วันเสาร์, 31 กรกฎาคม 2564

“ประวิตร” นั่ง หัวหน้าพรรค พปชร.ต่ออีกสมัย ขณะที่ “ธรรมนัส” นั่งเลขาฯ “นฤมล” นั่งเหรัญญิก พร้อมปรับลดกรรมการบริหารพรรค จาก 27 คนเป็น 26 คน

“ประวิตร” นั่ง หัวหน้าพรรค พปชร.ต่ออีกสมัย ขณะที่ “ธรรมนัส” นั่งเลขาฯ “นฤมล” นั่งเหรัญญิก พร้อมปรับลดกรรมการบริหารพรรค จาก 27 คนเป็น 26 คน ด้าน เลขาฯคนใหม่ มั่นใจเลือกตั้งครั้งต่อไปครองสัดส่วน ส.ส.มากที่สุดในประเทศ

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 18 มิ.ย.2564 ที่ห้องประชุม 2-3 ภายในศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จ.ขอนแก่น หรือ ไคซ์ ซึ่งพรรคพลังประชารัฐได้กำหนดให้เป็นสถานที่จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 1/2564 ที่ได้กำหนดการประชุมมาตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ท่ามกลางมาตรการคุมเข้มและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด โดยภายหลังจากที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ส่งหนังสือลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคต่อที่ประชุม และที่ประชุมมีมติรับทราบและรับรอง โดย ประธานในที่ประชุมคือนายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้มีคำสั่งให้มีการเลือกตั้ง คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ทันทีคามระเบียบและขั้นตอนที่ กกต.กำหนด

ทั้งนี้ที่ประชุมได้เสนอ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรค,ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นเลขาธิการพรรค,นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นเหรัญญิกพรรค และนายบุญสิงห์ เป้้นนายทะเบียนพรรค โดยได้ให้สมาชิกในที่ประชุมได้ทำการเลือกตั้ง ซึ่งผลปรากฎว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ต่ออีกสมัย ด้วยคะแนน 582 คะแนน และมีบัตรเสีย 12 คะแนน ,ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรค ด้วยคะแนน 556 คะแนน บัตรเสีย 14 คะแนน และไม่ลงคะแนน 23 คะแนน ,นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นเหรัญญิก และ นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ เป็นนายทะเบียนพรรค

จากนั้นประธานการประชุมได้ขอมติที่ประชุมในการปรับตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่จาก 27 คนเป็น 26 คน และได้มีการเสนอชื่อเป็นกรรมการบริหารพรรคและลงคะแนนเลือกตั้งผลปรากฎว่าในส่วนของกรรมการบริหารพรรค จำนวน 22 คน ประกอบด้วย
1.นายสันติ พร้อมพัฒน์ ได้รับคะแนน 560 คะแนน
2.นายวิรัช รัตนเศรษฐ ได้รับคะแนน 547 คะแนน
3.นายไพบูลย์ นิติตะวัน ได้รับคะแนน 539 คะแนน
4.นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้รับคะแนน 545 คะแนน
5.นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ได้รับคะแนน 542 คะแนน
6.นายอนุชา นาคาศัย ได้รับคะแนน 544 คะแนน
7.นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ได้รับคะแนน 547 คะแนน
8.นายสุพล ฟองงาม ได้รับคะแนน 545 คะแนน
9.นายนิโรธ สุนทรเลขา ได้รับคะแนน 545 คะแนน
10.นายไผ่ ลิกค์ ได้รับคะแนน 534 คะแนน
11.นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ได้รับคะแนน 534 คะแนน
12.นางประภาพร อัศวเหม ได้รับคะแนน 535 คะแนน
13.นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ได้รับคะแนน 537 คะแนน
14.นายอิทธิพล คุณปลื้ม ได้รับคะแนน 538 คะแนน
15.นายสุชาติ ชมกลิ่น ได้รับคะแนน 491 คะแนน
16.นายยงยุทธ สุวรรณบุตร ได้รับคะแนน 531 คะแนน
17.นายสุชาติ อุสาหะ ได้รับคะแนน 532 คะแนน
18.นายรงค์ บุญสวยขวัญ ได้รับคะแนน533 คะแนน
19.นายจักรพันธ์ พรนิมิตร ได้รับคะแนน 540 คะแนน
20.นายสุรสิทธิ์ นิธิวรลักษณ์ ได้รับคะแนน 539 คะแนน
21.นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ได้รับคะแนน 542 คะแนน
22.นายสมเกียรติ วอนเพียร ได้รับคะแนน 541 คะแนน

ทั้งนี้ภายหลังการเลือกตั้งคณะกรรมการพรรคในส่วนต่างๆแล้วเสร็จ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ พร้อมคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ได้ออกมาแถลงข่าวรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางการร่วมแสดงความยินดีของ สส.ของพรรค และสมาชิกพรรค ที่ต่างมามอบช่อดอกไม้และผูกผ้าขาวม้า ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่น

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า จากสถานการณ์โควิดทำให้การขับเคลื่อนพรรคไม่ต่อเนื่อง แต่หลังจากนี้คณะทำงานจะกำหนดให้ชัดเจนและเดินไปข้างหน้าด้วยกัน ที่ผ่านมาอย่างที่ทุกท่านทราบว่าท่านมองว่าพรรคพลังประชารัฐคือพรรคเฉพาะกิจ แต่หลังจากมีความชัดเจนในเรื่องการกำหนดนโยบายของพรรค ที่เราจะเดินไปข้างหน้าโดยนโยบายเรามีอยู่แล้ว ความชัดเจนก็จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ ว่าเราจะเดินไปอย่างไรและทิศทางไหน เพื่อแสดงให้เห็นว่าพรรคพลังประชารัฐเป็นสถาบันทางการเมือง ที่มีความเข้มแข็ง

“เรามีศูนย์รวมอยู่ที่หัวหน้าพรรคคือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ทุกเรื่องที่เราจะเดินไปข้างหน้าเราต้อง ปรึกษาท่านหัวหน้าและเดินไปด้วยกัน ดังนั้นเรื่องของการที่จะเกิดปัญหาต่างๆที่ เคยเกิดขึ้นในอดีตนั้นมั่นใจว่า คณะ กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ภายใต้การบริหารพรรคของ พล.อ.ประวิตร จะไม่มีอีกต่อไป เพราะเรื่องของการบริหารพรรค กับตำแหน่งทางการเมืองนั้นคนละเรื่องกัน ผมอยู่ตรงนี้ก็พร้อมที่จะทำงานเป็นเลขาพรรค เพื่อนำพาพร้อมกับพี่น้องกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรค เดินไปข้างหน้าส่วนตำแหน่งทางการเมือง ผมว่ามันคนละเรื่องกัน”

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่ออีกว่า ที่ผ่านมาที่มีการเลือกตั้งซ่อมพรรคพลังประชารัฐเราไม่เคยพลาด ทั้งการเลือกตั้งซ่อมและในอนาคต จึงมีความมั่นใจว่าภายใต้การนำของหัวหน้าพรรค จะสามารถเดินไปข้างหน้าได้ในภาพใหญ่และภาพรวมต่อไป และมีความมั่นใจว่าจะได้ สส. เป็นอันดับ 1 ของประเทศในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง ซึ่งพรรคเราเป็นพรรคการเมืองใหญ่เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล โดยในการเลือกตั้งครั้งต่อไปเราก็มั่นใจว่าเราจะได้จำนวน สส.มากกว่านี้ และมีความมั่นใจว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ต่อไป

“งานแรกหลังจากที่ได้รับเป็นแม่บ้านของพรรค ต้องขอกลับไปคิดที่บ้านก่อน หลังจากนั้นจะมีการประชุมและต้องเดินไปด้วยกันให้หมด อย่างที่ประธานวิปรัฐบาลได้ชี้แจงไป ขณะที่พรรคเราถูกมองว่าเป็นพรรคที่มีความแตกแยกกันมาโดยตลอด ต่อไปนี้ภาพเหล่านั้นจะไม่มีเราจะเดินไปด้วยกัน เราจะเป็นครอบครัวเดียวกันที่มีเป้าหมาย ในการทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง เพื่อพี่น้องประชาชน รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์”

ผู้สนับสนุนแพลตฟอร์มข่าวมวลชนไทยนิวส์ข่าวออนไลน์-0628929797 DNk79R.jpg Phh9Db.jpg DasKLf.jpg Da2r0R.png DpkFp1.jpg banner1-08.gif Aqh3Ka.jpg Dp1Qd0.png