สวัสดีค่ะ ทริปนี้จะพาไปรู้จักอีกหนึ่งดินแดนทางตะวันตกสุดของประเทศแคนาดา รอยต่อรัฐ อลาสก้า ประเทศสหรัฐอมริกา นั่นคือ Yukon ดินแดนหนาวเหน็บถึง ลบ 60 องศาในฤดูหนาว เป็นเส้นทางท้าทายและแอดเวนเจอร์สุดๆเพราะเป็นการเดินทางในฤดูหิมะ น้อยคนนักที่จะเลือกเดินทางในฤดูเช่นนี้ ทริปนี้จึงเป็นประสบการณ์ที่ท้าทายครั้งแรกในชีวิตกับเส้นทางหนาวเย็นในระยะทาง 2200 กิโลเมตร โรดทริปจากเมืองที่พัก คือ เรดเดียร์ จังหวัด อัลเบอร์ต้า ข้ามจังหวัด บริติชโคลัมเบีย ถึงเมือง Whitehorse เมืองหลวง ยูคอน
เส้นทางนี้เราเริ่มกันในเทศกาลวันหยุดปีใหม่ อย่างที่เกริ่นคือเป็นฤดูหนาวและช่วงหิมะ เราผ่าน Edmontonเมืองหลวง อัลเบอร์ต้าขึ้นไปทางตะวันตกเฉียงเหนือและตรงไปเส้นทางเหนือสุด ผ่านเมืองต่างๆ และหมู่บ้านมากมายจนเลยเข้าเขตจังหวัด บริติชโคบัมเบียผ่านเมืองหลักๆอย่าง Pouce Coupe ,Dawson Creek ,Taylor เพื่อปลายทางคืนแรกที่ Fort St. John โดยตลอดเส้นทางกับอุณหภูมิ ลบ 15-18 องศาเซนเซียส อากาศสลัวๆ บางช่วงมีแดด ดวงอาทิตย์ขึ้นลงในระดับ 30-40 องศา เป็นปกติทางขั้วโลกเหนือ หน้าหนาว 4 โมงเช้าเห็นแสงแดด 4 โมงเย็นก็มืดแล้ว คืนแรกเจอ ลบ 26 พอรุ่งเช้ากับเส้นทางต่อไปเจอลบ 30 องศา เส้นทางนี้เป็นเขตตอนเหนือจังหวัด British Columbia เป็นแนวเทือกเขา ร็อกกี้พาดผ่าน ผู้คนอาศัยเบาบาง ชุมชนจะอยู่ห่างกันมาก จุดหมายคืนที่สองของเราคือ Watson Lake เมืองเล็กๆที่ซุกซ่อนอยู่ระหว่างเส้นทาง ประชากรประมาณ หกร้อยกว่าคน ตลอดเส้นทางแม้โชคดีไม่เจอหิมะลงแต่เราก็ได้พบร่องรอย พายุหิมะก่อนหน้าที่จะมาถึง สองข้างทางเป็นป่าสีขาว ต้นสนที่ถูกเกาะด้วยเกล็ดหิมะรูปทรงแปลกตา สวยมาก วิวพาโนรามาแนวเทือกเขา โอ…พระเจ้า ดินแดนสวรรค์ ทุกอย่างขาวโพลนไปหมด โดยเฉพาะช่วงStone Mountain Provincial Park ภูเขาสูง ทะเลสาบน้ำแข็งทอดตัวยาวตามแนวเขา จุดนี้เป็นอีกหนึ่งไฮไลน์ที่ท่องเที่ยวหน้าร้อน สวยสุดที่จะบรรยาย และในช่วงเช้าวันที่สามยังอยู่ที่ลบ 30 องศา ต้นไม้สีขาวนึกถึงนิทาน สโนไวท์ขึ้นมาทันที ว่าภาพในนิทานนั้นคือมีจริง ระหว่างเส้นทางเรารู้จัก Post Signs Forest ป่าสัญญลักษณ์จากเมืองต่างๆที่นักเดินทางนำมาติดไว้เพื่อแสดงว่าเขาได้มาถึงที่นี่ด้วยระยะทางแสนไกล บางคนเดินทางกว่า สี่ห้าพันกิโลเมตร กว่าจะมาถึงดินแดนนี้ เราตัดสินใจหยุดลุยทะเลหิมะ ( ต้องบอกว่า ทะเลเพราะหิมะสูงเลยเข่า)เพื่อเก็บภาพความทรงจำ เสียดายไม่มีป้าย Thailand ไปด้วย ความรู้สึกที่ไม่เคยลืมคือ เพียงแค่ห้านาที ที่ลุยดงหิมะรู้สึกปวดไปถึงกระดูก เมื่อเริ่มเข้าเขต Yukon ผ่านหมู่บ้าน Teslin เป็นอีกจุดแวะพัก ทะเลสาบ และสะพานข้ามสวยมาก ในระหว่างรอยต่อ บริติช โคลัมเบียกับ ยูคอน เราโชคดีได้เจอวัวป่าไบซันฝูงใหญ่ริมข้างทางกำลังมุดหิมะหากิน และยังได้เห็นเจ้าสุนัขจิ้งจอก Fox ตัวเป็นๆอีก
สองคืนที่ปลายทาง Whitehorse มีไฮเวย์ไป อลาสก้า ในฐานะเมืองหลวงกับประชากร สองหมื่นห้าพัน คน ทุกอย่างจึงรวมอยู่ที่นี่ เรามีโอกาสสำรวจ วิถีชีวิตผู้คน วัฒนธรรมความเป็นอยู่ ชมพิพิธภัณฑ์ ชมโรงงานผลิตเบียร์ท้องถิ่น (ชิมจนเมา) ผู้คนส่วนมากจะมาจากต่างถิ่น และน่าแปลกใจ 60 % เป็นคนสัณชาติเอเชีย นอกจากนั้นก็เป็นชนเผ่าคั้งเดิม ชนกลุ่มแรก อะบอริจินอล ก่อนที่ชาวยุโรปจะมาถึง สิ่งเดียวที่ผิดหวังคือ อดเห็นแสงเหนือเพราะฟ้าปิด ซึ่งที่นี่ก็สามารถเห็นได้เช่นเดียวกัน เพราะเกิดจากดินแดนขั้วโลกเหนืออยู่ใกล้วงโคจร ดวงอาทิตย์ หน้าหนาววงโคจรอยู่ในระดับ 30-35 องศา จึงเห็นแสงสะท้อนขึ้นมา หลายประเทศที่อยู่ขั้วโลกเหนือจะเห็นได้เช่น นอรเวย์ ไอซ์แลนด์
เส้นทางท้าทายครั้งนี้เราได้เจอหิมะขากลับตลอดเส้นทาง ติดหล่มหิมะเกือบได้กินข้าวลิง แต่ก็เป็นทริปที่ประทับใจที่สุดในครั้งแรกกับ เส้นทางแอดเวนเจอร์แบบนี้ในชีวิตตั้งแต่ใช้ชีวิตที่ประเทศ แคนาดา ความคุ้มค่าคือ ธรรมชาติที่สวยงามหน้าหนาว ป่าและต้นไม้สีขาวที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แน่นอนค่ะโลกไม่กว้างอย่างที่คิด กำไลชีวิตคือการเดินทาง ฉบับหน้ายังพาเที่ยว แคนาดาอยู่นะคะจะเป็นที่ไหน อย่าลืมติดตาม สวัสดีค่ะ

158 total views, 2 views today