วันอังคาร, 19 ตุลาคม 2564

คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ปรับปรุงเงื่อนไขการดำเนินโครงการเราชนะ

คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ปรับปรุงเงื่อนไขการดำเนินโครงการเราชนะ ในส่วนของขอบเขตผู้ประกอบการ/ร้านค้า ที่จะเข้าร่วมโครงการฯ ให้ครอบคลุมผู้ประกอบการ/ร้านค้า/บริการที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการฯ ต้องมีคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้ เป็นผู้ประกอบการร้านธงฟ้าฯเป็นผู้ประกอบการประเภทร้านค้าในโครงการคนละครึ่ง และเป็นผู้ประกอบการประเภทบริการสัญชาติไทย ที่ไม่ใช่นิติบุคคล / เป็นผู้ประกอบการของกองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนชุมชนเมืองตามพระราชบัญญัติกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. 2547 และเป็นผู้ประกอบการของวิสาหกิจชุมชนตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ผู้ประกอบการดังกล่าว ต้องมีสถานประกอบการเป็นหลักแหล่งและตรวจสอบได้ หรือเป็นผู้ให้บริการประเภทรถที่ตรวจสอบได้ เช่น สามล้อถีบ เป็นต้น / เป็นผู้ประกอบการประเภทบริการด้านขนส่งสาธารณะสัญชาติไทยที่ไม่ใช่นิติบุคคล / เป็นผู้ประกอบการประเภทรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน (TAXI METER) / รถตู้โดยสารประจำทางที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย / รถยนต์สามล้อสาธารณะ / รถสองแถวรับจ้าง และรถจักรยานยนต์สาธารณะ และผู้ขับขี่ต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะ เป็นผู้ประกอบการประเภทบริการด้านขนส่งสาธารณะมวลชน ได้แก่ รถไฟฟ้าในเขตเมือง / รถไฟ / รถโดยสารประจำทางสาธารณะ และเรือโดยสารสาธารณะ ที่ลงทะเบียนและผ่านกระบวนการเปิดใช้งานแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” โดยตรงกับธนาคารกรุงไทยฯ โดยลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ผ่านเว็บไซต์ http://www.xn--b3c4a2a6ch6f.com/ ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม – 31 มีนาคม 2564 ทั้งนี้ ต้องไม่เป็นผู้ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในมาตรการต่าง ๆ ของรัฐ และไม่เป็น ผู้ที่ฝ่าฝืนเงื่อนไขของมาตรการต่าง ๆ ของรัฐ หรือฝ่าฝืนมาตรการใด ๆ ของรัฐเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 นอกจากนี้ เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการที่ช่วยเหลือภาระค่าของชีพ กำหนดไม่ให้มีการใช้สิทธิ์ตามโครงการเราชนะในการซื้อสินค้าอันมิใช่สินค้าจำเป็นเพื่อการดำรงชีพเพิ่มเติม ได้แก่สินค้าประเภททองคำ รวมถึงร้านค้าที่ขึ้นทะเบียนการขายทอดตลาดและค้าของเก่าประเภทเพชร พลอย ทอง นาก เงิน หรืออัญมณี นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงการคลัง กระทรวงแรงงาน และสภาพัฒน์ไปสำรวจและให้การช่วยเหลือประชาชน ผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในส่วนที่ยังไม่ครอบคลุมให้ได้รับการแก้ไขปัญหาเป็นระยะ ๆ ต่อไป