วันจันทร์, 20 กันยายน 2564

ศบค. คงระดับของพื้นที่และมาตรการควบคุมถึง 30 กย. นี้ เตรียมขยายฉีดวัคซีนกลุ่มอายุ 12 ปีขึ้นไป เตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนภายในเดือนตุลาคม

ศบค. คงระดับของพื้นที่และมาตรการควบคุมถึง 30 กย. นี้ เตรียมขยายฉีดวัคซีนกลุ่มอายุ 12 ปีขึ้นไป เตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนภายในเดือนตุลาคม/วันนี้ (10 กันยายน 2564) พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด – 19) ผ่านระบบการประชุมทางไกล (Video Conference)

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศบค. สั่งติดตามการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์  หลังจากองค์การอนามัยโลกได้ประกาศการยกระดับการแพร่ระบาดของโควิด – 19 สายพันธุ์ MU (มิว) เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่ต้องเฝ้าระวัง ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบการแพร่ระบาดในประเทศไทย รวมทั้งขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำข้อสังเกต ข้อเสนอแนะหรือข้อท้วงติงที่เป็นประโยชน์ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายที่ผ่านมา มาปรับใช้ในการทำงาน เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของประชาชนและช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น นายกรัฐมนตรียังกล่าวแสดงความพอใจหลังจากที่ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมโรงพยาบาลสนามที่เป็นความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน และสถานประกอบการในโครงการ Factory Sandbox  ซึ่งขอให้เป็นต้นแบบในพื้นที่อื่น ๆ ด้วย เพราะไม่อาจคาดคะเนได้ว่าไวรัสโควิด-19 จะอยู่นานแค่ไหน รัฐบาลยังเร่งดำเนินการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชน และขอให้ประชาชนปฏิบัติตาม Universal Prevention และทุกองค์กรเน้น COVID-19 FREE Setting  (สถานประกอบการ  ลูกค้า/ประชาชน) ให้ครอบคลุมทั้งในพื้นที่ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคด้วย

นายกรัฐมนตรียังกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญในการดูแลเด็กนักเรียน โดยศบค. และสธ. จะเร่งปูพรมฉีดวัคซีนเด็กนักเรียนอายุ 12-18 ปื ภายในเดือนตุลาคม โดยจะต้องได้รับการยินยอมผู้ปกครอง ยึดหลักและคำแนะนำทางการแพทย์ ครอบคลุมทั้ง นักเรียน ครูและเจ้าหน้าที่ เพี่อสร้าง “โรงเรียนปลอดภัย” รวมทั้งสร้างความเข้าใจกับกลุ่มคนที่ปฏิเสธการฉีดวัคซีน ว่าการฉีดวัคซีนสามารถลดอาการเจ็บป่วย ลดการเสียชีวิต

ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นชอบเป้าหมายให้บริการวัคซีนโควิด-19 ในเดือนตุลาคม 2564  ให้ครอบคลุมประชากรทั้งหมด อย่างน้อยร้อยละ 50 ทุกจังหวัด  ขยายกลุ่มอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน และวางแผนให้เข็มกระตุ้นในผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีน Sinovac  ที่ครบ 2 เข็มในช่วงมีนาคม – พฤษภาคม 2564  รวมทั้งเห็นชอบคงระดับของพื้นที่และมาตรการป้องกันควบคุมโรคตามระดับพื้นที่สถานการณ์ ถึง 30 กันยายน นี้ ประกอบด้วย พื้นที่ควบคุมสูงสุด และเข้มงวด 29  จังหวัด พื้นที่ควบคุมสูงสุด 37 จังหวัด  พื้นที่ควบคุม 11 จังหวัด คงมาตรการเคอร์ฟิว WFH เพิ่มความเข้มข้นตามมาตรการ COVID Free Setting

นายกรัฐมนตรียังมีความเป็นห่วงสถานประกอบการ/ธุรกิจขนาดเล็ก หรือ Micro SMEs ซึ่งจะได้หาแนวทางแบ่งเบาภาระที่เกิดขึ้น จากการเตรียมรองรับมาตรการของรัฐทั้งมาตรการ Bubble and Seal และ Factory Sandbox  อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีขอให้ทุกคนปฏิบัตตามมาตรการเพื่อประโยชน์ของตนเอง ภายใต้ความร่วมมือ 3 ฝ่าย ประกอบด้วยรัฐบาล เอกชนและประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้สามารถเดินหน้าตามเป้าหมายในการเปิดประเทศ ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งหลายประเทศได้จับตามองไทย เพื่อใช้เป็นตัวอย่างในการดำเนินงานเช่นกัน

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังเปิดเผยว่า ในที่ประชุม ศบค. นอกเหนือจากการเร่งแก้ปัญหาไวรัสโควิด-19 แล้ว นายกรัฐมนตรียังห่วงใยสถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้ โดยกำชับทุกส่วนราชการเตรียมแผนเผชิญเหตุในทุกพื้นที่ทั้งส่วนภูมิภาครวมทั้งกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ช่วยเหลือประชาชน รวมทั้งสัตว์เลี้ยงในพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที เพราะในขณะนี้ รัฐบาลกำลังเดินหน้าแก้ปัญหาทุกมิติ ทั้งโควิด-19 เศรษฐกิจและภัยธรรมชาติไปพร้อม ๆ กัน

ผู้สนับสนุนแพลตฟอร์มข่าว-0628929797 DNk79R.jpg Phh9Db.jpg sAyptI.jpg DasKLf.jpg Da2r0R.png DpkFp1.jpg banner1-08.gif Aqh3Ka.jpg Dp1Qd0.png 2wk8Dt.jpg 2wcwIv.jpg


เรื่องที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลเตรียมโอนเงินรอบ 2 คนละครึ่งเฟส 3 ดีเดย์ 1 ต.ค.หวังกระตุ้นใช้จ่าย Q4/64
“มนัญญา” ลุยปลูกฟ้าทะลายโจรที่ขอนแก่น 40,000 ต้น เดินหน้าแผนขับเคลื่อนนโยบายด้านการเกษตรสู่ชุมชนต่อเนื่อง
ชาวขอนแก่นพร้อมใจร่วมบริจาคโลหิตแบบนิวนอมอล ระดมเลือดเข้าคลังเลือดกลางช่วยเหลือผู้ป่วยที่รอคิวเข้ารับการรักษา หลังสถานการณ์เลือดใน รพ.ต่างๆยังคงวิกฤติ
ขอนแก่นพร้อมเปิดทำวัคซีนพลาสปอร์ตแล้ววันนี้ ที่ สสจ.และ สคร.7 ยื่นเอกสารหลักฐานครบ 3 วันรับเล่มทันที
“สั่ง ปัน ยิ้ม ไม่ทิ้งกัน” กับ 5 ร้านอร่อยชั้นนำ ทั้ง แมคโดนัลด์ เอ็มเค คัตสึยะ เปปเปอร์ ลันช์ และเท็กซัส ชิคเก้น
รัฐบาลจับมือ 27 หน่วยงานภาครัฐและประชาสังคม แก้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว เน้นป้องกัน สร้างความตระหนักรู้ ไม่ใช่แค่ปัญหาของครอบครัว