ข่าวรอบทิศ » กองปราบร่วมกับตํารวจภูธรภาค 4 จับกุม “โอ๋ข่มขืนยายพิการ” หลังหลบหนีจากโรงพักคา กุญแจมือ

กองปราบร่วมกับตํารวจภูธรภาค 4 จับกุม “โอ๋ข่มขืนยายพิการ” หลังหลบหนีจากโรงพักคา กุญแจมือ

17 มีนาคม 2021
119   0

กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอํานวยการสั่งการของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบ.ช.ก., พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป., พ.ต.อ.มีชัย กําเนิดพรม, พ.ต.อ.มนตรี เทศขัน , พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสวรรณ, พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รองผบก.ป., ว่าที่ พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.สิงห์ชัย ฐานไชยสิทธิ์, พ.ต.ท.สุริยศักดิ์ จิราวสัน, พ.ต.ท.พงศกร ตันอารีย์, พ.ต.ท.สรุเชษฐ์ เดชะพันธ์ รอง ผกก.3 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป.ร่วมกับ

กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ภ.4 ภายใต้การอํานวยการสั่งการของ พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ประชุม ผบก.สส.ภ.4 , พ.ต.อ.คงฤทธิ์ คงสิริสมบัติ รองผบก.สส.ภ.4 ,พ.ต.อ.กิตติพงษ์ จิตรคาม ผกก.สส.3ฯ ,พ.ต.ท.ชาติชาย ทิมนิกุลรอง ผกก.สืบสวน 3ฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.4

กองกํากับการสืบสวนสอบสวน ภ.จว.ขอนแก่น ภายใต้การอํานวยการสั่งการของ พ.ต.อ.ปรม พฤทธิกุลผกก.สส.ภ.จว.ขอนแก่น , พ.ต.ท.จิตติพร แสนพันดร รอง ผกก.สส.ฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจกก.สส.ภ.จว.ขอนแก่น

สถานีตํารวจภูธรหนองเรือ ภายใต้การอํานวยการสั่งการของ พ.ต.อ.ภพกร กวินโยธิน ผกก.สภ.หนองเรือ , พ.ต.ท.สงค์สุข แม่ทวี รอง ผกก.สส.ฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองเรือ

ร่วมกันจับกุม นายอัจฉริยะ หรือ โอ๋ (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาล จังหวัดชุมเเพท่ี จ.22/2564 ลงวันท่ี 16 มีนาคม พ.ศ.2564 โดยกล่าวหาว่า “ข่มขืนกระทําชําเราผู้อื่น โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆโดยใช้กําลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นนั้นไม่สามารถขัดขืนได้” และหมายจับศาลจังหวัด ชุมเเพที่จ.21/2564 ลงวันที่ 16 มีนาคมพ.ศ.2564โดยกล่าวหาว่า “ลักทรัพย์”

สถานที่จับกุม กระท่อมนาด้านทิศใต้สํานักปฏิบัติธรรม หมู่ท่ี 8 ต.บ้านเม็ง อ.หนองรี จ.ขอนแก่น

พฤติการณ์ สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2564 นางสมยาฯ (ผู้เสียหายพิการขาขาด) อายุ 79 ปี ซึ่งบวชและปฏิบัติธรรมอยู่ในสํานักปฏิบัติธรรม ต.บ้านเม็ง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.หนองเรือ ว่าได้ถูกคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น ตัดผมสั้น รูปร่างผอม ลักษณะคล้าย กับชายท่ีมาทําสวนปลูกพืชห่างจากสํานักปฏิบัติธรรมไปประมาณ 300 เมตร บุกเข้ามาภายในห้องพักใน สํานักปฏิบัติธรรมและข่มขืนผู้เสียหาย ก่อนจะขับขี่รถยนต์หลบหนีไป

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตํารวจชุดสืบสวนได้ทําการสืบสวนจนสามารถจับกุมนายอัจฉริยะฯ(ผู้ต้องหา) ขณะนั่งอยู่ภายในรถยนต์ ซึ่งห่างจากสํานักปฏิบัติธรรมไปประมาณ 1 กิโลเมตร และจากการตรวจปัสสาวะ ของผู้ต้องหาพบว่ามีสารเสพติดอยู่ในน้ําปัสสาวะ เจ้าหน้าท่ีตํารวจจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหามายัง สภ.หนองเรือ เพื่อดําเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งระหว่างที่ทางเจ้าหน้าที่ตํารวจเบิกตัวผู้ต้องหาออกมาจากห้องควบคุม ผู้ต้องหาได้วิ่งหลบหนีการควบคุมขณะถูกสวมใส่กุญแจมืออยู่ โดยวิ่งไปลักรถจักรยานยนต์ของชาวบ้าน ท่ีจอดอยู่บริเวณริมถนนก่อนจะขับหลบหนีไปทาง อ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ

ต่อมาทางพนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาตามหมายจับ ดังกล่าว

ทาง พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตํารวจ กก.3 บก.ป. ดําเนินการสืบสวน ติดตามจับกุมผู้ต้องหา ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตํารวจ กก.สส.ภ.4, กก.สส.ภ.จว.ขอนแก่น และ สภ.หนองเรือ โดยได้ เน้นย้ำให้เร่งดําเนินการสืบสวนติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหามาดําเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว เนื่องจากพฤติการณก์ารกระทําความผิดของผู้ต้องหาเป็นการกระทําที่ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายแตอ่ย่างใดและผู้ต้องหา ยังหลบหนีไปขณะอยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่ตํารวจ

กระทั่งวันที่ 16 มีนาคม 2564 เจ้าหน้าที่ตํารวจชุดจับกุมสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีมาซ่อน ตัวอยู่ที่กระท่อมนาด้านทิศใต้สํานักปฏิบัติธรรมหมู่ที่ 8 ต.บ้านเม็ง อ.หนองรี จ.ขอนแก่น จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ เมื่อพบผู้ต้องหา จึงได้เข้าจับกุมและนําตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองเรือ ดําเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การว่า เมื่อประมาณปี 2553 หลังจากที่ตนเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ตนได้มาเรียนต่อที่โรงเรียนกีฬา จ.นครปฐม แต่เรียนไม่จบ จึงได้มาประกอบอาชีพทั่วไป จนกระทั่ง เมื่อเดือนตุลาคม 2563 ตนได้เดินทางมาทํางานรับจ้าง ทําไร่กระชาย และไร่พริก ในพื้นที่ติดกับสํานักปฏิบัติธรรม โดยทํางานมาได้ประมาณ 6 เดือนและในวันเกิดเหตุตนเมาสุราและเสพยาบ้าจึงได้ก่อเหตุในลักษณะดังกล่าว

จากการตรวจสอบประวัติ พบว่า

1. ปี 2560 ผู้ต้องหาถูกจับกุมดําเนินคดีในข้อหา “ครอบครองและเสพยาเสพติดฯ” ถูกควบคุม ความพฤติ 48 วัน

2. ปี 2562 ผู้ต้องหาถูกจับกุมดําเนินคดีในข้อหา “เสพยาเสพติดฯ” ถูกควบคุมความประพฤติ 42 วัน

3. ปี 2562 ผู้ต้องหาถูกจับกุมดําเนินคดีในข้อหา “จําหน่ายและเสพยาเสพติดฯ” ศาลสั่งจําคุก 1 ปี ที่เรือนจํากลางนครปฐม

“ผู้ต้องหาหรือจําเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคําพิพากษาถึงที่สุด”

ที่มา/เพจกองปราบปราบ