ข่าวประจำวัน » มัคคุเทศก์ ชุมชนใช้ภาษาถิ่นเล่าประวัติหลวงพ่อพระตาตน วัดสำโรงเกียรติ

มัคคุเทศก์ ชุมชนใช้ภาษาถิ่นเล่าประวัติหลวงพ่อพระตาตน วัดสำโรงเกียรติ

6 กรกฎาคม 2020
136   0

    หลวงพ่อพระตาตน…ประดิษฐานอยู่ ณ วัดสำโรงเกียรติ หมู่ที่ 8 ตำบลบักดอง อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นพระพุทธรูปแบบขอมปางสมาธิสะดุ้งมาร ขนาดหน้าตักกว้าง 4 นิ้ว สูง 5 นิ้ว  สร้างด้วยเกสรดอกไม้ผสมครั่งหรือยางชันปั้นเป็นพระพุทธรูปเรียกว่า “พระตาตน” ตามคนชื่อของคนที่นำมาถวาย

       ตามประวัติ… ตาตน เป็น คนเขมรต่ำ   มีญาติอยู่ที่บ้านสำโรงเกียรติไปมาหาสู่กันเป็นประจำ   วันหนึ่งตาตนได้นำไซไปดักจำปลาที่ร่องน้ำเชิงเขาทางทิศใต้ของบ้านสำโรงเกียรติ    รุ่งขึ้นแกไปกู้ไซที่ดักเอาไว้  ไม่พบปลาแม้แต่ตัวเดีย ว แต่ได้เห็นพระพุทธรูปติดไซอยู่ จึงเอาออกแล้วโยนไปลงน้ำคืนที่ตรงดักไซไว้ที่เดิม ครั้น วันรุ่งขึ้น  แกไปกู้ไซอีกก็เห็นพระพุททธรูปติดไซอยู่ย ังเช่นเดิม   แล้วแกได้พิจารณาเห็นว่าเคยโยนพระพุทธรูปไปใต้คืนแล้วยังมาติดไซเช่นเดิม จึงคิดว่าคงเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์จึงได้นำมาฝากไว้ที่บ้านญาติ     ครั้นตกกลางคืนทั้งแกและญาติฝันว่าเอาพระเข้าบ้านจะไ ม่เป็นมงคลให้เอาไปฝากไว้ที่วัด   รุ่งขึ้นตาตนได้นำพระพุทธรูปเกสรไปถวายวัดสำโรงเกียรติเพื่อเป็นสมบัติของวัดต่อไป     เจ้าอาวาสจึงได้แจ้งให้ญาติโยมประชาชนใกล้เคียงได้ทราบกัน   ซึ่งต่างพากันมานมัสการอย่างคับคั่ง  ทำให้พระตาตนเป็นที่เคารพและบนบานกันมา     ต่อมาจึงพากันเรียกขนานว่า หลวงพ่อพระตาตน ตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน

      ปี พ.ศ.2420 พระยาขุขันธ์ภักดีศรีนครลำดวน เจ้าเมืองขุขันธ์ได้ทราบข่าวถึงความศักดิ์สิทธิ์   และจะอาราธนาพระตาตนไปประดิษฐานไว้ ณ เมืองขุขันธ์ (ปัจจุบันคือ อ.ขุขันธ์  จังหวัดศรีสะเกษ)   จึงได้จัดขบวนช้างม้าไปอาราธนาอย่างเอิกเกริก    พออารารธนาหลวงพ่อพระตาตนขึ้นบนหลังช้าง และขบวนออกจากวัดสำโรงเกียรติจะข้ามสะพานห้วยทาไปเพียงเล็กน้อย  ก็เกิดลมพายุพัดมาทั้ง 4 ทิศ ฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก ช้าง ม้า หมอบกราบลงกับพื้น เสียงฟ้าร้องคำรามราวกับแผ่นดินจะถล่ม เจ้าเมืองขุขันธ์เชื่อในความศักดิ์สิทธิ์และปาฎิหาริย์   จึงได้ประกาศคำขาดว่า ถ้าลมฝนหยุดตกก็จะนำหลวงพ่อพระตาตนกลับวัดสำโรงเกียรติไว้ที่เดิม      พอประกาศคำขาดเสร็จลมฝนก็หยุดตกทันที เจ้าเมืองขุขันธ์ได้ประกาศให้นำขบวนช้างม้ากลับวัดสำโรงเกียรติเพื่อที่จะนำหลวงพ่อพระตาตนประดิษฐานไว้ที่เดิม ณ วัดสำโรงเกียรติ

    ต่อมาไม่นาน…ได้เกิดไฟไหม้ที่กุฎิที่หลวงพ่อพระตาตนประดิษฐานอยู่    ไฟได้ไหม้หมดทั้งหลังไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย   หลายคนเข้าใจว่าหลวงพ่อพระตาตนคงถูกไหม้หมดอย่างแน่นอน     คืนวันต่อมามีชาวบ้านฝันเห็นพระตาตนอยู่ในบ่อลึกและบอกว่าหนาว   แต่ผู้ฝันจำไม่ได้ว่าอยู่บ่อไหน และได้เล่าให้คนฟังแต่ไม่มีใครเชื่อเพราะผู้ฝันเป็นเด็ก    ครั้นเย็นวันหนึ่งชาวบ้านได้มาตักน้ำที่บ่อน้ำภายในวัด    มองลงไปเห็นหลวงพ่อพระตาตนลอยน้ำอยู่คิดว่าคงเป็นกบ เมื่อสาวถังน้ำลงไปได้เห็นหลวงพ่อพระตาตนลอยอยู่ในถังน้ำ   จึงร้องด้วยความดีใจและบอกชาวบ้านให้มาดูด้วยความแตกตื่นและได้อาราธนาหลวงพ่อพระตาตนไว้ที่เดิม

                 ต่อมาสามเณรรูปหนึ่งได้อาราธนาหลวงพ่อพระตาตนใส่พานถือไปบนกุฎิและได้สะดุดพื้นและล้มลง  หลวงพ่อพระตาตนจึงตกลงมากระทบกับพื้นจนพระเกศหักต้องเอายางไม้ต่อพระเกศจนถึงปัจจุบันนี้    ต่อมาไม่นานสามเณรรูปนั้นก็ได้มรณภาพลงก็เพราะความเสียใจที่ทำให้องค์พระบกพร่องและตรอมใจตาย

       ด้วยเหตุความศักดิ์สิทธิ์และอภิหารต่าง ๆ จึงมีผู้คนมาเคารพนับถือขึ้นตามลำดับ ส่วนมากจะมาบนบาน  ที่สุดคืออยากได้บุตรธิดาและหลาย ๆ อย่าง  และจะต้องมาแก้บนตามที่บนเอาไว้    สิ่งที่ท่านชอบมากคือ การบวชอยู่ชั่วคราวหรือตลอดไป    และเป็นการบนที่ได้กุศลอย่างสูง

///////////////////////////////////

โชติกา  ทวนชัยภูมิ/ภาพ/ข่าว

0956628047