การศึกษา » มทร.อีสาน ขับเคลื่อนโมเดลการใช้กัญชาทางการแพทย์แผนไทย เพื่อสุขภาพสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

มทร.อีสาน ขับเคลื่อนโมเดลการใช้กัญชาทางการแพทย์แผนไทย เพื่อสุขภาพสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

15 ธันวาคม 2020
247   0

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร ขับเคลื่อนโมเดลการใช้กัญชาทางการแพทย์แผนไทยเพื่อสุขภาพสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หวังกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ผ่านเส้นทางการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ พร้อมรองรับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวภายในประเทศ ผ่านการจัดนิทรรศการในงาน “เที่ยวไทย สุขภาพดี วิถีถิ่น 2020” ระหว่างวันที่ 9-13 ธันวาคม 2563 ณ เมืองสุขสยาม ไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร

รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตสกลนคร มทร.อีสาน เปิดเผยว่า  มทร.อีสาน เป็นสถาบันการศึกษาที่มุ่งเน้นบทบาทในการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การให้บริการวิชาการ โดยเน้นการผลิตบุคลากร เพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติงานในสถาบันต่าง ๆ ที่ตรงต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้สอดคล้อง กับปณิธานของมหาวิทยาลัย “สร้างคนสู่งาน เชี่ยวชาญเทคโนโลยี” ควบคู่ไปกับการเดินตามแผนยุทธศาสตร์ของภาครัฐ ซึ่งสภามหาวิทยาลัยได้ให้ความสำคัญกับการมุ่งเน้นสร้างความเข้มแข็งและความยั่งยืนของชุมชนอีกด้วย

มทร.อีสาน ถือเป็นกำลังหลักในการพัฒนากัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ซึ่งมีระบบการผลิตที่ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่ภายในคณะทรัพยากรธรรมชาติ ต.พังโคน อ.พังโคน จ.สกลนคร ในการปลูกกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์อย่างถูกกฎหมาย เนื่องจากจังหวัดสกลนครเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ในเรื่องของดินและสภาพอากาศที่เหมาะสมต่อการเพาะเมล็ดพันธุ์กัญชาและปลูกต้นกัญชาที่มีคุณภาพ รวมทั้งยังมีความพร้อมด้านทรัพยากรบุคคล นักวิจัย นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญครบทุกกระบวนการ รวมถึงการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่หนุนเสริมเรื่องการเพาะและควบคุมการปลูกกัญชาระบบออแกนิคเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ สามารถนำไปเป็นส่วนประกอบของการปรุงเป็นยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ นอกจากนี้ยังได้นำองค์ความรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นและหมอพื้นบ้านมาบูรณาการร่วมกับการวิจัยและเทคโนโลยี และพัฒนาต่อยอดเพื่อให้เกิดเป็นต้นแบบระบบฟาร์มอัจฉริยะในพื้นที่การปลูกกัญชาของจังหวัดสกลนคร

ในอนาคตจะมีจัดโครงการกัญชาทางการแพทย์ครบวงจร โดยจะร่วมกับภาคีเครือข่าย สร้างระบบกัญชาครบวงจรตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง ที่มีคุณภาพมาตรฐานเข้าสู่ศูนย์กลางทางการแพทย์แผนไทยและก้าวไปเข้าสู่การรักษาโดยแพทย์แผนปัจจุบันในอนาคตผ่านการวิจัยอย่างเข้มข้นและการันตีผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพ และผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) หรือ 30 บาทรักษาทุกโรคสามารถเข้าถึงสิทธิการรักษาโรคด้วยกัญชาทางการแพทย์ ซึ่งขณะนี้มีการนำร่อง ณ โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยสกลนคร หลวงปู่แฟ๊บ สุภัทโท ซึ่งให้บริการด้านการรักษาด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย รวมทั้งคลินิกกัญชาทางการแพทย์ “บ้านคุณสุข” ซี่งให้บริการการรักษาด้วยตำรับยากัญชา ดังนั้นจะเห็นได้ว่าเรามีความพร้อมในด้านการใช้ประโยชน์จากกัญชาทางการแพทย์ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง ซึ่งเชื่อมต่อกันทั้งระบบ และเส้นทางการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพที่ จ.สกลนคร นั้นจะสามารถตอบโจทย์คนรักสุขภาพทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ  ซึ่งจะเป็นสิ่งหนึ่งที่จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่รักสุขภาพทั่วโลกเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ จ.สกลนคร

รศ.ดร.โฆษิต กล่าวต่อว่า ในส่วนการต่อยอดโมเดลการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพนั้น มทร.อีสาน มีการสร้างเครือข่ายกับชุมชนหมู่บ้านราชมงคลและบ้านนาเชือก โดยหมู่บ้านราชมงคลแห่งนี้ได้มีการพัฒนาเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งเน้นการนำเสนอวิถีการดำเนินชีวิตของชุมชนและการคงกลิ่นอายของบ้านนาเชือกที่มีความผูกพันกับควายหรือกระบือมายาวนาน โดยชาวบ้านหลายครัวเรือนยังคงอนุรักษ์การเลี้ยงควายเพื่อการประกอบอาชีพและสร้างรายได้เสริม ในส่วนบ้านนาเชือกมีการรวมกลุ่มกับชาวบ้านในลักษณะกลุ่มอนุรักษ์ควายและกลุ่มผลิตภัณฑ์การย้อมผ้าจากมูลควาย ซึ่งนับว่ามีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย ผ้าย้อมมูลควายมีความเป็นเอกลักษณ์ของผ้า สีผ้าจะเป็นสีหม่นๆ แบบธรรมชาติ ปัจจุบันเป็นสินค้าโอทอป 5 ดาวและเริ่มเข้าสู่ตลาดมากขึ้น รวมถึงการเที่ยวชมเกาะควายที่มีพื้นที่ติดกับโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาน้ำอูน หรือเขื่อนน้ำอูน ซึ่งมีบรรยากาศและธรรมชาติที่สวยงามอย่างมาก และกิจกรรมสปาสมุนไพรกระทะร้อน สำหรับผู้ที่ต้องการผ่อนคลายความตึงเครียดและได้สุขภาพที่ดีในเวลาเดียวกัน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “จิบไวน์หมากเม่า ชมควาย สปากระทะร้อน ด้วยสมุนไพรสกลนคร” อีกด้วย

อย่างไรก็ตามจะเห็นได้ว่า จังหวัดสกลนคร เป็นจังหวัดที่มีความหลากหลายของทรัพยากรธรรมชาติที่ทั้งพื้นที่ ดิน น้ำ สภาพอากาศ และบรรยากาศของผู้คนที่มีมิตรไมตรีและอัธยาศัยที่ดี ดังคำที่ว่า “มหานครแห่งพฤษเวช” มหานครแห่งพฤษเวชคือสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความเป็นเอกลักษณ์ท้องถิ่น เมือง 3 ธรรม คือ ธรรมมะ ธรรมชาติ และวัฒนธรรม ที่น่าค้นหา เช่น โค ข้าว เม่า คราม และสมุนไพรไทย โดยเฉพาะกัญชาไทยสายพันธุ์หางกระรอก ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากกัญชงกัญชาและพืชสมุนไพรอื่นเพื่อสร้างคุณค่าและมูลค่าเศรษฐกิจให้กับชุมชน ส่งเสริมให้เกิดความเข้มแข็งในชุมชน และขอเชิญทุกท่านมาสัมผัสและเที่ยวชม“มหานครแห่งพฤษเวช”ของจังหวัดสกลนครกันครับ รศ.ดร.โฆษิต กล่าวทิ้งท้าย.