ท่องเที่ยวตามใจ » ททท.สำนักงานขอนแก่นขอแนะนำแหล่งท่องเที่ยวใหม่ในกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์

ททท.สำนักงานขอนแก่นขอแนะนำแหล่งท่องเที่ยวใหม่ในกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์

14 กรกฎาคม 2020
7630   0

หลังจากที่พี่น้องประชาชนได้เก็บตัวในสถานการณ์การระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 ทางรัฐบาลมีมาตรการผ่อนคลายระยะล่าสุด สามารถให้พี่น้องประชาชนได้ออกเดินทางข้ามเขตจังหวัดได้แล้วนั้น ทางการท่องเที่ยวห่งประเทศไทย จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทั่วไปได้ออกมาท่องเที่ยวแหล่งธรรมชาติ แหล่งใหม่ๆที่ใกล้บ้านเราซึ่งสามารถเดินทางแบบไปกลับได้และเดินทางท่องเที่ยวในรูปแบบวิถีใหม่ New Normal โดย ททท.สำนักงานขอนแก่น จึงขอเสนอการท่องเที่ยวในเส้นทางกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์ ร้อยเอ็ด-ขอนแก่น-สารคาม-กาฬสินธิ์ ซึ่งบางท่านอาจจะยังไม่เคยไปสัมผัส ได้เวลาพาครอบครัว ชักชวนเพื่อนๆออกเที่ยวกันได้แล้ว และจะขอแนะนำสถานที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ มีอะไรบ้าง ติดตามได้เลย…

วัดแก้วจักรพรรดิสิริสุทธาวาส

เส้นทางการเดินทาง จากจังหวัดขอนแก่น เดินทางสู่เส้นทางสามแยกอำเภอภูเวียงเลี้ยวขวา เข้า ถนน ทางหลวงชนบท ขก. 4021ถนนภูเวียง-กุดฉิม ใช้GPS ช่วยบอกให้ยูเทรินกลับรถตรงช่องยูเทรินข้างหน้า ตรงไปไม่ไกล ก็ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปในซอยหมู่บ้านโนนสำราญ(ทางไปพัทยา2) ข้างรั้ววัดสว่างพัฒนาราม เพราะวัดแก้วจักรพรรดิฯ ไม่ได้ติดทางผ่านถนนใหญ่ ต้องเข้าไปในหมู่บ้านใกล้สถานีอนามัย บ้านกุด ตำบลกุดขอนแก่น อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น 

วัดแก้วจักรพรรดิสิริสุทธาวาส เป็น1 ใน 9 วัดตำนานตาม  “รอยพญานาค”จากความเชื่อความศรัทธาที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของคนไทย ในเรื่อง พญานาค และ เมืองบาดาล  เดิมชื่อวัดถาวรพัฒนาราม ตั้งอยู่ที่ บ้านหนองโพนน้อย หมู่ที่ 7 ตำบลลกุดขอนแก่น อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น สร้างเมื่อปีพ.ศ 2509 ทั้งวัดประดับด้วยแก้ว และเป็นสีขาว ภายในวัดมีสถานที่ที่สำคัญก็คือ ถ้ำทิพย์วังแก้ว ประดับด้วยลูกแก้วทั่วทั้งถ้ำ จากความเชื่อที่เล่าขานกันว่า คนแก่ในหมู่บ้านเกิดนิมิตอัศจรรย์ว่ามีพญานาคลำตัวสีขาว ขนาดใหญ่ เลื้อยเป็นวงกลมบนท้องฟ้า เหนือวัดก่อนวันที่พระครูใบฎีกาผาสุขฐานวีโร จะเดินทางมาจำพรรษา

      หลังจากนั้นก็เกิดพายุฝนตกอย่างหนัก 3 วัน 3 คืน ติดต่อกัน น้ำท่วมพื้นที่โดยรอบ และมีสิ่งอัศจรรย์ เกิดหลุมขนาดใหญ่ หน้าพระปรางค์เปิดโลกในปัจจุบันน้ำที่ท่วมอยู่ก็ไหลลงหลุมใหญ่นั้นทั้งหมด โดยไม่ทราบว่าน้ำไหลต่อไปถึงจุดไหน สันนิฐานว่าเชื่อมต่อไปยังเมืองบาดาลของพญานาคและหลังจากนั้นชาวบ้านก็ได้นิมิตถึงพญานาคสีขาวอยู่เป็นประจำพระครูท่านได้อธิษฐานจิตขอบารมีถึงสมเด็จองค์ปฐมพุทธสิกขีทศพลที่ 1 หลวงปู่ปาน หลวงพ่อฤาษีลิงดำ และเหล่าเทวนาคราชทั้งหลายเพื่อขอบูรณะสถานธรรมแห่งนี้ ก่อสร้างเมื่อ 17 พฤษภาคม 2557 และได้เปลี่ยนชื่อวัดจาก วัดถาวรพัฒนาราม เป็น วัดแก้วจักรพรรดิสิริสุทธาวาส ดินแดนสีขาวนาคราชบำเพ็ญธรรม เชื่อว่า เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีดวงจิตนาคราชแห่งการบำเพ็ญดวงจิตสีขาวสถิตย์อยู่สถานที่นี้ มีเสาหลักเมืองบาดาลเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างภพภูมิ เพื่อให้เหล่าผู้มีจิตศรัทธา ได้มาขอพร ขอโชคลาภ เบิกทรัพย์สมบัติวัดแก้วจักรพรรดิสิริสุทธาวาสสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ตกแต่งด้วยลูกแก้ว เพชรพลอยพญานาคภายในศาลาผนังตกแต่งกระจกแบบวัดหลวงปู่ฤาษีลิงดำ เข้าไปกราบไหว้สักการะบูชาพระพุทธเจ้า 5พระองค์  พระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันต์ มีถ้ำวังแก้วหรือถ้ำพญานาค ประดับลูกแก้วทั้งถ้ำ

ตามความเชื่อ แก้วมณีนาคราช หรือ“ลูกแก้วพญานาค”หรือบางตำราที่เรียกว่า “แก้วจันทรกาล”เป็นดวงแก้วประจำกายของพญานาคและเกิดขึ้นด้วยบุญญฤทธิ์ของพญานาคนั้นๆ การปรากฏของดวงแก้วประจำกาย มิได้เกิดขึ้นพร้อมการจุติแบบโอปปาติกะของพญานาค แต่จะบังเกิดขึ้นในวัยอันควร เมื่อถึงเวลาที่พญานาคนั้นโตเต็มที่ ก็จะต้องไปจำศีลเข้าฌาณสมาบัติ เพื่อชำระกายใจให้บริสุทธิ์ เตรียมรองรับการปรากฏของดวงแก้วมณีประจำกายแห่งตน คล้ายกับการปรากฏขึ้นของดวงแก้วมณีแห่งพระเจ้าจักรพรรดิ ครั้นถึงคืนวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ ผลของบุญกุศลที่เคยสั่งสมมาตั้งแต่ในอดีตจะรวมตัวกัน ดลบันดาลให้ดวงแก้วมณีของพญานาค บังเกิดขึ้น ดวงแก้วมณีจะเปล่งประกายรัศมีสว่างไสวทั่วทั้งภพบาดาล และบันดาลให้เกิดทิพยสมบัติต่าง ๆ ขึ้นตามกำลังบุญของพญานาค หากเป็นพญานาคองค์นั้นผู้มีบุญญาธิการมาเกิด จะเกิดทิพยสมบัติมากมายกว่าพญานาคอื่นๆ ที่อยู่เดิมคล้ายการจุติของเทวดาเหล่าอื่นๆ พญานาคผู้เป็นเจ้าครองนครองค์เดิมจะต้องสละสมบัติเพื่อให้ท่านผู้ที่มีบุญญาธิการมากกว่า เพื่อครองนครบาดาลแห่งนั้นสืบต่อไป การปกครองในภพบาดาลนั้นถือหลักบุญญาธิปไตย คือผู้มีบุญญาธิการมากกว่าปกครองผู้ที่มีบุญน้อยกว่า

ประเภทสถานที่ท่องเที่ยว: วัด

สถานที่ตั้ง :ตำบลกุดขอนแก่น อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น 40150

วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์นาราม (ผาน้ำย้อย)

เส้นทางหนองพอก-ผาน้ำย้อย การเดินทางสู่วัดเจดีย์ชัยมงคล หรือที่หลายคนเรียกจนติดปากไปแล้วว่า วัดผาน้ำทิพย์ ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จากตัวเมืองร้อยเอ็ด เราใช้ทางหลวงหมายเลข 2044 ร้อยเอ็ด – โพนทอง ถึงตัวเมืองโพนทอง จะมีทางแยกไปอำเภอหนองพอก ทางหลวงหมายเลข 2136 ถนนสายนี้พาเราไปได้ถึง วัดเจดีย์ชัยมงคล ได้เลยค่ะ ตลอดระยะทาง กว่า 40 กิโลเมตรด้วยแรงศรัทธา ประชาชนจำนวนมาก เดินทางมานมัสการพระบรมสารีริกธาตุที่พระมหาเจดีย์ หลายคนถึงกลับพูดว่า พระเจดีย์องค์นี้ยังไงก็ต้องไปเห็นให้ได้สักครั้ง

มาถึงบริเวณวัด เราจะมองเห็นซุ้มประตูโขงที่สร้างในลักษณะคล้ายกับปราสาทหิน ก่อนหน้านี้สามารถขับรถเข้าไปจนถึงบริเวณระเบียงคดที่ล้อมองค์พระมหาเจดีย์ชัยมงคลได้ แต่ตอนนี้ทางวัดจะให้เราเลี้ยวไปจอดที่ลานจอดรถอันกว้างขวาง เต็มไปด้วยร้านค้ามากมาย ลานจอดรถของทางวัด มีป้ายบอกทางไปลานจอดรถ จะมีรถรับ-ส่ง รอรับนักท่องเที่ยวอยู่ลานจอดรถกับพระมหาเจดีย์ รถจะวิ่งกลับไป-กลับอยู่ตลอดทั้งวัน ไม่คิดค่าบริการ จะมีกล่องรับบริจาคอยู่หลังคนขับ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องเดินเท้าต่อไปที่องค์พระมหาเจดีย์ เส้นทางเข้าจากซุ้มประตูโขงหน้าวัดไปถึงองค์พระเจดีย์ ระยะทางประมาณ200 เมตร เดินชมวิวทิวทัศน์ของ 2 ข้างทางเดินเต็มไปด้วยต้นไม้อันร่มรื่น  และบนสันกำแพงแห่งศรัทธา มีลักษณะคล้ายกับกำแพงเมืองจีน

พระมหาเจดีย์ชัยมงคล ตรงซุ้มประตูที่เห็นหลังคาสีเขียวล้อมรอบองค์พระเจดีย์ชัยมงคล เรียกว่าระเบียงคด ก็คือ กำแพงล้อมรอบปูชนียสถานสำคัญได้แก่ โบสถ์ วิหาร และพระธาตุ สร้างเป็นรูปแปดเหลี่ยมซุ้มประตุ 4 ทิศ แต่จะมีอยู่ด้านหนึ่งเป็นทางเดินไปตำหนักรับรองพระสังฆราช และกุฏิรับรองหลวงปู่ศรี มหาวีโรกลางระเบียงคตมีจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งก็คือการประดิษฐานพระพุทธรูป โดยมากจะนิยมพระพุทธรูปปางมารวิชัย หรือพระพุทธรูปปางประจำวันเกิดบ้างแต่สำหรับที่วัดเจดีย์ชัยมงคล จะประดิษฐานพระสาวกนั่งสมาธิรอบด้าน

พระมหาเจดีย์ สูง6 ชั้นชั้นที่ 6ตกแต่งผนังด้านในด้วยลวดลายท้องฟ้า ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บนสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงเลยทีจะมีที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตธาตุ ให้เราได้นมัสการกราบไหว้

พระมหาเจดีย์ชัยมงคลแห่งนี้ จึงเป็นศูนย์รวมทางด้านจิตใจ สร้างศรัทธาในพระพุทธศาสนาของประชาชนทุกหมู่เหล่า เป็นศูนย์กลางการฝึกอบรมสมถะธรรม ศูนย์รวมความเป็นน้ำใจ เดียวกันในกิจกรรมทางพระพุทธความสวยงามขององค์พระธาตุ เป็นแรงจูงใจให้ประชาชนที่ศรัทธาองค์พระมหาเจดีย์และต้องการจะมาชมความงดงามของเจดีย์มีมากมายเหลือเกิน ผู้คนเดินทางมาเที่ยวชมและนมัสการพระบรมสารีริกธาตุเป็นจำนวนมาก

ประเภทสถานที่ท่องเที่ยว: วัด

ที่อยู่: ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด 45210

หมู่บ้านปั้นหม้อ 

บ้านหม้อ เป็นหมู่บ้านตั้งอยู่ในเขตท้องที่ตำบลเขวา อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม เมื่อสมัยเริ่มก่อตั้งบ้านหม้อ ชาวบ้านทุกหลังคาเรือนประกอบอาชีพทำเครื่องปั้นดินเผาเป็นอาชีพหลัก จำหน่วยทั้งขายปลีก ขายส่ง และประกอบอาชีพภายในหมู่บ้านไม่นิยมออกไปประกอบอาชีพนอกหมู่บ้าน

การเดินทาง : ตั้งอยู่ที่ตำบลเขวา ห่างจากตัวเมืองไปตามทางหลวงสายมหาสารคาม-ร้อยเอ็ด (208)ประมาณ 4 กม และแยกซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 2 กม. เป็นหมู่บ้านใหญ่ประมาณ 100 หลังคาเรือน มีอาชีพปั้นหม้อดินเผามาหลายชั่วอายุคน ตั้งรกรากอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้มากว่า 200 ปีที่แล้ว ทุกบ้านมีอาชีพปั้นหม้อดินเผา ซึ่งชาวอีสานใช้เป็นหม้อน้ำ หม้อแกง มาตั้งแต่โบราญ กรรมวิธีปั้นหม้อทำยังเป็นแบบโบราณดั้งเดิม ดินที่ได้จากหนองน้ำใกล้หมู่บ้านจะนำมาปั้นใช้หม้อ ผู้ชายจะลงไปขุดเอาดินเหนียวที่อยู่ใต้น้ำบรรทุกเรือขึ้นฝั่งลับบ้าน การปั้นหม้อของชาวบ้านยังคงใช้กรรมวิธีการปั้นด้วยมือและเครื่องมือโบราญ และยังคงเผาด้วยวิธีการดั่งเดิม

ปัจจุบันชาวบ้านรวมตัวกันจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน ในการทำอาชีพปั้นหม้อทำรายได้เสริมให้กับครอบครัวซึ่งได้รับความนิยมจากผู้สั่งซื้อเขามามากปัจจุบันจึงได้มีการนำแป้นหมุนซึ่งเป็นเครื่องจักรมาใช้ในการปั้นเพื่อให้เสร็จทันตามที่ลูกค้าสั่ง โดยการปั้นโดยใช้เครื่องจักรนี้จะเป็นผู้ชายที่ทำ ส่วนผู้หญิงยังคงอนุรักษ์

วิธีการปั้นแบบโบราณทั้งนี้หมู่บ้านปั้นหม้อยังแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตในการปั้นหม้อของชาวบ้านที่ยังคงสืบทอดมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันอีกด้วย ทางชุมชนยังมีการสาธิตขั้นตอนการปั้นอย่างละเอียดให้กับนักท่องเที่ยว ท่านใดที่สนใจอยากจะลองปั้นหม้อดินดู ที่บ้านหม้อ หมู่บ้านปั้นหม้อ จังหวัดมหาสารคาม

ข้อมูลจาก : สำนักวัฒนธรรมจังหวัดมหาสารคาม ประเภทสถานที่ท่องเที่ยว : วิถีชีวิต 
สถานที่ตั้ง : หมู่ 11 ตำบลเขวา อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม

พิพิธภัณฑ์ของดีเมืองกาฬสินธุ์

พิพิธภัณฑ์ของดีเมืองกาฬสินธุ์ ตั้งอยู่ที่อาคารศาลากลางหลังเก่า เป็นพิพิธภัณฑ์ที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติความเป็นมากว่า 1,600 ปีของชาวกาฬสินธุ์ได้อย่างน่าสนใจ ลักษณะเป็นพื้นที่ในการจัดแสดงพิพิธภัณฑ์ผ้าไหมแพรวากาฬสินธุ์ โดยเน้นการสร้างความเข้าใจในวิถีชีวิตของชุมชน แบบภูมิปัญญาท้องถิ่น การจัดห้องพิพิธภัณฑ์ แบ่งออกเป็นห้องต่าง ๆ

อาคารชั้นล่างซ้ายมือ

ห้องวิถีชีวิตชาวผู้ไทกาฬสินธุ์จำลองวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชนชาวผู้ไทย ไว้ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์เช่น การทอผ้า การทอเสื่อ เรือนผู้ไทย การเลี้ยงสัตว์ การทำเลือกสวนไร่นา

ห้องพิพิธภัณฑ์ผ้าไหมแพรวาห้องแพรวาราชินีแห่งไหม แบ่งการแสดงออกเป็นอีกสามส่วนคือ ส่วนแสดงประวัติความเป็นมาของผ้าแพรวา ส่วนแสดงวิวัฒนาการของผ้าแพรวาและผลิตภัณฑ์ที่ได้จากผ้าแพรวา และส่วนที่เป็นห้องเฉลิมพระเกียรติพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระนางเจ้าฯ บรมราชินีนาถ ที่มีต่อจังหวัดกาฬสินธุ์ 

ส่วนของอาคารชั้นล่างขวามือ

ห้องจัดแสดงพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์โดยเป็นการเล่าเรื่องราวของการขุดพบซากไดโนเสาร์และวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตเมื่อ 150-200 ล้านปีที่ผ่านมาในจังหวัดกาฬสินธุ์

ห้องผลิตภัณฑ์จากอ้อยจัดแสดงกระบวนการปลูกอ้อย จนถึงผลิตผลที่ทำมาจากอ้อยที่ส่งออกจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ

ห้องผลิตภัณฑ์จากมันสำปะหลังจัดแสดงกระบวนการผลิต การปลูก และการแปรรูปไปเป็นผลิตพันธ์ต่างๆ

ห้องจำหน่ายของดีเมืองกาฬสินธุ์จำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นเมืองในราคาขายส่ง ตลอดจนสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์

ห้องที่จัดแสดงผลงานจิตรกรรมของกรมพระยานริศรานุวัติวงศ์อาทิเช่น ภาพพระอาทิตย์ทรงรถ ภาพจิตรกรรมไทยเรื่องทศชาติชาดก ภาพชาดก ที่มีการจัดองค์ประกอบของภาพและการลงสีน้ำเงินแบบศิลปะตะวันตก เป็นต้น

ห้องพระพุทธมิ่งเมืองกาฬสินธุ์ รวบรวมพระเครื่องและวัตถุมงคลต่างๆ ที่สร้างในจังหวัดกาฬสินธุ์

ห้องวัฒนธรรมนิทรรศการจัดแบ่งห้องออกเป็นสองส่วนคือ ส่วนจัดแสดงวิถีชีวิตของชุมชนที่มีวัด พระสงฆ์ และหลักธรรมทางศาสนาเป็นข้อชี้นำ และในส่วนที่สองภายในห้องนี้ แสดงสภาพทางภูมิศาสตร์ของจังหวัด แหล่งน้ำที่สำคัญ การดำรงชีวิต การประกอบอาชีพ เครื่องมือที่ใช้ในการยังชีพ เครื่องมือล่าสัตว์ ห้องคนดีศรีกาฬสินธุ์  รวบรวมบุคคลในจังหวัดกาฬสินธุ์ที่สมควรได้รับการยกย่องด้วยทำคุณาปการแก่บ้านเมือง เป็นคนดีศรีกาฬสินธุ์

ห้องเจ้าเมือง ได้รวบรวมรูปปั้นจำลองของเจ้าเมือง  นับจากพระยาชัยสุนทรเจ้าเมืองคนแรก พระชายา พระโอรส พระญาติ  และได้จัดแสดงแผนผังเครือญาติที่สืบสกุลมาจากเจ้าเมือง  รวมถึงเมืองกมลาไสย เมืองกุดสิมนารายณ์ เมืองภูแล่นช้าง และเมืองสหัสขันธ์ จนมีบุตรหลานสืบสกุลหลายสายที่ยังเป็นนามสกุลของคนเมืองกาฬสินธุ์ในปัจจุบัน
พิพิธภัณฑ์ที่บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของเมืองกาฬสินธุ์เป็นสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจที่ชาวเมืองกาฬสินธุ์ได้จัดไว้เป็นแหล่งเรียนรู้ของอนุชนรุ่นหลังให้มีความสำนึกรักบ้านเกิดด้วยเมืองกาฬสินธุ์ได้อย่างน่าสนใจ  

ประเภทสถานที่ท่องเที่ยว : พิพิธภัณฑ์
เวลาทำการ วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.30 น. – 16.30 น. ไม่เสียค่าเข้าชม

สถานที่ตั้ง : อาคารศาลากลางหลังเก่า อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ 46000

หากท่านผู้อ่านสนใจอยากจะออกเดินทางท่องเที่ยว สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลการท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้ที่ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานขอนแก่น โทร 043227714-5