วันอาทิตย์, 26 มิถุนายน 2565

เพิ่มเติมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ ที่กำลังจะมา

การปรับปรุงรายละเอียดโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้/นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2564 รับทราบและอนุมัติตามผลการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ (คณะกรรมการฯ) ในคราวการประชุมครั้งที่ 34/2564 เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2564 ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้มีมติเห็นชอบการปรับปรุงรายละเอียดโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ (โครงการฯ) เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ดังนี้1. โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 ปรับลดจำนวนกลุ่มเป้าหมายผู้ได้รับสิทธิจากเดิม 31 ล้านสิทธิ เป็น 28 ล้านสิทธิ2. โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ ปรับลดจำนวนกลุ่มเป้าหมายผู้ได้รับสิทธิจากเดิม 1.4 ล้านสิทธิเป็น 1 ล้านสิทธิทั้งนี้ การปรับลดดังกล่าว จะทำให้มีสิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 คงเหลือประมาณ 1 ล้านสิทธิ และสิทธิโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้คงเหลือประมาณ 5 แสนสิทธิ ซึ่งจากข้อมูล ณ วันที่ 20 กันยายน 2564 โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 มีผู้ใช้สิทธิสะสมจำนวน 24.22 ล้านราย โดยมียอดการใช้จ่ายสะสมรวม 66,366.5 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่ายสะสม 33,761.7 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่ายสะสม 32,604.9 ล้านบาท ในส่วนของโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้มีผู้ใช้สิทธิสะสมจำนวน 75,582 ราย โดยเป็นยอดการใช้จ่ายส่วนประชาชนสะสมรวม 2,182 ล้านบาท และยอดใช้จ่ายส่วน e – Voucher สะสม 90.7 ล้านบาท โฆษกกระทรวงการคลังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า กระทรวงการคลังจะเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิซื้ออาหารและเครื่องดื่มจากร้านอาหารและเครื่องดื่มที่เข้าร่วมโครงการฯ ผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) ตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2564 โดยรัฐจะสนับสนุนเงินในส่วนค่าอาหารและ/หรือเครื่องดื่มเท่านั้น ไม่รวมถึงค่าจัดส่งหรือค่าใช้จ่ายอื่นใด ซึ่งขณะนี้มีผู้ให้บริการ Food Delivery Platform ที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการฯ แล้ว 2 ราย และอยู่ระหว่างเชื่อมโยงระบบกับโครงการฯ ได้แก่ (1) Grab โดยจะเก็บค่าธรรมเนียมหรือส่วนแบ่งการขาย (Gross Profit: GP) จากร้านอาหารและเครื่องดื่มในโครงการฯ ไม่เกินร้อยละ 20 และลดค่าจัดส่งอาหารและเครื่องดื่มให้แก่ประชาชน 25 บาท เมื่อสั่งซื้อขั้นต่ำ 150 บาท สำหรับการสั่งซื้ออื่น ๆ ที่ไม่ใช่จากโครงการฯ และ (2) LINEMAN โดยจะเก็บ GP จากร้านอาหารและเครื่องดื่มในโครงการฯ ไม่เกินร้อยละ 20 และสนับสนุนค่าจัดส่งอาหารและเครื่องดื่มในโครงการฯ ให้แก่ประชาชน 35-50 บาทต่อครั้ง หรือไม่เกิน 2,000 บาทตลอดระยะเวลาโครงการฯ พร้อมสื่อส่งเสริมการตลาดและส่วนลดสำหรับลูกค้าเพื่อเพิ่มยอดขายให้แก่ร้านค้าสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารและเครื่องดื่มในโครงการฯ ที่ประสงค์จะขายอาหารและเครื่องดื่มผ่านผู้ให้บริการ Food Delivery Platform สามารถสมัครผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ได้ตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2564 เป็นต้นไป โดยสามารถเลือกเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการ Food Delivery Platform เพื่อขายอาหารและเครื่องดื่มตามโครงการฯ ได้เพียงรายเดียว โดยสามารถตรวจสอบหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแต่ละโครงการได้ที่ www.คนละครึ่ง​ .com และ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้​ .comนอกจากนี้ ในวันที่ 1 ตุลาคม 2564 กระทรวงการคลังจะโอนวงเงินสนับสนุนให้แก่ผู้ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 รอบที่ 2 เพิ่มเติม จำนวน 1,500 บาท โดยนำไปรวมกับวงเงินสิทธิคงเหลือจากรอบแรกให้อัตโนมัติ ทั้งนี้ ประชาชนยังคงสามารถใช้จ่ายในโครงการต่าง ๆ ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง halfhalf@fpo.go.th , spend2get@fpo.go.thธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 02-111-1122

ผู้สนับสนุนแพลตฟอร์มข่าว-0628929797 DNk79R.jpg Phh9Db.jpg sAyptI.jpg DasKLf.jpg Da2r0R.png DpkFp1.jpg banner1-08.gif Aqh3Ka.jpg Dp1Qd0.png 2wk8Dt.jpg 2wcwIv.jpg


เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ธอส.ออกมาตรการใหม่ช่วยลูกค้ากลุ่มเปราะบาง เริ่มให้ลงทะเบียน 28 มิ.ย.65
มข.จัด”หมอลำกับเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพของคนอีสาน” สู่สาธารณะ ภายใต้แผนงานยุทธศาสตร์เป้าหมาย (Spearhead) ด้านสังคม คนไทย 4.0
“ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมแสดงบทบาทสร้างความเท่าเทียม”
“ห้างเซ็นทรัล” และ “ห้างโรบินสัน” รวมพลังจัดมหกรรมเซลครั้งยิ่งใหญ่ 
AIS 5G ผนึก 116 เครือข่ายทั่วโลก สยายปีก “5G โรมมิ่ง” ครอบคลุม 66 ประเทศ มากสุดเป็นอันดับ 1 ในโลก รองรับดีมานด์นักท่องเที่ยว หลังทั่วโลกเปิดประเทศเต็มรูปแบบ
OR – LINE MAN เดินหน้าขยาย LINE MAN Kitchen ready to go ต่อเนื่องรุกเปิดสาขาเพิ่มรอบนอกกรุงเทพฯ หวังเพิ่มความสะดวกตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้บริการ