วันจันทร์, 20 กันยายน 2564

ประธานสมาคม สตรีแห่งชาติฯ เปิดแผน หนุนกลุ่มสตรีแม่บ้าน ส่งเสริมสร้างสรรค์สิ่ง ของความเป็นไทย นำเอาผ้าที่เป็นปัจจัย 4 ของชีวิตมาสร้างอาชีพ ให้สอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมการใส่ผ้าไทยของรัฐบาล

       ที่  หอประชุม 60 พรรษา มหาวชิราลงกรณ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด    สมาคมสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์  ร่วมรณรงค์สวมใส่ผ้าไทย ในขณะที่อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เตรียมผลักดัน ให้การแสดงผ้าไทยและกลุ่มอาชีพที่นำมาแสดง  สร้างทักษะอาชีพสร้างรายได้ให้กับผู้ได้รับผลกระทบและตกงานจากโควิด ให้มีอาชีพสร้างรายได้ 

ซึ่งในวันนี้พัฒนาชุมชนได้จัดกิจกรรมการรณรงค์สวมใส่ผ้าไทย ผ้าท้องถิ่น โดยกรมการพัฒนาชุมชนตามโครงการ สืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน สืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงอนุรักษ์ ส่งเสริม และเชิดชู อัตลักษณ์คุณค่าผ้าไทย ทำให้ผ้าไทยคงอยู่คู่แผ่นดินไทย ซึ่งสิ่งที่นำมาจัดกิจกรรม นิทรรศการในงานล้วนเป็นสินค้าฝีมือเครือข่ายกลุ่มอาชีพพัฒนาชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ด  โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ภารัฐ ภาคเอกชน ร่วมจำนวนมาก

**นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด   กล่าวถึงความร่วมมือในโครงการ “สืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน”    ของจังหวัดร้อยเอ็ด และสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์  จังหวัดร้อยเอ็ด ได้ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในโครงการ “สืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน” ระหว่างสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ กรมการพัฒนาชุมชน องค์กร/หน่วยงาน และอำเภอทั้ง 20 อำเภอ ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2562 ที่โรงแรมเพชรรัชต์การ์เด้น ในการส่งเสริมการแต่งกายด้วยการสวมใส่ผ้าไทย   เพื่อสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง (สม-เด็ด-พระ-นาง-เจ้า-สิ-หริ-กิด-พระ-บอ-รม-รา-ชิ-นี-นาด-พระ-บอ-รม-มะ-ราด-ชะ-ชน-นะ-นี-พัน-ปี-หลวง)

โดยการอนุรักษ์ ส่งเสริม และเผยแพร่ผ้าไทย ศิลปะอันล้ำค่าของชาติ ให้ดำรงคงอยู่ปรากฎเป็นความภาคภูมิใจของคนไทย และเป็นความชื่นชมของชาวโลก เพื่อเชิดชูอัตลักษณ์คุณค่าผ้าท้องถิ่น เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ให้เกิดกระแสความนิยมการแต่งกายผ้าไทยแก่ประชาชนทั่วประเทศ        โดยเน้นในกลุ่มข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ลูกจ้างหน่วยงานของรัฐ ให้ใช้ผ้าไทยอย่างต่อเนื่อง และเพื่อสืบสาน อนุรักษ์ผ้าท้องถิ่นไทยให้คงคู่อยู่ในแผ่นดินสืบไป และยังสนับสนุนส่งเสริมการสร้างงาน สร้างอาชีพ และเสริมสร้างรายได้เพิ่มขึ้นให้กับกลุ่มสตรีในท้องที่/ท้องถิ่น  และตามแนวทางส่งเสริมการสวมใส่ผ้าไทยให้เป็นชีวิตประจำวันของจังหวัดสนองต่อนโยบาย   การส่งเสริม ให้ข้าราชการสวมใส่ผ้าไทย ของคณะรัฐมนตรีอย่างไร

  ***นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า กรมฯมีเป้าหมาย ช่วยเหลือ กลุ่มที่ได้รับผลกระทบที่เกิดจากการ หยุดงานชั่วคราว หรือถูกเลิกจ้าง ในสภาวะกระแส covid-19 กรมการพัฒนาชุมชนมีหลายโครงการที่จะสนับสนุน แก้ไขในการแก้ไขปัญหานี้ เช่น โครงการปลูกพืชผักสวนครัว ให้มาช่วยผู้ประกอบการในนักการตลาดรุ่นใหม่ ไม่มาช่วยผู้ประกอบการในจังหวัดต่างๆในจังหวัดนั้นๆนะครับมาช่วยในการทำการตลาดการจัดทำข้อมูลเรื่องของแหล่งท่องเที่ยวสินค้า OTOP ของดีในจังหวัดเพื่อเผยแพร่ออก ในขณะที่สำคัญยังมีงบเงินกู้ 4 แสนล้านบาทที่รัฐบาล จัดสรรให้ทุกกรมทุกจังหวัด นำไปใช้สร้างอาชีพ โดยนำเอาทฤษฎีใหม่ มาประยุกต์ สู่รูปแบบโคกหนองนาโมเดล เอามาใช้ในครัวเรือน

โดยได้จัด ให้ประชาชน เข้าร่วมซึ่งในปัจจุบัน ผ่านความเห็นชอบของสภาพัฒน์แล้ว ว่า 30,000 ครัวเรือน และมีกว่า 3000 ตำบลที่สมัครเข้าร่วมโครงการให้ทุกตำบลมีการจ้างงาน เพิ่งจะให้ทั้งเงินเดือนและการเรียนรู้ด้านเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่น้อมนำเอาทฤษฎีใหม่ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 มาประยุกต์ใช้ ในรูปแบบโคกหนองนาโมเดลรวมทั้งส่งเสริมด้านการตลาดและการท่องเที่ยวอื่นๆซึ่งกรมพัฒนาชุมชนได้รับความเห็นชอบในรอบแรกซึ่งมีการจัดสรรงบประมาณให้ 600 ล้านให้นำมาปรับปรุง ระบบหมู่บ้าน OTOP นวัตวิถีและให้มีหมู่บ้านต้นแบบท่องเที่ยวโดยให้ประชาชนถือหุ้นอยู่ในบริษัทหมู่บ้านท่องเที่ยวของตนเองโดย การันตี รายได้ขั้นต่ำ ไว้ที่หมู่บ้านละ 7 ล้านบาทต่อปีซึ่งเป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะเอาสิ่งดีๆของแต่ละจังหวัดมาเสนอขายให้กับคนไทยและคนต่างชาติต่อไป

       ในขณะที่  ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสมาคม สตรีแห่งชาติฯ กล่าวว่า  ในฐานะที่ตนเองดูแลกลุ่มสตรี ในสภาวะเที่ยวรัฐบาล รณรงค์ให้ประชาชนอยู่บ้าน หยุดเชื้อเพื่อชาติ ก็จะมีการรณรงค์ให้ทุกคน โดยเฉพาะ กลุ่มสตรีแม่บ้าน ส่งเสริมสร้างสรรค์สิ่ง ของความเป็นไทย นำเอาผ้าที่เป็นปัจจัย 4 ของชีวิต มาสร้างอาชีพ ให้สอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมการใส่ผ้าไทยของรัฐบาล เพื่อพลิกชีวิตของคนที่ทอผ้า ให้มีรายได้และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ได้รับผลกระทบ จากสถานการณ์ covid-19

อาชีพที่ให้ใช้เวลาที่ว่างเว้นจากการประกอบอาชีพ มาสร้างรายได้ จากกระแส covid เช่นกัน ส่งเสริมการตัดผ้าทำหน้ากาก อนามัย จากผ้าลายสาเกตของร้อยเอ็ด ซึ่งสามารถสร้างรายได้ ได้ถึง 200 ล้านบาท และส่งเสริมด้วยการให้เงินกู้ ได้ถึงรายละ 2 แสนบาท เพื่อมาสร้างอาชีพฟื้นฟูรายได้ ในสภาวะที่ประสบผลกระทบ จากสถานการณ์ covid-19 ในช่วงไม่มีอาชีพ หรือในสถานการณ์ตกงาน ถูกเลิกจ้าง สามารถกลับมามีรายได้ ซึ่งนอกจากจะ เป็นกิจกรรมในกลุ่มของการทอผ้าแล้ว ยังมีกลุ่มการส่งเสริมการ ปลูกพืช ปลูกผัก เพื่อบริโภคและ จำหน่ายสร้างรายได้ให้กับครอบครัว โดยกลุ่มสตรี จากการสนับสนุนของ พัฒนาชุมชน ทุกจังหวัด

///////////////////////////

โชติกา  ทวนชัยภูมิ/ภาพ/ข่าว

0956628047