วันอาทิตย์, 19 กันยายน 2564

พช.ร้อยเอ็ด เปิดศูนย์เรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ สวน ป่า นา น้ำ ตามแนวพระราชดำริ “จอบแรก @ 101 เอามื้อสามัคคี โคก หนอง นา”

***วันที่ 27 มกราคม 2564 ที่ศูนย์เรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ ตามแนวพระราชดำริ สวนป่า นา น้ำ  วัดป่าดอนดู่ธรรมารามบ้านหนองหน่องหมู่ที่ 9 ตำบลอีง่องอำเภอจตุรพักตรพิมานจังหวัดร้อยเอ็ด  นายชนาส  ชัชวาลวงศ์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดงาน จอบแรก @ 101 เอามื้อสามัคคี โคก หนอง นา  โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ  และนักพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ ร่วมกิจกรรม จำนวนมาก

****พระธรรมฐิติญาณที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค10 เจ้าอาวาสวัดบึงพระลานชัย จังหวัดร้อยเอ็ด  ได้กล่าวว่าการที่ ให้พื้นที่วัดป่าดอนดู่ธรรมาราม แห่งนี้เป็นศูนย์เรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริสวนป่าน้ำนั้นเนื่องจากในปีวันที่ 17 พฤศจิกายน  พ.ศ. 2518  ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ทรงเสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐิน ที่ วัดประชาคมวนาราม (วัดป่ากุง) (วัดหลวงปู่ศรี)  อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ดหลังจากถวายเสร็จได้เข้ามาสอบถาม  พระธรรมฐิติญาณ (ณ ตอนนั้นพระธรรมฐิติญาณคือพระศรีพระศีลวิสุทธาจารย์ปัจจุบันพระธรรมฐิติญาณ )  ในปีนั้นว่าะเจ้าพระคุณเจ้าเป็นเจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ดใช่ไหม  พระธรรมฐิติญาณ ถวายพระพรว่าอาตมาเป็นเจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด  (ธรรมยุติ)ในหลวงได้ตรัสว่า “ขอฝากพระคุณเจ้าให้ช่วยพี่น้องประชาชนให้มากๆหน่อย”  พระศีลวิสุทธาจารย์ขอถวายพระพร  จึงเกิดแรงบันดาลใจเกิดศูนย์เรียนรู้แห่งนี้ขึ้นมา ตามโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์โคกหนองนาโมเดลสอบแรก at-101 เอามื้อสามัคคีโคกหนองนา หวังให้พี่น้องประชาชนได้มีที่เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ

   นางนวลจันทร์  ศรีมงคล  พัฒนาการจังหวัดร้อยเอ็ด กว่าว่า  จังหวัดร้อยเอ็ดได้ขับเคลื่อนโครงการพัฒนาต้นพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่โคกหนองนาโมเดลได้กำหนด Kick Off กิจกรรม จอบแรก @ 101 เอามื้อสามัคคี โคก หนอง นา    เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้การน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงประยุกต์สู่การปฏิบัติในรูปแบบโคกหนองนาโมเดลเพื่อพัฒนาพื้นที่เรียนรู้ชุมชนต้นแบบโคกหนองนาโมเดลตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงระดับตำบลและระดับครัวเรือน และฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชนผ่านการสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและแรงงานและบัณฑิตจบใหม่กรมแรงงานที่อพยพกับท้องถิ่นและชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของโรค โควิด 19  การดำเนินการโครงฯ จำนวน 18 รุ่น เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 – 12 มีนาคม 2564   ซึ่งได้ปรับพื้นที่ต้นแบบให้เป็นโคกหนองนาของตัวเองและให้เข้ากับภูมิสังคมของตัวเองจนครบ 2,074 ครัวเรือน  และสร้างงานสร้างรายได้ รายเดือนให้แก่เกษตรกรบัณฑิตจบใหม่และกลุ่มแรงงานที่อพยพกับท้องถิ่นและชุมชนโดยมีการจ้างนักพัฒนาพื้นที่ต้นแบบของจังหวัดร้อยเอ็ดจำนวน 388 คน พร้อมทั้งยังจะมีเฟส 2 จังหวัดร้อยเอ็ดได้เสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มอีก 1128 ครัวเรือน

นายชัยนาส  ชัชวาลวงศ์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด  กล่าวว่าตามกลไกการขับเคลื่อนสืบสานศาสตร์พระราชาเพื่อการปฏิรูปประเทศโดยใช้หมู่บ้านเป็นฐานการพัฒนามุ่งสร้างภูมิคุ้มกันให้ทุกครัวเรือนและพัฒนาให้คนมีความรู้และปรับตัวสามารถดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขมีอาชีพสร้างรายได้โดยการจัดทำโครงการที่ประยุกต์การใช้ศาสตร์พระราชาและน้อมนำเอาแนวคิดและทฤษฎีการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริกว่า 40 ทฤษฎีที่ทรงพระราชทานไว้ให้ในการแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจสังคมและสิ่งแวดล้อมมาประยุกต์กับแนวทางการพัฒนาพื้นที่และการออกแบบเชิงภูมิสังคมไทยเพื่อการพึ่งพาตนเองและรองรับภัยพิบัติในรูปแบบโคกหนองนา โมเดล ซึ่งมีการแบ่งพื้นที่ออกเป็นโคก (ปลูกป่าต้นไม้)  เป็นหนอง (เป็นแหล่งน้ำ)   และเป็นนา (ปลูกข้าว พืชในนา สัตว์ในนา)

         กิจกรรมวันนนี้ประกอบด้วย การขุดคลองใส้ไก่ สร้างฝาย  ปลูกพืชป่า 5 ระดับ พร้อมด้วยการแบ่งกลุ่ม ฝึกปฏิบัติ 6 ฐาน การเรียนรู้ สำหรับโครงการพัฒนาพื้นที่ตำบล ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีประยุกต์ ในรอบที่ 1 ครั้งที่ 1 จำนวน 1415 ครัวเรือนดำเนินการใน 186 ตำบล 20 อำเภอ  ผู้ที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมดจะได้รับประโยชน์ที่ครอบคลุมคือกลุ่มเป้าหมายสามารถเป็นแกนนำขับเคลื่อนน้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่การพัฒนาในรูปแบบโคกหนองนาโมเดลในพื้นที่เป้าหมายจำนวน 1413 คน เมื่อผ่านไป 2 ปี คาดว่าประชาชนจะมีรายได้เพิ่มเติมขึ้นประมาณ 3 เท่า

  นักพัฒนาพื้นที่ต้นแบบที่ร่วมกิจกรรมเผยว่า   ในหลุมการปลูกไม้เศรษฐกิจพอเพียงก็จะมีการปลูกเอาต้นกล้วยเป็นพี่เลี้ยงในการปลูกเพราะว่าต้นกล้วยจะมีการปลูก 1 ปีก็จะมีการออกลูกแล้วเราก็จะตัดพร้อมยังจะมีหน่อขึ้นมาก็จะเป็นพี่เลี้ยงได้ดีและในรอบๆก็จะมีไม้มรดกก็จะมีประเภทไม้ยางไม้พยุงไม้สะเดา อันนี้ก็จะเป็นเรียกว่าไม้มรดกที่จะทำเป็นไม้เศรษฐกิจได้  และหลังจากนั้นก็จะมีไม้ไม้กลางประเภทมะก็มีมะม่วงมะยมมะขามมะนาว ในหลุมการปลูกไม้เศรษฐกิจพอเพียง  ก็จะมีไม้มรดก ไม้ฉลาดแล้วก็ไม้ปัญญาอ่อน  ซึ่งไม้ปัญญาอ่อนก็จะมีอายุอยู่ได้แค่ 1 เดือนหรือเรียกว่าไม้ล้มลุกนั้นเอง

////////////////////

โชติกา  ทวนชัยภูมิ /ภาพ/ข่าว

0956628047