วันพฤหัสบดี, 5 สิงหาคม 2564

กระทรวงดิจิทัลฯเสริมองค์ความรู้เท่าทัน ข่าวปลอมและข่าวบิดเบือน ต้าน Anti-Fake News อย่าตกเป็นเครื่องมือ กดไลน์ กดแชร์ หวั่นประชาชนผิด พรบ.คอม

       เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 64 เวลา 09.00o. ที่ผ่านมา ที่โรงแรมพลูแมน ขอนแก่น อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น นายทศพล เพ็งส้ม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดงานกิจกรรม “สร้างการรับรู้ เพื่อรู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม” จังหวัดขอนแก่น จัดโดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม กระทรวงดิจิทัลฯ โดยมีผู้บริหารส่วนราชการต่างๆ เครือข่ายภาคประชาชนและภาคเอกชน ตัวแทนจากบุคลากรทางการแพทย์และการศึกษา สื่อมวลชนท้องถิ่นเจ้าของเวบไซค์ข่าว สื่อออนไลน์ทั่วภาคอีสาน  เข้าร่วมกิจกรรมกว่า  200  คน

        นายทศพล กล่าวว่า สำหรับช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาพบว่าข่าวปลอม และข่าวบิดเบือนที่มีการแชร์วนซ้ำบ่อยที่สุดในรวม 10 ลำดับในรอบปี 2564 โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้เผยแพร่เรียบร้อยแล้วในช่องทางเพจเฟสบุ๊ก เว็บไซต์ ทวิตเตอร์ และ Line Official จะพบว่า ส่วนมากเป็นข่าวเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องปากท้อง การเงิน รายได้การกู้หนี้ อาจจะเป็นตัวบ่งชี้สำคัญในเรื่องเศรษฐกิจของประเทศไทย

“ทุกวันนี้จะเห็นว่าข่าวปลอมที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน ความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ทั้ง 3 ระลอกนั้น รัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมก็ได้มีส่วนร่วมในการดำเนินการจัดการข่าวปลอม เพื่อลดความตื่นตระหนกของประชาชน และประชาชนจะต้องได้รับรู้ถึงข่าวไหนจริง ข่าวไหนปลอม ในการแชร์ต่อข่าวปลอมทางโซเชียล อาจเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ได้ และการดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้กระทำความผิดเป็นอีกหนึ่งมิติที่กระทรวงฯ บูรณาการทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ” นายทศพล กล่าว.

       ทางด้านนายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวว่า นับตั้งแต่เกิดสถานการณ์โควิด-19 กระทรวงฯ ได้ดำเนินการจัดการข่าวปลอมในภาพรวมข้อมูลระหว่างวันที่ 25 ม.ค.63 -30 มิ.ย. 64 มีจำนวนข้อความที่ถูกคัดกรองทั้งหมดกว่า 83 ล้านข้อความ พบว่าเข้าหลักเกณฑ์ดำเนินการตรวจสอบ 7,307 ข้อความ เป็นข่าวประสานให้หน่วยงานต่างๆ ตรวจสอบจำนวน 3,583 เรื่อง โดยมีผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่าข่าวปลอม/ข่าวบิดเบือนในหมวดสุขภาพ ยังครองอันดับ 1 จำนวน 2,373 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 66 ตามมาด้วย หมวดนโยบายรัฐ 1,086 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 30 และหมวดเศรษฐกิจ 124 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 4 ตามลำดับ

        ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับการจัดการข้อมูลที่เป็นเท็จทางสื่อออนไลน์ โดยเฉพาะข่าวปลอมที่สร้างผลกระทบกับสาธารณชนในวงกว้าง และตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ได้มีมติให้ให้ทุกกระทรวงเตรียมดำเนินการเรื่องศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม อาจทำในรูปแบบของกระบวนการทำงานที่สนับสนุนการดำเนินการต่อต้านข่าวปลอม และให้โฆษกกระทรวงฯ ที่เกี่ยวข้องเร่งชี้แจงให้ข้อเท็จจริงกับสังคมและประสานงานกับศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม และจังหวัดทุกจังหวัดอาจต้องเตรียมพร้อมในการจัดให้มีศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมจังหวัด เพื่อตรวจสอบข่าวปลอม บิดเบือนที่เกี่ยวข้องและจะต้องมีการชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบ

    หากประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลที่มีการเผยแพร่โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ทั้งรูปภาพที่เป็น Infographic และรวมถึงแจ้งเบาะแสได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ฯ ประกอบด้วย 1. เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com 2. เฟซบุ๊ก Anti-Fake News Center 3. ทวิตเตอร์ @AfncThailand 4. บัญชีไลน์ทางการ @antifakenewscenter และ 5. สายด่วน GCC 1111 ต่อ 87

sXndME.png ผู้สนับสนุนแพลตฟอร์มข่าวมวลชนไทยนิวส์ข่าวออนไลน์-0628929797 DNk79R.jpg sAyptI.jpg DasKLf.jpg Da2r0R.png DpkFp1.jpg banner1-08.gif Aqh3Ka.jpg Dp1Qd0.png