วันจันทร์, 24 มกราคม 2565

หัวหน้าผู้ตรวจราชการ ส.ป.ก. ประชุมตรวจติดตามงานตามแผนการ ตรวจราชการ ประจำปี งบประมาณ 2564 รอบที่ 2 จังหวัดฉะเชิงเทรา ผ่าน Application Zoom Meeting

หัวหน้าผู้ตรวจราชการ ส.ป.ก. ประชุมตรวจติดตามงานตามแผนการ ตรวจราชการ ประจำปี งบประมาณ 2564 รอบที่ 2 จังหวัดฉะเชิงเทรา ผ่าน Application Zoom Meeting
เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2564 เวลา 13.30 น. นายเอกพงศ์ น้อยสร้าง หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรม ส.ป.ก. (เขตตรวจราชการที่ 1,2,8) และคณะ ได้ประชุมตรวจติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินงาน ตามแผนการตรวจราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 รอบที่ 2 จังหวัดฉะเชิงเทรา ผ่านระบบการประชุมทางไกลออนไลน์ (Application Zoom Meeting) พร้อมด้วย นางสาวฆนีรส โพธิ์เจริญ ปฏิรูปที่ดินจังหวัดฉะเชิงเทรา ผู้อำนวยการกลุ่มยุทธศาสตร์และการปฏิรูปที่ดิน ผู้อำนวยการกลุ่มกฎหมาย ผู้อำนวยการกลุ่มการเงินบัญชีและจัดเก็บผลประโยชน์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานช่างและแผนที่ หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ผ่านระบบการประชุมทางไกลออนไลน์
โดยสาระสำคัญการติดตามการตรวจราชการตามแผนงาน/โครงการและภารกิจตามนโยบายยุทธศาสตร์ของส.ป.ก./นโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์/นโยบายรัฐบาล ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวร้สโคโรนา 2019 (COVID-19) และสอดคล้องกับนโยบาย มาตรการ ข้อกำหนด และประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ มีดังนี้
1.หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรม ได้กล่าวถึง “ความห่วงใยของท่านเลขาธิการ ส.ป.ก.(ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข) ที่มีต่อบุคลากรของส.ป.ก.ทุกระดับ ห่วงใยการได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของบุคลากร ส.ป.ก.อย่างทั่วถึง และได้รับครบโดสหรือไม่ ท่านขอให้ทุกคนดูแลตนเองและครอบครัวอย่างระมัดระวัง ปลอดภัยจากโรคโควิด -19 และหลีกเลี่ยงไปในพื้นที่เสี่ยงสูง(พื้นที่สีแดง) ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
2.การติดตามงานตามแผนการตรวจราชการปกติ และภารกิจงานสนองนโยบาย มีผลการดำเนินงานเป็นไปตามแผนงานในปีงบประมาณ พ.ศ.2564
3.การติดตามการใช้จ่ายเงินงบประมาณ ประจำปีพ.ศ.2564 ส.ป.ก.ฉะเชิงเทรา ได้ดำเนินการในส่วนงบดำเนินงาน ได้ 90.69 % และงบลงทุน ได้ 100 %
4.การจัดเก็บหนี้สิน ในปีงบประมาณพ.ศ.2564 ท่าน ได้เน้นย้ำให้เร่งรัดการจัดเก็บหนี้อย่างรอบคอบ และตรวจสอบเอกสารสำคัญให้ถูกต้อง ครบถ้วน ซึ่งส.ป.ก.ฉะเชิงเทรา ดำเนินการให้สินเชื่อ 2,820,000 บาท เกษตรกร 100 ราย ได้ 94 % การจัดเก็บหนี้เงินกู้ (1.กลุ่มค้างชำระ) 1,253,285 บาท ได้ 42.66 % (2.กลุ่มค้าง+ครบ) 278,613 บาท เกษตรกร 15 รายได้ 7.07 % (3.กลุ่มครบกำหนดชำระ) 3,651,150 บาท เกษตรกร 178 ราย ได้ 99.56 %
5.การติดตามงานนโยบายสำคัญของเลขาธิการ ส.ป.ก.(ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข) อาทิ

  • การปลูกพืชสมุนไพร”ฟ้าทะลายโจร”ต้านโควิด-19 ในเขตปฏิรูปที่ดิน จำนวน 10,000 กล้า ได้ 76.92 %
    สำหรับแผนงาน/โครงการ/กิจกรรม ที่สำคัญ มีดังนี้
  • โครงการส่งเสริมการดำเนินงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
    1.ส่งเสริมและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกฯ เกษตรกร 20 ราย ได้ 100 % 2.อนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ จำนวน 4 โรงเรียน ได้ 100 % 3.คลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯ 2 ครั้ง (ตามแผนงาน 4 ครั้ง) ได้ 50 % เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวร้สโคโรน่า 2019 (COVID-19)
  • กิจกรรมส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ในเขตปฏิรูปที่ดิน เนื้อที่ 44 ไร่ เกษตรกร 44 ราย ได้ 100 %
  • กิจกรรมส่งเสริมระบบวนเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน เนื้อที่ 1,000 ไร่ เกษตรกร 100 ไร่ ได้ 100 %
  • กิจกรรมส่งเสริมพืชสมุนไพรในเขตปฏิรูปที่ดิน เกษตรกร 45 ราย
  • โครงการพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง(Smart Farmer) 1.กิจกรรมสร้างและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ เกษตรกร 29 ราย ได้ 100 % 2.กิจกรรมพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่องในเขตปฏิรูปที่ดิน 60 ราย ได้ 100 %
  • กิจกรรมพัฒนาและส่งเสริมศิลปหัตถกรรม 20 ราย ได้ 100 %
  • กิจกรรมพัฒนาผู้แทนเกษตรกร 80 ราย ได้ 100 %
  • กิจกรรมพัฒนาธุรกิจชุมชนในเขตปฏิรูปที่ดิน 2 หลักสูตร เกษตรกร 80 ราย ได้ 100 %
  • โครงการบริหารจัดการที่ดินทำกินแก่เเกษตรกร รายย่อยและผู้ด้อยโอกาส กิจกรรมศูนย์บริการประชาชน เกษตรกร 2,097 ราย (ตามแผน 1.710 ราย) กิจกรรมจัดที่ดิน(จัดซื้อที่ดินเอกชน) เนื้อที่ 90 ไร่ เกษตรกร 29 ราย ผ่านการอนุมัติโดยคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัด(คปจ.)
    สำหรับปัญหาอุปสรรคของจังหวัดฉะเชิงเทรา หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรม ได้เน้นย้ำให้ปฏิบัติงานตามเกณฑ์ของคู่มือการจัดที่ดิน ปัญหาการขาดบุคลากรด้านช่างสำรวจ 1 ตำแหน่ง (ซึ่งส.ป.ก.จังหวัด ต้องขอความอนุเคราะห์จากส่วนราชการอื่นๆ มาช่วยข้บเคลื่อนงานอีกทางหนึ่ง อีกทั้งการปฏิบัติงานที่มีข้าราชการเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ
    ทำให้การขับเคลื่อนงานตามภารกิจเกิดความล่าช้าด้วย
    นอกจากนี้ กิจกรรมการส่งเสริมพืชสมุนไพรในเขตปฏิรูปที่ดิน และกิจกรรมส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ในเขตปฏิรูปที่ดิน
    ส.ป.ก.จะส่งเสริมและสนับสนุนกลุ่มเกษตรกร ปลูกพืชสมุนไพร มุ่งเน้นเพื่อนำมาทำเป็นยารักษาโรค ซึ่งจะมีแนวนโยบายที่สนับสนุนกลุ่มเกษตรอินทรีย์เป็นเครือข่าย ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนงานอีกทางหนึ่ง ขณะนี้ กรมการแพทย์แผนไทย มีความต้องการให้เกษตรกร ปลูกพืชสมุนไพร นอกจาก ฟ้าทะลายโจรแล้ว ยังมีพืชสมุนไพรอื่นๆที่นำมาทำยารักษาโรคได้ เช่น กระชายขาว กระชายดำ ไพล ขมิ้นชัน ใบบัวบก ผลผลิตการเกษตรเหล่านี้ จะต้องไม่มีสารปนเปื้อน สารโลหะหนัก และยาฆ่าแมลง จึงขอให้ส.ป.ก.จังหวัด เตรียมพื้นที่ให้พร้อมที่จะสนับสนุนโครงการดีๆเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง
    ท้ายที่สุด ท่านได้ให้กำลังใจ ในการปฏิบัติงาน และฝากถึงข้าราชการและเจ้าหน้าที่ว่า “การติดตามงานครั้งนี้ เป็นครั้งสุดท้าย ที่ปฏิบัติงานในตำแหน่ง หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรม ส.ป.ก. และสู่ตำแหน่งรองเลขาธิการ ส.ป.ก. ได้กำกับดูแลเรื่ององค์ความรู้ต่างๆ การถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ผมเน้นหนักการปฏิบัติงานจริง Learning by Doing ผมมีแนวการทำงานในรูปแบบใหม่ เพื่อให้งานเกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ห้องผมยินดีต้อนรับทุกท่าน หากมีสิ่งใดให้ช่วยสนับสนุนและขอความช่วยเหลือเรื่องงาน และเรื่องอื่นๆ ไม่ว่าจะอยู่ในระดับไหน ผมขอเป็นพี่เป็นน้องกับพวกเรา มีสิ่งใดที่จะให้ความช่วยเหลือพวกเราได้ จะทำเต็มที่และหยิบยื่นโอกาสให้พวกเรา ขอให้ทุกคนตั้งใจทำงานเพื่อส.ป.ก.เพื่อเกษตรกร ผมจะเป็น back up (ผู้สนับสนุน,สิ่งค้ำชู) ให้พวกเราทุกคนครับ”
ผู้สนับสนุนแพลตฟอร์มข่าว-0628929797 DNk79R.jpg sAyptI.jpg DasKLf.jpg Da2r0R.png DpkFp1.jpg banner1-08.gif Aqh3Ka.jpg Dp1Qd0.png 2wk8Dt.jpg 2wcwIv.jpg 2QOy3y.jpg


เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เด็กๆขอนแก่น กว่า 130,000 คนพร้อมฉีดวัคซีนไฟเซอร์ป้องกันโควิด-19 เริ่ม 28 ม.ค.นี้ ผู้ว่าฯแนะผู้ปกครองเร่งแจ้งความประสงค์
คณะทำงานกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ออกพบปะเยี่ยมเยียนราษฎรเพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของ”กลุ่มเกษตรกรโคขุน”อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ
ขอนแก่นขยายเวลาปิดเรียนต่อไปอีกจนถึงสิ้นเดือน ม.ค. รับมือโอไมคอนระบาดอย่างเข้มงวด
ขอนแก่น ยอดยังเยอะ ติดเชื้อโควิด-19 เฉลี่ยวันละกว่า 200 ราย
ไทยลีกหารือสโมสรเรื่องการจัดแข่งขันภายใต้สถานการณ์โควิด-19 กำชับเดินตาม SOP เคร่งครัด
ขอนแก่นเปิด 10 สายด่วนรับมือโอไมคอน ให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาโดยทันที พร้อมสั่งห้ามข้าราชการในสังกัดเดินทางออกนอกพื้นที่