อบต.หนองมะเขือ ขอนแก่น ตัวแทนประเทศไทย เข้าประกวดรางวัลสหประชาชาติ ในประเภทนวัตกรรมท้องถิ่นที่โดดเด่น ผนึกพลังร่วม มข. เดินหน้าบริหารจัดการป่าชุมชน ต้นแบบความร่วมมือรูปแบบใหม่ ที่คงไว้ซึ่งความอุดมสมบูรณ์จากรุ่นสู่รุ่น

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 19 พ.ย.2562 ที่ป่าชุมชนโคกห้วยวังแสง ต.หนองมะเขือ อ.พล จ.ขอนแก่น หม่อมหลวงเดชชัย สุประดิษฐ์ นายก อบต.หนองมะเขือ อ.พล จ.ขอนแก่น พร้อมด้วย รศ.ดร.ศุภวัฒนากร วงศ์ธนวสุ คณบดีวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการดำเนินโครงการนวัตกรรมอยู่ดีเพราะป่ายัง ป่ายังเพราะคนดี ซึ่ง อบต.หนองมะเขือ ได้กำหนดจัดกิจกรรมขึ้น ท่ามกลางความสนใจจากประชานในพื้นที่ เข้าร่วมเป็นสักขีพยานและลงพื้นที่เยี่ยมชมป่าชุมชนและกระวนการการบริหารจัดการนวัตรกรรมป่าชุมชนโคกห้วยวังแสงแห่งนี้เป็นจำนวนมาก

หม่อมหลวงเดชชัย สุประดิษฐ์ นายก อบต.หนองมะเขือ กล่าวว่า ป่าโคกห้วยวังแสง ที่ผ่านมาประสบปัญหาเช่นเดียวกันกับป่าชุมชนหลายแห่งในประเทศไทย คือการมีผู้บุกรุกเข้ามาแสวงหาประโยชน์มาเป็นระยะเวลานาน ขณะเดียวกันยังคงขาดความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ในการที่จะร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งป่าโคกห้วยวังแสงแห่งนี้เป็นป่าเพียงผืนเดียวที่เชื่อมต่อระหว่าง จ.ขอนแก่น กับ จ.นครราชสีมา บนเนื้อที่รวม 1,267 ไร่ โดยในปี 2561 อบต.หนองมะเขือ จึงได้จัดทำโครงการอยู่ดีเพราะป่ายัง ป่ายังเพราะคนดี ขึ้นเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหา ทั้งในเรื่องของการเฝ้าระวังการบุรุกทำลาย การบำบัดฟื้นฟู การปรับปรุงสภาพ และการบำรุงรักษาให้คงสภาพที่ดีตลอดไป ด้วยการบูรณาการการความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน จนทำให้วันนี้ป่าแห่งนี้เป็นป่าที่คนในชุมชนสงวนไว้ ปัจจุบันเป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ ที่ทุกคนสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ในทุกๆด้าน
ด้านนางรัตนา อุดมทรัพย์ ปลัด อบต.หนองมะเขือ กล่าวว่า ป่าแห่งนี้ถูกประชาที่รู่เท่าไม่ถึงการณ์มากระทำการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเผาป่าเพื่อหาอาหาร การบุรุกพื้นที่ป่าชุมชนเพื่อทำการเกษตร การเข้ามาขุดและค้นหาพันธุกรรมพืชต่างๆในป่าและนำกลับไป มีการตัดไม้ทำลายป่า และกระทำการต่างๆจนทำให้ป่าแห่งนี้เสื่อมโทรมอย่างมาก ดังนั้นเมื่อชุมชนรับทราบถึงปัญหา อบต.หนองมะเขือ ในฐานะกำกับควบคุมดูแลหน้าที่จึงนำปัญหาที่เกิดขึ้นมาเป็นนโยบายมาเป็นแผนในการดำเนินงานร่วมกันกับชุมชนในพื้นที่ ด้วยการนำปัญหาคือการเชิญผู้ที่บุกรุก โดยเฉพาะกับผู้ที่บุกรุกมาตั้งแต่อดีตและมีการสืบทอดการบุรุกจากรุ่นสู่รุ่นมาจนถึงปัจจุบัน เมื่อได้มีการพูดคุยแล้วก็ปรับแนวทางกันใหม่เพราะเมื่อมีการบุกรุกแล้วก็ให้กลับมาเป็นการพัฒนา โดยกำหนดภารกิจร่วมกันในการเป็นคณะกรรมการป่าชุมชน
“ จากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการการสร้างจิตสำนึก กับประชาชน และคณะกรรมการป่าชุมชน ในการที่จะร่วมกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในภาพรวม จนเกิดความยั่งยืนของผืนป่าแห่งนี้ต่อไปในอนาคต ดังนั้นแผนการทำงานนั้นจะเริ่มจากการปลูกป่าทดแทนและปลูกป่าเสริมในพื้นที่ที่ถูกทำลาย ซึ่งในระยะแรกพบว่าป่าถูกบุรุกทำลายไปกว่า 400 ไร่ ทั้งหมดได้ถูกส่งคืนกลับให้คณะกรรมการบริหารจัดการป่า จึงเป็นที่มาของการปลูกต้นไม้ทดแทนในทุกชนิดตามความเหมาะสมของผืนป่า ควบคู่ไปกับการอบรมในเรื่องของการป้องกันไฟป่าให้กับชุมชน มีการนำเด็กและเยาวชนใน ต.หนองมะเขือ มาเรียนรู้ในเรื่องของพันธุกรรมพืช และร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแห่งนี้ไว้ทำให้ 2 ปีที่ผ่านมา ชุมชนสามารถที่จะคืนความอุดมสมบูรณ์ของป่าแห่งนี้คืนกลับมา”


ปลัด อบต.หนองมะเขือ กล่าวต่ออีกว่า ด้วยยุทธศาสตร์ที่คณะทำงานกำหนดไว้อย่างชัดเจนคือคนที่สร้างปัญหาให้กลับมาร่วมพัฒนา คือ คนที่สร้างปัญหาให้กับป่าแห่งนี้จะต้องมาร่วมกันอนุรักษ์และพัฒนาจนวันนี้ป่าแห่งนี้นั้นมีความอุดมสมบูรณ์ในภาพรวมทั้งหมด ภายใต้โครงการอยู่ดีเพราะป่ายัง ป่ายังเพราะคนดีโคกห้วยวังแสง เพราะเรานั้นในการนำคนนั้นมาช่วยในการพัฒนาป่า จนวันนี้ป่าแห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์ จนกระทั่งสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีการเชิญชวนให้ท้องถิ่นส่งผลงานเข้าประกวดในระดับประเทศ ในชื่อโครงการการบริหารจัดการที่ดี อบต.หนองมะเขือ จึงส่งผลงานเข้าประกวดในชื่อนวัตกรรมป่ายังเพระคนดี ในประเภทโดดเด่น จนได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ จากนั้นสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้คัดเลือกให้ อบต.หนองมะเขือ ภายใต้นวัตกรรมอยู่ดีเพราะป่ายัง ป่ายังเพราะคนดีเป็นตัวแทนของประเทศไทย ส่งผลงานดังกล่าวเข้าประกวดในระดับนานาชาติ จึงทำให้เกิดความร่วมมือ ร่วมระหว่าง อบต.หนองมะเขือ กับ วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มข.ในการทำงานกันอย่างหนักตามระเบียบที่สหประชาชาติกำหนด
ด้าน รศ.ดร.ศุภวัฒนากร วงศ์ธนวสุ คณบดีวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มข. กล่าวการที่ อบต.หนองมะเขือ อ.พล มีความตั้งใจที่ตะส่งผลงานหรือนวัตกรรมในการพัฒนาพื้นที่ของชุมชนเข้าประกวดในระดับโลก คือการประกวดรางวัลของสหประชาชาติ ในเรื่องของนวัตกรรมท้องถิ่นคือการจัดการป่าชุมชน โดยในปีที่ผ่านมา นวัตกรรมดังกล่าวนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศประเภทโดดเด่น จากสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีมาแล้ว ซึ่งก้าวต่อไปคือการทำงานร่วมกันระหว่าง อบต.หนองมะเขือ กับ วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น ในการที่จะสนับสนุน ส่งเสริม และเผยแพร่ ให้นวัตกรรมดังกล่าวนี้ให้เป็นที่รู้จักและได้รับรางวัลระดับโลกขณะเดียวกันยังคงเป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วมกันระหว่างคณาจารย์ นักศึกษาและ คนในชุมชนหนองมะเขือแห่งนี้ เพราะการจัดการป่าชุมชนแห่งนี้เป็นการผนึกพลังของคนในท้องถิ่นและท้องที่ได้อย่างลงตัวและชัดเจน วันนี้จึงเป็นความร่วมมือในการทำงานร่วมกันของทุกฝ่ายเพื่อที่จะเตรียมความพร้อมและการดำเนินงานตามระเบียบขั้นตอนของการส่งผลงานที่เป็นนวัตกรรมชุมชนดังกล่าวนี้เข้าร่วมประกวดตามระเบียบที่สหประชาชาติกำหนด


“ จากนี้ไปเราต้องมาดูเนื้อหาสาระ กระบวนการการจัดการป่าชุมชนที่ผ่านมานั้นทำอะไร และทำอย่างไร สิ่งที่ดำเนินการอยู่นั้นตอบโจทย์ 12 ข้อของ สหประชาชาติ หรือ UN ได้หรือไม่ ซึ่งการที่ วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มข. จะทำหน้าที่เป็นโค้ชได้ก็ต้องมาดูของจริง เพราะพื้นที่ของป่าชุมชนแห่งนี้ วันนี้ได้ได้มีการดำเนินการที่สร้างความตระหนักได้อย่างชัดเจนว่าป่าคือชีวิต เพราะป่าให้หลายมิติ ทั้งเรื่องอาหาร เรื่องที่อยู่อาศัย แม้กระทั่งยารักษาโรค ที่มีสมุนไพรต่างๆอย่างครบถ้วน อีกทั้งป่าชุมชนแห่งนี้ยังคงเป็นแหล่งเรียนรู้ ให้กับเยาวชนหรือคนรุ่นหลัง เพราะทั้งหมดนี้คือความต้องการที่ทำให้เกิดประโยชน์บนเนื้อที่เกือบ 2,000 ไร่ ที่ทุกคนจะได้ทำประโยชน์ร่วมกัน ดังนั้นนวัตกรรมการจัดการป่าชุมชนของ ต.หนองมะเขือ แห่งนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความเข้มแข็งของชุมชน ที่ทุกคนนั้นมีส่วนร่วมในการช่วยกันปลูก ช่วยกันดูแล ช่วยกันรักษา มีการกำหนดกติการ่วมกัน ทั้งหมดนี้จะเป็นแผนงานที่จะทำงานร่วมกันต่อไป”

174 total views, 4 views today