วันจันทร์, 20 กันยายน 2564

ทุ่ม 4.2 หมื่นล.เติมเงินบัตรคนจนอีก 3 เดือน – ขยายโครงการคนละครึ่งเฟสสอง

เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.2563 นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีติเห็นชอบหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการคนละครึ่ง เฟส 2 โดยรัฐบาลสนับสนุนการใช้จ่ายสิค้าประเภทอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป ในอัตราร้อยละ 50 หรือไม่เกิน 150 บาทต่อวัน และให้สูงสุดไม่เกิน 3,500 บาทต่อคนต่อสิทธิ์ โดยเปิดให้มีผู้ลงทะเบียนใหม่ 5 ล้านคน ส่วนอีก 10 ล้านคนที่มีสิทธิ์อยู่แล้วจะได้รับเงินเพิ่มเติม 500 บาทต่อคนต่อสิทธิ์ โดยระยะเวลาโครงการตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 31 มี.ค.2564 คาดว่าจะใช้วงเงิน 22,500 ล้านบาท

“สำหรับโครงการคนละครึ่งระยะที่ 2 คาดว่า จะทำให้มีเงินหมุนเวียนระบบเศรษฐกิจ 45,000 ล้านบาท จีดีพีขยายตัวละร้อยละ 0.14 แต่เมื่อรวมทั้ง 2 ระยะโครงการ เท่ากับมีเงินหมุนเวียนในระบบสูงถึง 105,000 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 0.32 ต่อจีดีพี” นายอนุชา กล่าว

นายอนุชา กล่าวอีกว่า นอกจากนั้น ครม.มีมติเห็นชอบช่วยเหลือกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยให้วงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจำนวน 500 บาทต่อคนต่อเดือน ระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่ ม.ค.-มี.ค.2564 ครอบคลุมผู้ถือบัตร 13.75 ล้านคน วงเงินไม่เกิน 20,635.49 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเยียวยากลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐต่อเนื่องอีกระยะหนึ่งให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นายอนุชา กล่าวต่อไปว่า ครม.ยังเห็นชอบปรับปรุงโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เพื่อเพิ่มปริมาณการจองสิทธิ์ห้องพักของประชาชนจากเดิมไม่เกิน 10 คืนต่อสิทธิ์ เป็นไม่เกิน 15 คืนต่อสิทธิ์ พร้อมกันนี้ยังเพิ่มจำนวนสิทธิ์ในภาพรวมจากเดิม 5 ล้านคืนเป็น 6 ล้านคืน สนับสนุนค่าเครื่องบินจาก 2,000 บา เป็น 3,000 บาท สำหรับการเดินทางใน 7 จังหวัด ประกอบด้วย ภูเก็ต กระบี่ พังงา สงขลา สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่ และเชียงราย ทั้งนี้ยังขยายระยะเวลาสิ้นสุดโครงการถึง 30 เม.ย.2564 โดยจะส่งผลให้กรอบวงเงินในการดำเนินการลดลงเหลือ 15,000 ล้านบาท จากเดิมที่ตั้งไว้ที่ 20,000 ล้านบาท

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า สำหรับโรงแรมที่ไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบการโรงแรม สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ โดยกำหนดเงื่อนไขให้ต้องมีหมายเลขประจำตัวของผู้เสียภาษี และมีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม