วันอาทิตย์, 17 ตุลาคม 2564

นายกฯ เป็นประธานประชุมบอร์ด สสว. เห็นชอบแผนส่งเสริมเอสเอ็มอี พ.ศ. 2564-2565 ให้เอสเอ็มอีไทยอยู่รอดได้ในสถานการณ์โควิด-19 ย้ำให้ สสว.ขับเคลื่อนงานอย่างรวดเร็ว โปร่งใส แก้ปัญหาให้เอสเอ็มอีได้ตามแผน

 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (บอร์ด สสว.) ครั้งที่ 3/2563 ร่วมกับ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้สรุปสาระสำคัญของการประชุม ดังนี้


นายกรัฐมนตรีกล่าวมอบนโยบายต่อที่ประชุมตอนหนึ่งว่า การดำเนินขับเคลื่อนงานต่าง ๆ ของ สสว. จะต้องดำเนินการให้ได้มากที่สุด เร็วที่สุด และโปร่งใส เป็นธรรม สามารถแก้ปัญหาให้กับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมได้ตามแผนการส่งเสริมเอสเอ็มอี ที่มีแนวทางการพัฒนาให้เอสเอ็มอี อยู่รอด อยู่เป็น และอยู่ยาว โดยจะต้องดำเนินการให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายทุกประการ รวมทั้งต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับองค์กรและบุคลากรของ สสว. ให้ได้รับความเชื่อมั่นเชื่อถือจากประชาชน เพราะมีผลกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลด้วย ดังนั้นการบริหารต่าง ๆ จะต้องร่วมมือกัน แสวงหาความร่วมมือกันให้ได้ทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน ทำทุกอย่างให้เกิดความโปร่งใส เกิดความก้าวหน้าอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม ตอบสนองสอดคล้องกับประชาชนและธุรกิจเอสเอ็มอี โดยในการทำงานขอให้คิดถึงการทำประโยชน์เพื่อประชาชนและบ้านเมืองเป็นหลัก ต้องทำให้ประชาชนมีความสุข ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรียึดมั่นมาโดยตลอด ทั้งนี้ ขอให้บอร์ด สสว. รับข้อสังเกตจากการประชุมในวันนี้ไปดำเนินการให้เป็นรูปธรรม รวมทั้งให้มีการรายงานผล ติดตามจากผลการประเมินอย่างรัดกุม เพราะเป็นการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐที่จะต้องเป็นไปอย่างถูกต้องและโปร่งใส
 
โดยที่ประชุมบอร์ด สสว. ได้มีมติดังนี้
1. เห็นชอบแผนการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ. 2564 – 2565 ซึ่งเป็นแผนที่จัดทำขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับแผนแม่บทเฉพาะกิจภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ เนื่องจากสถานการณ์โรคไวรัสโคโรนา 2019 ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใด โดยสาระสำคัญของแผนการส่งเสริมฯ คือ เพื่อให้เอสเอ็มอีไทยสามารถประคองธุรกิจให้อยู่รอดได้ในสถานการณ์โควิด-19 โดยมีแนวทางดังนี้ 1) การบรรเทาปัญหาและฟื้นฟูธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 เช่น ส่งเสริมสภาพคล่องให้เอสเอ็มอี 2) การสร้างความพร้อมให้เอสเอ็มอีในการเข้าสู่การแข่งขันในบริบทใหม่ทางเศรษฐกิจ เช่น ส่งเสริมการนำเทคโนโลยีและดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการองค์กรและธุรกิจ และ 3) การปรับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจให้เกิดความสะดวกแก่เอสเอ็มอีในการประกอบธุรกิจ เช่นปรับแก้กฎหมายเพื่อลดอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ
 
2. เห็นชอบแผนปฏิบัติการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ 2564 – 2565 และข้อเสนอโครงการและงบประมาณฯ ประจำปีงบประมาณ 2565 เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นกรอบในการดำเนินงานและบูรณาการร่วมกัน ซึ่งมีโครงการที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการบริหาร สสว. เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2563 จำนวน 114 โครงการ งบประมาณ 5,334 ล้านบาท
 
3. เห็นชอบเปลี่ยนแปลงการจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินสนับสนุนงบประมาณโครงการสนับสนุน SMEs รายย่อย จากเดิม เป็นไปตามมาตรา 34 (3) จัดสรรงบประมาณให้เอสเอ็มอีโดยตรง เป็นมาตรา 34 (2) จัดสรรเงินกองทุนเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการผ่านหน่วยงานร่วมดำเนินการ (บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย.) งบประมาณ 5,000 ล้านบาท
 
นอกจากนี้ สสว. ยังได้รายงานให้บอร์ด สสว. ทราบถึงแนวทางการให้ความช่วยเหลือเอสเอ็มอี มีดังนี้
 
โครงการส่งเสริม เอสเอ็มอี ที่สำคัญในปีงบประมาณ 2564
1. ส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ (Early State/Start up) ดำเนินการพัฒนาทักษะและยกระดับความเป็นผู้ประกอบการที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจไม่เกิน 3.5 ปี เป้าหมาย 2,800 ราย โดยจะให้ที่ปรึกษาให้คำแนะนำด้านการเงิน การออกแบบและพัฒนาสินค้า ในเอสเอ็มอีภาคการเกษตร ภาคการผลิต ภาคการค้าและบริการ
2. พัฒนาวิสาหกิจรายย่อย (Micro เอสเอ็มอี) ให้ประกอบธุรกิจอย่างมืออาชีพ ส่งเสริมพัฒนาด้านมาตรฐานและตลาดออนไลน์ ให้เอสเอ็มอีรายย่อม รายย่อย วิสาหกิจชุมชน สหกรณ์ โดยเน้นเรื่องการเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ มีเป้าหมาย 250 ราย และการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผ่านทางดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง มีเป้าหมาย 6,500 ราย
3. พัฒนาวิสาหกิจขนาดย่อม (Small Enterprises หรือ SE) ให้ก้าวสู่ธุรกิจสมัยใหม่ ดำเนินการ 3 แนวทางคือ 1) ส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจระดับเติบโต มีเป้าหมาย 3,000 ราย เน้นที่กลุ่ม New S-Curve และกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม 2) ส่งเสริมกลุ่ม SE ที่ผ่านการพัฒนาจากโครงการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจระดับเติบโต จำนวน 100 กิจการ 3) พัฒนาศักยภาพและช่องทางการตลาด สำหรับเอสเอ็มอี เป้าหมาย 1,000 ราย เช่น การจัดงาน เอสเอ็มอี FEST จำนวน 10 จังหวัด ทั่วประเทศ
4. ส่งเสริมความรู้ด้านการบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนและสนับสนุนเอสเอ็มอีที่ทำการค้าระหว่างประเทศ เป้าหมาย 2,000 ราย
 
แนวทางการให้ความช่วยเหลือ เอสเอ็มอี ผ่านระบบผู้ให้บริการทางธุรกิจ (Business Development Service : BDS) หรือการจ่ายคนละครึ่งภาค เอสเอ็มอี ขณะนี้ อยู่ระหว่างการจัดทำร่างระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการให้ความช่วยเหลืออุดหนุนจากเงินกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ผ่านระบบผู้ให้บริการสนับสนุนด้านการพัฒนาธุรกิจ พ.ศ. …. และคาดว่าจะนำสามารถนำเสนอคณะกรรมการส่งเสริมส่งเสริม สสว. ได้ภายในเดือนมีนาคม 2564
 
การส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อย (Micro) สร้างตลาดนัดชุมชน เชื่อมโยงกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ซึ่งได้ดำเนินการแล้วเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา
 
การสนับสนุนให้ เอสเอ็มอี เข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ แบบกำหนดโจทย์ล่วงหน้า เพื่อให้เอสเอ็มอีรับทราบความต้องการ เตรียมความพร้อมและสามารถวางแผนการผลิตสินค้าได้ตามความต้องการของผู้ซื้อ คือ กองทัพอากาศและบริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด ซึ่งในระยะแรก มุ่งเน้นการดำเนินการในอุตสาหกรรมอากาศยานและซ่อมบำรุง