จำนวน 144,000 บาท โดยรับมอบเงินค่าสินไหมทดแทนในการประกันชีวิตจาก บริษัทไทยประกันชีวิต และมอบให้กับทายาทของ ร้อยโท สุพิศ คุณมี ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิรับเงินตามหนังสือแสดงเจตนา ระบุผู้รับเงินเป็นผู้รับมอบเงินค่าสินไหมทดแทนในครั้งนี้

พ.อ.ทฤษฎี คงชนะ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่27 ประธาน กล่าวว่า.-เป็นนโยบายกองทัพบก เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่การปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพล ที่เคยปกป้องประเทศชาติ ขอให้ญาติๆจงภูมิใจในการปฏิบัติหน้าที่ของ ร.ท.สุพิศ คุณมี ขอให้ท่านและครอบครัวจงพบแต่ความสุขความเจริญ มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงยิ่งยืนนาน

//////////////////////////////

โชติกา  ทวนชัยภูมิ/ภาพ/ข่าว

0956628047

ร้อยเอ็ดคัดกรอง เชิงรุก นำรถชีวนิรภัยพระราชทานออกตรวจ หลังมีผู้ป่วยโควิด – 19 สะสม 189 ราย

วันนี้ 7 พ.ค.64 ที่ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดร้อยเอ็ด  นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานนำรถ เก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทาน ซึ่งได้รับการสนับสนุนรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย จากสำนักงานควบคุมโรคติดต่อ เขต 7 จังหวัดขอนแก่น คัดกรองหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 เชิงรุก  โดยมี คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดร้อยเอ็ด เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการตรวจในครั้งนี้

            นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยให้สำนักงานควบคุมโรคติดต่อ เขต 7 จังหวัดขอนแก่นนำมาให้บริการตรวจคัดกรองเชิงรุกหาเชื้อโควิด-19 ให้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงของจังหวัดร้อยเอ็ด โดยจัดหน่วยเคลื่อนที่ให้บริการเชิงรุกเก็บตัวอย่างส่งตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด โดยนำรถพระราชทานเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย จำนวน 1 คัน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลร้อยเอ็ด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการตรวจ บริการเชิงรุก ให้การบริการ ตรวจคัดกรอง คนขับรถโดยสาร มอเตอร์ไซค์รับจ้าง รวมทั้งประชาชนที่มาใช้บริการรถขนส่ง  เพื่อให้ทุกคนี่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง ผ่าน บขส.ร้อยเอ็ด ได้รับการคัดกรองเข้มข้น ป้องกันการแพร่ระบาดและการติดเชื้อ ใน  บขส.ร้อยเอ็ด ซึ่งถือเป็นพื้นที่สาธารณะ เพื่อความปลอดภัย ของทั้งผู้โดยสาร ผู้ใช้บริการ เจ้าหน้าที่ประจำรถ และผู้ขับขี่จักรยานยนต์รับจ้าง เพื่อป้องกัน หากมีเชื้อไม่ให้ติดต่อผู้เดินทางที่มาใช้บริการ และป้องกันนำเชื้อไปติด คนในครอบครัว   

ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด อยากให้ชาวร้อยเอ็ดทุกคนให้ความร่วมมือ ด้านการเข้าร่วมการ เก็บตัวอย่าง ชีวนิรภัย เพื่อเป็นการสนองพระราชดำริ ขององค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ที่อยากให้คนไทยทุกคนปลอดภัย ให้ความร่วมมือ ตามที่ ทรงมีพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยให้สำนักงานควบคุมโรคติดต่อ เขต 7 จังหวัดขอนแก่นนำมาให้บริการตรวจคัดกรองเชิงรุกหาเชื้อโควิด-19 ให้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงของจังหวัดร้อยเอ็ด  เพื่อลดยอดผู้ติดเชื้อรายวัน ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ไม่ให้เพิ่มยอดการป่วยเพิ่มขึ้น จนนำไปสู่การปลอดผู้ป่วยรายวัน หรือยอดผู้ป่วยเป็นศูนย์ และไม่มีผู้ป่วยหลงเหลือ กลายเป็นจังหวัดปลอดคนป่วย ยกระดับขึ้นเป็นจังหวัดแห่งความปลอดภัย ปลอดเชื้อต่อไป.

ซึ่งในช่วงเช้าได้ตั้งจุดตรวจไว้ที่สถานีขนส่งจังหวัดร้อยเอ็ดเพื่อให้บริการตรวจคัดกรองเจ้าหน้าที่ประจำสถานีขนส่งจังหวัดร้อยเอ็ดและผู้ขับรถโดยสารประจำทางที่เข้าจอดที่ บขส..ร้อยเอ็ดจำนวน 197 คน และในช่วงบ่ายตั้งจุดบริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เชิงรุกให้กับประชาชนทั่วไปที่ตลาดทุ่งเจริญ จำนวน129 คน ซึ่งจะนำตัวอย่างทั้งหมด ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี Real Time – PCR   ที่ห้องปฏิบัติการโรงพยาบาลร้อยเอ็ด โดยจะทราบผลตรวจในวันพรุ่งนี้

//////////////////////////////

โชติกา  ทวนชัยภูมิ/ภาพ/ข่าว

0956628047

อสม.ยืนยันไม่ผิด ตามผู้แจ้งหมิ่นประมาดพาดพิงว่าลูกสาวอยู่ในกลุ่มเสี่ยงโควิด – 19

     ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่ ชาวบ้านรายหนึ่งที่บ้านจ้อก้อ ต.หน่อม อาจสามารถ ร้อยเอ็ด แจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.หน่อม อาจสามารถ ดำเนินคดีกับ อสม.ทองเกตุ วินทะไชย อายุ58ปี ในข้อหาพาดพิงถึงลูกสาวที่มีอาการไข้ มีน้ำมูก หลังจากใกล้ชิดกับผู้ป่วยโควิดในหมู่บ้าน ที่เดินทางกลับมาจาก.มหาสารคาม โดย อสม.เตือนว่าควรจะเข้ารับการตรวจเพื่อความแน่ใจ และเตือนเพื่อนบ้าน ให้ระมัดระวัง ทำให้เกิดความไม่พอใจ เข้าพบ ผญบ.เรียกมาพบเท่อเรียกเงินค่าเสียหาย ไม่สำเร็จ จริงแจ้งความกับ ตร.สภ.หน่อม เพื่อเรียกเงิน แต่ อสม.ปรึกษา ผู้บังคับบัญชาแล้ว มั่นใจว่าเป็นการปฎิบัติหน้าที่ซึ่งไม่เป็นความผิด และยอมไม่จ่ายให้ตามที่ต้องการ

เมื่อวันที่ 6 พ.ค.64  นายบุญเพ็ง ยอดบุญมา ผอ.สบส.เขต 7 ขอนแก่น พร้อมด้วยนางพัชรา  ชมภูวิเศษ  ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด และดูแลงาน อสม.จังหวัด นายทวีศักดิ์ ลุนนี นักวิชาการสาธารณสุข-นักกฎหมาย นายไชยา โชกะตะ ประธาน อสม.อำเภออาจสามารถลงพื้นที่ ให้กำลังใจแก่ อสม.ทองเกตุ วินทะไชย อายุ58ปี ที่ถูกร้องเรียนจากการปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยเจ้าพนักงานควบคุมโรค  ที่ถูกแจ้งจับกล่าวหาว่าเปิดเผยข้อมูลอันทำให้เสียหาย  และเข้าพบ ผญบ..เพื่อเจรจาเรียกร้องค่าเสียหาย 5000 บาทไม่สำเร็จและเข้าแจ้งความกับตำรวจยืนยันจะเรียกเงินค่าเสียหาย ถึงที่สุด    ซึ่งคณะที่เดินทางไปนอกจากจะให้กำลังใจแล้ว ยังมอบเครื่องวัดอุณหภูมิแบบอินฟราเรดแก่ อสม.เพื่อใช้ในการปฏิบัติงานคัดกรองโรคในบ้านจ้อก้อ พร้อมให้คำปรึกษา แนวทาง การทำหน้าที่เฝ้าระวังคัดกรองCOVID-19 แก่ อสม.ที่ถูกต้องให้ปฏิบัติด้วย

(7 พ.ค.64) ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ สำนักงานสาธารฯสุขจังหวัดร้อยเอ็ด เข้าพบนางพัชรา  ชมภูวิเศษ ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด  /หัวหน้าฝ่ายสนับสนุนสุขภาพภาคประชาชน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด ที่ดูแลงาน อสม.จังหวัดร้อยเอ็ดกว่า 3 หมื่นคน กล่าวว่า   จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว  ยืนยันว่าการทำงานของ อสมงที่ถูกแจ้งความเรียกเงิน ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่นอกเหนือหน้าที่ ผู้ช่วยพนักงานควบคุมโรคซึ่งได้รับมอบหมายโดยตรงในการเฝ้าระวังควบคุมโรค ซึ่งมีหน้าที่เฝ้าระวัง ควบคุม ตักเตือน แนวทางการปฏิบัติให้กับบุคคลที่สุ่มเสี่ยง ให้เข้ารับการตรวจอาการ เพื่อควบคุมสถานการณ์ และแนะนำแนวทางการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องปลอดภัยให้กับประชาชนในหมู่บ้านที่รับผิดชอบ ซึ่งอสม.ดังกล่าวยืนยันว่าแค่ตักเตือนผู้ปกครองผู้ที่มีอาการไข้ต้องสงสัย ให้เข้ารับการตรวจคัดกรองเพื่อให้เกิดความชัดเจน เพื่อความปลอดภัย เป็นการบอกกล่าวด้วยวาจา และเตือนชาวบ้านอย่าเพิ่งเข้าใกล้ จนกว่าตรวจสอบว่าไม่ผิดแล้ว แต่กลับโดนแจ้งความ ซึ่งเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ซึ่งหากยังยืนยันว่าจะเอาเรื่องเรียกเงินค่าเสียหาย ก็พร้อมที่จะดูแล และให้ฝ่ายกฏหมายและนิติกร เข้าไปตรวจสอบดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย ว่าเข้าข่ายผิดหรือไม่  และหากต้องจ่ายเงินค่าเสียหาย ก็พร้อมมที่จะช่วยเหลือ เพราะมรสมาคมอสม.ที่พร้อมจะดูแลอยู่แล้ว

   ในขณะ นักวิชาการสาธารณสุข-นักกฎหมาย (นิติกร) กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ดูข้อเท็จจริงแล้ว ไม่น่าจะเข้าข่ายกระทำความผิดหรือละเมิด ผู้ใด เพราะเป็นการปฏิบัติหน้าที่ ในการตักเตือนเฝ้าระวัง และตักเตือน ให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดการเฝ้าระวัง ของกระทรางสาธารณสุข ในนามคณะกรรมการควบคุมโรค ที่ผู้ป่วย หรือต้องสงสัย จะต้อปฏิบัติตาม และเป็นการบอกกล่าวตักเตือนกันในชุมชน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยเท่านั้น หากมีการยืนยันจะแจ้งความดำเนินคดี ฟ้องร้องเรียเงิน โดยไม่ถูกต้อง  ทาง อสม.ก็สามารถที่จะแจ้งความกลับ และดำเนินคดีกับผู้ที่ฝ่าฝืนข้อบังคับ หรือฟ้องกลับได้ มีความผิด ฝ่าฝืน พรบ.ควบคุมโรคได้ ซึ่งก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น

    ล่าสุด ในช่วงเช้าวันนี้ (7 พ.ค.64) ตำรวจ สภ.หน่อม อ.อาสามารถ ได้เชิญทั้ง 2 ฝ่ายเข้าไปพูดคุยเพื่อไกล่เกลี่ยและสร้างความเข้าใจ ในเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งได้ข้อสรุป ไปในทางที่ดี ยินยอมถอนแจ้งความ และจบลงด้วยดี

//////////////////////////////

โชติกา  ทวนชัยภูมิ/ภาพ/ข่าว

0956628047

อสม.ร้องทุกข์โดนชาวบ้านแจ้งจับกล่าวหาพาดพิงติดโควิด เรียกเงินค่าเสียหาย 5,000 บาท

  เมื่อวันที่ 5 พ.ค.64   ผู้สื่อข่าวเดินทางติดตาม อสม.ร้องทุกข์โดนชาวบ้านแจ้งจับกล่าวหาพาดพิงติดโควิด หลังเตือนกลุ่มเสี่ยงใกล้ชิดคนป่วยเฝ้าระวังตนเอง หลังจากเข้าใกล้คนป่วยที่กลับจาก มหาสารคาม แล้วเกิดมีไข้ น้ำมูกไหล เตือนให้ไปตรวจ กลับโดนแจ้งความเรียกเงินค่าเสียหาย 5,000 บาทในขณะที่ประธาน อสม.อำเภอ ประกาศยืนยันไม่ผิด จะสู้ถึงที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดบรรทัดฐานว่า ทำหน้าที่บริสุทธิ์ใจแล้วถูกดำเนินคดี ซึ่งต่อไปจะทำให้คนทำงานท้อใจ

เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 64 ผญบ.ประกาศให้เฝ้าระวังคัดกรองกลุ่มเสี่ยงเพราะมีคนในพื้นที่ติดเชื่อโควิด19 ต่อมา นายไชยา โชกะตะ นายกสมาคม อสม. อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด และนายขวัญชัย สุดเฉลียว ประธาน อสม.หมู่ที่ 8 บ้านจ้อก้อ ต.หน่อม ประชุมร่วมกับ อสม. 15 เขตของบ้านจ้อก้อ ที่บ้าน ของนางทองเกตุ วินทะชัย รองประธาน อสม.บ้านจ้อก้อ ที่บ้านเลขที่ 83  ม.8  บ้านจ้อก้อ เพื่อหาทางออก อันสืบเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ อสม.ด้วยการเดินแจ้งเตือนชาวบ้าน ในเขตรับผิดชอบ  ตามการแจ้งเตือนของผู้ใหญ่บ้าน เนื่องจาก มีผู้ป่วยติดเชื้อ ที่เป็นนักศึกษา จาก มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ติดเชื้อ จ.มหาสารคาม เดินทางกลับบ้าน มาอยู่บ้าน 7 วัน พบว่าติดเชื้อแล้ว รถโรงพยาบาลอาจสามารถมารับตัวส่งไป รักษาตัวในรพ.สนาม ร้อยเอ็ด แล้ว แต่ก่อนที่จะเข้ารับการรักษาตัวในรพ.สนาม คนป่วยรายดังกล่าวได้ปฏิสัมพันธ์กับชาวบ้านจำนวนมาก ทั้งในครอบครัว แม่บ้าน และชาวบ้าน เกรงว่าจะแพร่กระจายเชื้อ

      นางทองเกตุ วินทะชัย  รองประธาน  (ที่โดนแจ้งจับกล่าวหาพาดพิง) และ อสม.ลงพื้นที่ทำหน้าที่คัดกรอง สังเกตการณ์ เฝ้าระวัง ในเขต ที่แต่ละคนรับผิดชอบ ทั้งหมดมี 15 เขต ในหมู่บ้าน อย่างเข้มข้น ซึ่งได้รับข้อมูลจาก อสม.ด้วยกันว่า มีความผิดปกติ ในตัวลูกสาว ของแม่บ้าน ที่ทำงานในบ้านของผู้ป่วย แจ้งว่า ลูกสาวของแม่บ้าน มีอาการผิดปกติ มีอาการข้างเคียง ตัวร้อนเป็นไข้สูง อาการเหมือนคนติดเชื้อ นางทองเกตุ จึงแจ้งว่าให้มีการกักตัวเพื่อรอดูอาการ และเตือนชาวบ้านว่า อย่าได้ คลุกคลีเข้าใกล้ จนกว่าจะมีผลตรวจคัดกรอง และกักตัวครบ 14 วันก่อน เพื่อป้องกันการระบาดในหมู่บ้านตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข

***ซึ่งปรากฏว่าการแจ้งเตือนด้วยวาจาของ อสม. ที่พาดพิงถึง ลูกของแม่บ้านที่ทำงานในบ้านคนป่วย ทำให้ไม่พอใจไปแจ้งกับ ผู้ใหญ่บ้านว่าจะเอาเรื่องกับ อสม.ที่พาดพิงถึงลูกสาวให้เสียหาย และเรียกมาเจรจา และจะขอค่าเสียหายจากการที่ไปพาดพิงถึงลูกสาวให้เสียหาย โดยที่อาการดังกล่าวยังไม่สามารถพิสูจน์ชัดว่าลูกสาวป่วย ด้วยการเรียกเงิน 5000 บาท แต่ตกลงกันไม่ได้ นำไปสู่การเข้าแจ้งความ กับ ร.ต.อ.คำผง สุนะไตร พนักงานสอบสวน สภ.หน่อม อ.อาสามารถ ในวันที่ 23 เมษายน 64  เพื่อยืนยันเรียกเงิน 5000 บาทเป็นค่าเสียหาย

***หลังจากทราบเหตุและเรียกพบของพนักงานสอบสวน นายไชยา โชกะตะ นายกสมาคม อสม.อ.อาจสามารถ และนายขวัญชัย สุดเฉลียว ประธาน อสม.หมู่ที่ 8 ได้เดินทางไปพร้อมกับนางทองเกตุ วินทะชัย ที่ถูกแจ้งความเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อเจรจา และยืนยันว่า ทุกอย่างเป็นการทำหน้าที่ ของ อสม.ในการแจ้งเดือนเฝ้าระวังชาวบ้าน ไม่ให้ใกล้ชิดกับกลุ่มสุ่มเสี่ยง ที่ใกล้ชิดกับบ้านกำลังที่มีผู้ป่วย จนกว่าจะคัดกรองชัดเจนก่อน และยอมรับว่ามีการเอ่ยพาดพิง และเอ่ยถึงชื่อจริง  โดยพูดเพียงแค่ว่า ให้ระวังอย่าเข้าใกล้ เพื่อความปลอดภัย จนกว่าทุกอย่างจะชัดเจน  ซึ่งตนถือว่าคือการทำหน้าที่ด้วยความบริสุทธิ์ใจ

***นายไชยา โชกะตะ นายกสมาคม อสม.อ.อาจสามารถ กล่าวว่า ตนเอง ได้ศึกษาข้อเท็จจริง และรายละเอียดทุกอย่างของเหตุทีเกิดขึ้น ตั้งแต่การเจรจากัน ผู้ใหญ่บ้าน ในวันที่ 23 เมษายน ตกลงกันไม่ได้โดยผู้ใหญ่บ้าน ขอให้ ขอโทษแต่ไม่ยอมจะเอา เงิน 5000 บาทให้ได้ ต่อมามีการเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน และนัดเจรจาว่าควรจ่ายเงินหรือไม่  ซึ่งตนขอไม่ให้จ่ายเงินให้ทันที เชื่อว่าไม่ใช่ความผิด เพราะเป็นแค่การแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังตามหน้าที่ของ อสม. โดยขอปรึกษาหมอ รพ.สต  และเจ้าหน้าที่ระดับสูงระดับจังหวัดก่อน ที่จะตกลงกัน  ถ้าหากยอมจ่ายเงิน ก็จะกลายเป็นบรรทัดฐาน ที่จะส่งผลกระทบต่อภาพการทำงานของ อสม.ที่เสียสละ เสี่ยงทำงานเพื่อสาธารณะ และคุ้มครองประชาชนในชุมชนของตนเอง ด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่กลับถูกดำเนินคดี ตนยืนยันว่าการเรียกเงินเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง   และจะสู้เพื่อความถูกต้องจนถึงที่สุด

      จากนั้น ผู้สื่อข่าวได้เดินทาง ไปที่ สภ.หน่อม อ.อาจสามารถ เพื่อตืดตามความคืบหน้าของคดี ที่แจ้งความไว้กับ ร.ต.อ.คำผง สุนะไตร พนักงานสอบสวน สภ.หน่อม ทราบว่า อยู่ในขั้นตอนของการสอบสวนข้อเท็จจริง จากพยานทุกฝ่าย ที่เกี่ยวข้อง และมีการแนะนำว่า ให้เจราจาไกล่เกลี่ยกัน เพื่อหาข้อยุติ แต่อีกฝ่ายยืนยันว่าจะเรียกเงิน 5000 บาท ก็เป็นสิทธิ์ ของผู้ที่อ้างว่าเสียหาย ที่เรียกเจรจากันแล้ว ตกลงกันไม่ได้ ซึ่งจะนัดมาเจราจาไกล่เกลี่ยกันอีกครั้ง เพื่อหาข้อยุติ หากยังยืนยันว่าจะเรียกเงินก็จะดำเนินการให้ตามหน้าที่และสั่งฟ้องต่อไป.

****สำหรับเหตุดังกล่าวนี้ ก่อนหน้านี้  มีการโพสต์เรื่องราวทางโซเชียล เป็นเฟสบุ๊คของ นายไชยยา  โชกะตะ  ว่า

 สตอรี่ ดราม่า มักตามมาติดๆ ในช่วงวิกฤตเวลาพวกเราทำงาน

   วันนี้ที่ สถานีตำรวจภูธรแห่งหนึ่ง ผมได้มีโอกาสไป Save อสม.ที่ปฏิบัติหน้าที่ ในบทบาทของผู้ช่วยเจ้าพนักงานควบคุมโรค ที่ต้องสุ่มเสี่ยงในการลงพื้นที่ คอยคัดกรอง และแจ้งเบาะแสแหล่งรังโรคต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุข..สุดท้าย อสม.ท่านนั้นถูกแจ้งทุกข์กล่าวโทษว่า การให้ข่าวนั้นทำให้ชาวบ้านเขาเสียหาย ถึงได้มีการเรียกค่าเสียหายกับ อสม.ผู้ปฏิบัติหน้าที่ ที่คอยรายงานโรค ด้วยเงินจำนวนหนึ่ง เป็นค่าเสียหายหรือค่าตกใจ

   ด้วยความเคารพ การสื่อสารหรือการแจ้งข่าวนั้นคือหน้าที่ของพวกผม วิกฤตแบบนี้ท่านยังมาคิดถึงเรื่องหมิ่นประมาทได้เนาะ และผลก้อยืนยันว่าคนในครอบครัวท่านก้อติดเชื้อจริงๆ หน้าที่ อสม.เราก้อต้องตรวจเช็คและรายงานตามความเป็นจริง แล้วจะหาว่าเขาหมิ่นประมาทได้อย่างไร ถ้าเป็นผมนะ ผมยิ่งจะขอบคุณ อสม.คนนั้นด้วยซ้ำไป อสม.ทำงานรับค่าป่วยการเดือนละ 1000 ไหนจะต้องหักค่าโน่นนี่นั่น เหลือไม่กี่บาท ยังจะต้องมาเสียค่าปรับกรณีหมิ่นประมาทให้ท่านอีก ผมเห็นแล้วผมสงสารพี่น้อง อสม. เนื้อไม้ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง ยังเอากระดูกมาแขวนคออีก เห็นใจคนทำงาน คนเสียสละเถอะครับ

    บทสรุป เขาก้อจะเอาเงินอย่างเดียว ผมและพี่น้อง อสม.ก้อไม่ยอม แต่ถ้ายอมนะ มันจะเป็นบรรทัดฐานที่ไม่ดี จึงจำเป็นต้องต่อสู้กันในรูปคดี ผมขอยืนเคียงข้าง พี่น้อง อสม.ผม เพราะเขาคือผู้ช่วยพนักงานเจ้าหน้าที่ควบคุมโรค ตาม พรก.ควบคุมโรค

อสม.ขอ ร้องทุกข์โดนชาวบ้านแจ้งจับกล่าวหาพาดพิงติดโควิดหาพาดพิงติดโควิดต้องการเงิน ๕พันบาท ประธานอสม.ยันสู้ถึงที่สุด เพราะเป็นการทำหน้าที่เพื่อปกป้องสังคมกลับมาแจ้งจับเรียกเงิน วอนผู้เกี่ยวข้องช่วยเหลือให้ความเป็นธรรม

//////////////////////////

โชติกา  ทวนชัยภูมิ/ภาพ/ข่าว

0956628047

ร้อยเอ็ดส่งรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทานตรวจโควิดลง อ.อาจสามารถ ซึ่งมียอดผู้ป่วยสะสม 29 ราย

    วันนี้ ( 3 พฤษภาคม 2564 ) เวลา 09.00 น.  นายเธียรชัย พุทธรังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานการรับรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทาน จากสำนักงานควบคุมโรคติดต่อ เขต 7 ขอนแก่น เพื่อสนับสนุนการตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19 เชิงรุก ในจังหวัดร้อยเอ็ด  โดยมี  นายแพทย์ปิติ ทั้งไพศาล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด นายสนอง ดลประสิทธิ์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดร้อยเอ็ด ผู้บริหารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด และ ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมพิธี ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด

ด้วย สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จังหวัดร้อยเอ็ด พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 169 ราย มีผู้สัมผัสผู้ป่วยและกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดจำนวนมาก ทำให้มีแนวโน้มการแพร่ระบาดในพื้นที่มากขึ้น จังหวัดร้อยเอ็ดจำเป็นต้องมีการตรวจคัดกรองผู้สัมผัสผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วและทันเวลา จังหวัดร้อยเอ็ด จึงขอสนับสนุนรถรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย พระราชทาน เข้าตรวจพื้นที่ อำเภออาจสามารถ และพื้นที่อื่นในจังหวัดร้อยเอ็ด

นายเธียรชัย พุทธรังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด  กล่าวว่า รถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทาน จากสำนักงานควบคุมโรคติดต่อ เขต 7 ขอนแก่น เพื่อสนับสนุนการตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19 เชิงรุก ในจังหวัดร้อยเอ็ด จะปฎิบัติการคัดกรอง หาเชื้อโควิด-19 เชิงรุก ในจังหวัดร้อยเอ็ด เบื้องต้น ต่อเนื่องกันเป็นเวลา 7 วัน   โดยไม่เน้นพื้นที่ อ.อาจสามารถที่เป็นจุดแรก เพียงแห่งเดียว แต่จะลงพื้นที่คัดกรองหาเชื้อในทุกพื้นที่ ทุกอำเภอที่มีผู้ป่วย ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้น การกำหนดพื้นที่ที่จะลงไปปฏิบัติการ อยู่ในดุลยพินิจ ของ นายปิติ ทั้งไพศาล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเป็นผู้พิจารณา ส่งลงพื้นที่ซึ่งมีความเหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ต่อไป.

สำหรับพื้นที่สถานการณ์โรคโควิด-19 ของจังหวัดร้อยเอ็ดตัวเลขผู้ติดเชื้อล่าสุดวันนี้ พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ วันนี้เพิ่มขึ้น 3 ราย ยอดสะสม 169 ราย ในระลอกเมษายน 64 วันนี้มีผู้ติดเชื้อรักษาหายกลับบ้านได้ จำนวน 3 ราย(ยอดรักษาหายสะสม 43 ราย) พร้อมส่งตัวกลับชุมชนเพื่อกักตัวต่อที่บ้านอีก 14 วัน ส่วน ผู้ติดเชื้อรายใหม่

     นายนริศ คมกริช ผู้ช่วยสาธารณสุขอำเภออาจสามารถ กล่าวว่า โรงพยาบาลอาจสามารถได้เปิดรับการรักษาเฉพาะเหตุเร่งด่วน เท่านั้น เหตุเกิดจากมีผู้ป่วยติดเตียงได้เข้ามาทำการรักษาและได้ทำการตรวจ covid และได้พบเชื้อในผู้ป่วยจึงทำให้แพทย์พยาบาลที่ทำการตรวจรักษาอย่างใกล้ชิดขณะนั้นจึงได้ต้องทำการกักตัว 14 วันแต่ได้มีการมาทำ ตรวจถึง 2 ครั้งก็ยังเป็นลบอยู่ก็คาดว่าถ้าตรวจอีกครั้งไม่พบเชื้อประมาณวันที่ 6 ที่ 7 ก็สามารถปฏิบัติงานเช่นเดิม   อำเภออาจสามารถตอนนี้มีผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 29 ราย ซึ่งกลุ่มเสี่ยงมาจากที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดและได้มาเยี่ยมญาติในช่วงของเทศกาลสงกรานต์ซึ่งผู้ที่เดินทางมาเยี่ยมก็ไม่รู้ตนเองว่าตัวเองเป็นผู้ติดเชื้อและผู้ติดเชื้อขณะนี้ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มครอบครัว  และในวันนี้ที่ได้รถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทานตรวจโควิด ซึ่งเรามีกลุ่มเสี่ยงอยู่ประมาณ 300 รายและคาดการณ์ว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 วันน่าจะเสร็จครบ  อำเภออาจสามารถได้ทำการคัดกรองและตรวจเชื้อแต่ไม่ได้ รักษาถ้ามีผู้ป่วย  ถ้าตรวจพบผู้ติดเชื้อก็จะส่งต่อไปที่โรงพยาบาลอำเภอเสลภูมิและโรงพยาบาลร้อยเอ็ด  ในการตรวจครั้งนี้ได้แพทย์พยาบาลจากโรงพยาบาลโพนทองที่ได้ไปร่วมโรงพยาบาลสนามที่จังหวัดสมุทรสาครเข้ามาช่วยคัดกรองในพื้นที่ 5 คน

ในวันนี้ มี อสม. ผู้ที่ดูแลผู้ป่วยติดเตียง  ที่ถือว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงก็ได้เข้ามาตรวจในวันนี้ และก็ได้บอกว่าตรวจให้แน่ใจแน่ชัดจะดีกว่าก่อนที่จะลงไปดูแลผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่

////////////////////////////////

โชติกา   ทวนชัยภูมิ/ภาพ/ข่าว

0956628047

พิธีมอบเมล็ดพันธุ์พระราชทาน แก่ทหารกองประจำการ ปลูกผักปลอดภัย สู่ชุมชน”

 ที่  บริเวณหน้ากองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 27 พลตรีธวัชชัย แจ้งประจักษ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 27 กระทำพิธีรับพระราชทานเมล็ดพันธุ์ผักจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ให้แก่ทหารกองประจำการ ที่รับราชการครบตามวาระ จำนวน 103 นาย

ที่ผ่านการฝึกอบรม โครงการทหารพันธุ์ดี มณฑลทหารบกที่ 27 และกำลังพลที่สนใจด้านเกษตรกรรม เพื่อแสดงออกและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมน้อมนำแนวพระราชดำริ ไปปรับใช้หลังอำลาชีวิตรับราชการไปแล้ว โดยจะนำเมล็ดพันธุ์ผักพระราชทานไปเพาะปลูกไว้บริโภคและจำหน่าย ลดค่าใช้จ่าย มีรายได้เสริมภายในครัวเรือน พร้อมทั้งขยายผลไปยังชุมชนของตนเองต่อไป

/////////////

โชติกา   ทวนชัยภูมิ /ภาพ/ข่าว

0956628047