“ขอนแก่นพัฒนาเมือง” เมื่อเมืองคือส่วนร่วมของทุกฝ่าย

หากพูดถึง “ขอนแก่น” หลายคนคงนึกถึงภาพของหัวเมืองภาคอีสานของไทยที่มีการพัฒนาที่ก้าวหน้าในภูมิภาค เมืองที่เป็นแหล่งของสถาบันการศึกษาขึ้นชื่อ เต็มไปด้วยสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิต ที่สำคัญล่าสุด เมืองขอนแก่นยังได้ขึ้นเป็น “โมเดลการพัฒนาเมือง” ที่สำคัญให้กับจังหวัดอื่นๆ ทั้งในจังหวัดใกล้เคียง แต่จังหวัดในภูมิภาคอื่น ที่ต้องขอมาศึกษาดูงานการโมเดลการพัฒนาเมืองแห่งนี้
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของจังหวัดขอนแก่นนั้น อาจไม่ใช่เพียงการพัฒนาที่เป็นรูปธรรมอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะระบบการขนส่งคมนาคมที่เน้นความสุขและสะดวกสบายของพลเมืองชาวขอนแก่นเป็นหลัก แต่คือโมเดลในการร่วมมือร่วมใจกันพัฒนาเมืองของผู้คนหลายส่วนฝ่าย ที่ไม่ได้มีเพียงภาครัฐทำหน้าที่เป็นตัวตั้งตัวตีแต่ฝ่ายเดียว คุณกมลพงษ์ สงวนตระกูล และคุณกังวาน เหล่าวิโรจนกุล 2 ตัวแทนนักบริหารจาก “กลุ่มขอนแก่นพัฒนาเมือง รุ่นที่ 2” ได้ร่วมพูดคุยกับเรา ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการก่อตั้งกลุ่มฯ ความคิดร่วมกันที่จะพัฒนาเมือง ความกล้าที่จะเสี่ยงกับปัญหาและอุปสรรคระดับจังหวัดมากมาย ไปจนถึงการแสวงหาแนวทางร่วมกันที่จะแก้ไขและพัฒนาเมืองให้ได้อย่างยั่งยืน เพื่อส่งมอบเมืองที่พัฒนาแล้ว เมืองที่น่าอยู่ และเมืองที่เจริญเติบโต ให้เป็นมรดกตกทอดแก่ลูกหลานคนขอนแก่นต่อไปในอนาคต

จุดเริ่มต้นของกลุ่มขอนแก่นพัฒนาเมืองเกิดขึ้นได้อย่างไร มีภาคส่วน หรือหน่วยงานใดที่มีส่วนร่วมกับทางกลุ่มบ้าง
คุณกมลพงษ์ สงวนตระกูล – เริ่มจากความคิดของกลุ่มบริษัทในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นที่รวมตัวกัน 20 บริษัท จัดตั้งและจดทะเบียนเป็น บริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง จำกัด (KKTT) โดยมีเป้าหมายอยากส่งต่อเมืองขอนแก่นที่มีการพัฒนาให้กับคนรุ่นต่อๆ ไป เพราะเราเชื่อว่าการพัฒนาของประเทศไทยส่วนใหญ่จะมาจากส่วนกลาง แต่คนที่รู้จักปัญหาที่สุดคือคนในท้องถิ่น ซึ่งในต่างประเทศที่พัฒนาแล้ว ส่วนใหญ่การพัฒนาพื้นที่เหล่านี้ก็มาจากท้องถิ่น จึงมีความคิดอยากให้คนในท้องถิ่นสามารถยืนได้ด้วยตัวเอง และเป็นการลดภาระการสนับสนุนและช่วยเหลือต่างๆ จากส่วนกลาง อันเป็นที่มาของกลุ่มพัฒนาเมือง

วิธีการทำงานหรือโปรเจ็กต์ที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ของทางกลุ่มฯ
คุณกังวาน เหล่าวิโรจนกุล – โปรเจ็กต์ที่ดำเนินการอยู่จะเป็นการทำงานร่วมกัน ทั้งส่วนปกครองท้องถิ่น ส่วนของจังหวัด และภาคการศึกษา มหาวิทยาลัยต่างๆ ในจังหวัดขอนแก่น การจัดตั้งบริษัทฯ ขึ้นมาก็เพื่อให้เราได้ทำหน้าที่ขับเคลื่อนในส่วนของการค้นคว้า หาข้อมูล หรือวิธีการทำงานร่วมกับทางองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ระดับจังหวัด รวมไปถึงการที่จะหาข้อมูลมาซัพพอร์ท การประชุมร่วมกัน ทุกอย่างต้องดำเนินการ แล้วก็ผ่านท่านผู้ว่าราชการจังหวัด และทุกโครงการจะมีการทำงานร่วมกัน
รูปแบบการทำงานของกลุ่มฯ เราจะเรียกกันว่า ‘สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา’ คือทำงานร่วมกันทั้ง 3 ภาค คือภาคประชาสังคมหรือภาคประชาชน ภาครัฐซึ่งก็คือองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัด และภาคการศึกษาที่ช่วยในการทำงานและการขับเคลื่อนโครงการไปได้ โดยโปรเจ็กต์ที่เราดำเนินการอยู่ในปัจจุบันก็คือเรื่องของ ‘ซิตี้บัส’ หรือที่บางคนเรียกว่า ‘Smart bus’ ซึ่งรถบัสเป็นที่เป็นระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ วิ่งอยู่ในเมืองสายหนึ่ง วิ่งอยู่ในมหาวิทยาลัยขอนแก่นอีกสายหนึ่ง มีแอพพลิเคชันที่สามารถดูได้ว่าตอนนี้รถบัสวิ่งอยู่ที่ไหนแล้วเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสาร นอกจากนี้ ก็จะมีเรื่องของศูนย์ประชุมที่ชื่อว่า KICE ที่เราได้มีการขับเคลื่อนแล้วก็มีคนเห็นประโยชน์ และได้สร้างให้มีศูนย์ประชุมระดับชาติเกิดขึ้นที่จังหวัดขอนแก่น อีกเรื่องก็มีระบบรถไฟฟ้ารางเบา ที่เราเร่งขับเคลื่อนจนเกิดบริษัทที่ทางเทศบาลท้องถิ่นจดทะเบียนในชื่อ ‘บริษัท เคเคทีทีขอนแก่นคลาสสิกซิสเต็ม’ ขึ้นมา ซึ่งบริษัทนี้เป็นบริษัทที่ได้สิทธิในการที่จะดำเนินการรถไฟฟ้ารางเบาภายในพื้นที่ของเมืองได้

อะไรที่ทำให้มองเห็นศักยภาพในการรวมกลุ่มกันเองของภาคการศึกษา ธุรกิจเอกชน และภาคประชาชน
คุณกังวาน เหล่าวิโรจนกุล – การรวมกลุ่มกันของทั้งภาคการศึกษา ภาคเอกชน และภาคประชาชน ทำให้เห็นศักยภาพของความร่วมมือของเมืองขอนแก่น ที่ถือว่าเป็นจุดเด่นมาแต่ในอดีต เนื่องจากจังหวัดเราเองไม่มีจุดเด่นด้านอื่น ขอนแก่นไม่ได้เป็นเมืองที่มีสถานที่ท่องเที่ยวฮิต ไม่ได้เป็นเมืองนิคมอุตสาหกรรม ไม่ได้มีการส่งเสริมเป็นพิเศษแต่อย่างใด ทำให้เราเติบโตด้วยความร่วมมือกันจริงๆ เป็นสิ่งที่สร้างศักยภาพ และกลายเป็นจุดแข็งมากขึ้นหลังจากที่เราได้เริ่มตั้งบริษัท แล้วก็ทำให้ช่วยสร้างความร่วมมือตรงนี้ได้ชัดเจนมากขึ้น โดยการเพิ่มในส่วนความร่วมมือขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคจังหวัดเข้ามา ก็ถือเป็นจุดที่ทำให้เราทำอะไรแล้วมีความคล่องตัวมากขึ้น

ความท้าทายในการทำงานเพื่อผลักดัน Smart City ให้เกิดขึ้นจริง
คุณกมลพงษ์ สงวนตระกูล – ท้าทายหลายอย่าง แต่ที่สุดคือจะทำยังไงถึงจะเกิดความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนขอนแก่นในทุกภาคส่วน นี่คือความท้าทายอย่างยิ่งใหญ่ เพราะว่าปัจจุบันทุกๆ คนก็จะเดินแยกกัน อย่างส่วนราชการก็เดินแบบราชการ มีโปรเจ็กต์แบบราชการ เอกชนก็จะเดินของเอกชน ภาคศึกษาก็เดินการศึกษา ประชาชนก็เดินของประชาชน คือต่างคนต่างเดินอย่างที่เราไม่เคยมาคุยกัน เดินกันไปคนละทิศคนละทาง ทำให้ทุกคนเสียแรง และเกิดการต้านแรงกัน ทำให้จังหวัดไม่ได้เคลื่อนไปในทิศทางหรือความเร็วที่ถูกต้อง
ความท้าทายก็คือการรวมตัวกัน สิ่งที่ทางกลุ่มฯ ได้ทำก็คือการเป็นผู้ประสานงาน กับทั้งทางภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานต่างๆ ในอนาคตจะมีโปรเจ็กต์อะไรกับขอนแก่น เป็นต้น ซึ่งหน่วยงานที่เราต้องทำงานด้วยก็มีตั้งแต่สภาธนาคาร ธนาคารแห่งประเทศไทย เอสเอ็มอีต่างๆ หอการค้าจังหวัด สภาอุตสาหกรรมจังหวัด มหาวิทยาลัยในจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียง นอกจากนี้ก็ยังมีภาคประชาชน ทั้งกลุ่มเอ็นจีโอหรือแอคทีฟ ซิติเซ็น ที่เราต้องไปคุยว่าแต่ละกลุ่มมีโปรเจ็กต์อะไร แล้วเราจะมาเป็นคนกลางในการรวบรวมข้อมูลทุกอย่างเพื่อมาทำแผน Smart City ที่มาจากทุกภาคส่วนที่กล่าวมาทั้งหมดจริงๆ ทั้งนี้ก็เพื่อทำให้เห็นภาพว่า ขอนแก่นจะเดินไปอย่างไร โดยได้รับความร่วมมือกันทั้งภาคประชาชน ภาคราชการ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ผมว่าจุดนี้มีพลังเป็นอย่างมากครับ เพราะถ้าทุกคนเห็นภาพสุดท้ายเดียวกันว่าจังหวัดของเราจะเดินไปตรงไหน มันจะมีพลังที่ทุกคนจะมุ่งไปสู่ทางเดียวกันได้มากขึ้น นี่คือความท้าทายซึ่งตัวอย่างความท้าทายที่เกิดขึ้นในการที่ทำงานโปรเจ็กต์รถไฟฟ้ารางเบา ซึ่งมีผลกระทบกับรถสองแถวมากที่สุด แต่เราไม่ต้องการให้การมีสิ่งใหม่เกิดขึ้นแทนที่แล้วสิ่งเก่าต้องตายไป เพราะคงไม่ถือว่าเป็น “Smart City” แต่เราเชื่อว่าทุกคนต้องอยู่ร่วมกันได้ จึงเกิดการ ‘โสเหล่’ หรือการพูดคุยหากข้อสรุปกันกับรถสองแถว เพื่อหาจุดร่วมประสานจุดต่างให้ลงตัว

ความแตกต่างในวิธีการทำงานของแต่ละภาคส่วนเป็นอย่างไร
คุณกังวาน เหล่าวิโรจนกุล – มีหลายส่วน ก็ต้องเข้าใจรูปแบบการทำงานของแต่ละภาคส่วนที่จะไปร่วมมือ แล้วเข้าไปช่วยเสริมในส่วนที่ขาดไป อย่างในเรื่องของกระบวนการการทำงานหรือความคล่องตัวเป็นสิ่งที่มีความแตกต่าง แต่พอเราเข้าใจกับหน่วยงานหรือกับคนที่เราเข้าไปประสานด้วยแล้ว มันก็ทำให้เกิดความร่วมมือได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของความชัดเจนในวัตถุประสงค์ที่เข้ามาร่วมถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ถ้าเราสามารถอธิบายให้เห็นได้ว่าสิ่งที่ทำ ทำไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวมและสิ่งที่จะเกิดขึ้นคืออะไรบ้าง ถ้าสร้างความเข้าใจตรงนี้ได้ ก็จะทำให้การประสานงาน ไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชน ภาคประชาสังคม หรือทั้งภาคส่วนของการปกครองส่วนท้องถิ่น ก็จะมีความชัดเจนและทำงานร่วมกันได้

การเป็น “ขอนแก่นโมเดล” ให้กับการทำงานของจังหวัดอื่นๆ
คุณกมลพงษ์ สงวนตระกูล – บางมุมก็ดีใจ บางมุมก็รู้สึกหนักใจ ท้อใจ เป็นกังวลหลายอย่างครับ มีคนชอบ ก็ต้องมีคนไม่ชอบ มีคนรัก ก็มีคนไม่รัก แต่เราก็ยึดเป้าหมายที่หนักแน่น ที่อยากเห็นสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้นในจังหวัด การทำงานอยู่ตรงนี้เรียกว่ามีทั้งคนเชียร์ และคนไม่เชียร์ แต่เราคิดว่าจุดประสงค์ของเรา เป้าหมายของเรามันยิ่งใหญ่ นอกเหนือเกินกว่าที่ความรู้สึกตรงนั้นมันจะทำให้เราสั่นคลอนได้ เราก็อยากจะอยู่จังหวัดนี้ แล้วก็เห็นมันโตต่อไป มีคำชมก็ดี คำติชมก็นำมาปรับใช้ เพื่อเป็นกำลังใจในการทำงานต่อไป และได้ส่งมอบจังหวัดนี้ให้กับคนรุ่นต่อไปได้ในอนาคต
คุณกังวาน เหล่าวิโรจนกุล – ความร่วมมือของทุกภาคส่วนต้องมีการเปิดใจฟังในทุกมิติ มีการพูดคุย คิดหาไอเดียของแต่ร่วมกัน และสามารถเป็นตัวอย่างให้จังหวัดอื่นนำไปปรับใช้เพื่อพัฒนาต่อได้ ทำให้ประเทศของเราก้าวไปเร็วขึ้น
คุณกมลพงษ์ สงวนตระกูล – อย่างภูเก็ตพัฒนาเมือง หรือเชียงใหม่พัฒนาเมือง ต่างก็ไม่ใช่คู่แข่ง แต่คือพันธมิตร ที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ มีแนวคิดร่วมกัน ตั้งใจอยากเห็นแต่ละเมืองในประเทศไทยเกิดการพัฒนาเมืองร่วมกัน แต่ก็ต้องยอมรับกับคำว่า “เมกะโปรเจ็กต์” หรือรถไฟรางเบาขนส่งมวลชนที่ย่อมมาพร้อมกับคำว่าเอื้อประโยชน์ ผลประโยชน์ นายทุนหรือเปล่า อันนี้ก็ต้องยอมรับ เพราะการพัฒนาเมืองมีผลกระทบกับนักธุรกิจรถยนต์บ้าง แต่หากการพัฒนาเมืองใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ธุรกิจรถยนต์ก็จะโตตามไปด้วยเช่นกัน ก็ต้องมาดูว่าประโยชน์ที่ได้รับนั้นยั่งยืนกับทุกฝ่ายด้วย

เหตุใดจึงคิดว่าการพัฒนาเมืองเป็นเรื่องสำคัญ และทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาเมืองร่วมกันได้อย่างไร
คุณกังวาน เหล่าวิโรจนกุล – เป้าหมายของเราก็คือการส่งมอบเมืองที่น่าอยู่ ที่เจริญเติบโต ให้กับลูกหลานคนขอนแก่นต่อไปในอนาคต แต่ก่อนทุกคนจะย้ายเข้าไปที่กรุงเทพฯ หรือไปที่ส่วนกลางกันหมด ในต่างจังหวัดเองก็ไกลถิ่นฐาน แต่ถ้าเมืองขอนแก่นเรามีสภาวะแวดล้อมที่ดี มีงานที่ดี ทุกคนก็สามารถทำงานที่จังหวัด ได้อยู่ใกล้บ้าน อยู่ใกล้ครอบครัว ปัญหาสังคมต่างๆ ก็จะน้อยลง ดังนั้นคนรุ่นหลังจึงถือเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาเมืองให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น เราเพียงต้องการพัฒนาโครงสร้างของเมืองให้มีคุณภาพ เพื่อรองรับให้คนรุ่นหลังอยู่แล้วมีความสุข การจะเป็น“Smart City” ในความหมายของเรา เป้าหมายคือคำว่าความสุขที่ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะฉะนั้นถ้าทุกคนต้องการมีความสุข ทุกคนก็สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการทำความเข้าใจ เปิดใจ และรับฟังในสิ่งที่จะพัฒนาต่อไปร่วมกันได้

ความต้องการและเป้าหมายในอนาคตของทางกลุ่มฯ
คุณกมลพงษ์ สงวนตระกูล – เป้าหมายในอนาคตก็คือการส่งต่อให้กับรุ่นต่อไป ผมอยากเห็นเมืองที่ยืนได้ด้วยตัวเอง อยากให้ทุกคนเปิดใจรับฟัง อาจจะยังไม่เห็นด้วยกับวิธีการทำงาน แต่อยากให้หาช่องทางที่ลงตัวกับความต้องการของทุกส่วน ซึ่งก็ต้องพยายามทำให้ดีที่สุด เพราะเราเชื่อว่า ถ้าทุกคนอยากเห็นขอนแก่นไปในทางเดียวกัน แต่วิธีการอาจจะต่างกัน หากมีการพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เปิดใจรับฟังโดยไม่มีอคติต่อกัน การมีส่วนร่วม ก็จะทำให้ขอนแก่นเป็นเมืองที่น่าอยู่ได้ในอนาคต

//Creative Ingredient//Smart City ในแบบของกลุ่มขอนแก่นพัฒนาเมือง
คุณกังวาน เหล่าวิโรจนกุล – Smart City ของขอนแก่น โครงสร้างมี 6 ด้าน คือ Smart Mobility, Smart Living, Smart Economy ,Smart Citizen, Smart Governance และ Smart Environment แต่ความแตกต่างคือเราจะมองโครงสร้างก่อนที่จะมาเป็น Smart City เช่น ระบบขนส่งมวลชน ซึ่งไม่ใช่เติบโตเฉพาะระบบไอทีด้านเดียว แต่ปัจจัยหลักที่จะทำให้ประชาชนมีความสุขได้ คือเรื่องของการเดินทางและที่อยู่อาศัย และใช้เทคโนโลยีเป็นปัจจัยเสริม หากเป็นเมืองที่ทันสมัย แต่เกิดปัญหารถติด ย่านธุรกิจแออัดอยู่ที่เดียว ประชาชนก็จะหาความสุขไม่ได้ จึงเล็งไปที่การวางผังเมืองด้วยระบบขนส่งมวลชน ระบบขนส่งสาธารณะ ไฟฟ้ารางเบา สมาร์ทบัส สมาร์ทสองแถว ที่กำลังขับเคลื่อนเพื่อสร้างเป็นโครงข่ายเพื่อให้เข้ากับการใช้ชีวิตของคนเมืองสะดวกมากยิ่งขึ้น

โปรเจ็กต์ประทับใจที่ได้ลงมือทำร่วมกัน
โปรเจ็กต์ City bus ก่อนจะไปเป็นระบบรถไฟฟ้ารางเบาในอนาคต จากการลงพื้นที่หาข้อมูลจริงจากผู้ที่เดินทางถึงปัญหาของระบบขนส่งมวลชน เราได้นำมาพัฒนาเป็นแอพฯ ติดระบบจีพีเอสที่รู้พิกัดของรถที่จะมาถึงได้ และยังมีการติดตั้งกล้อง CCTV ในรถจำนวน 3 จุด เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ สุดท้ายเรื่องของความเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชน ในอนาคต Smart bus จะเป็นจุดเชื่อมต่อของรถไฟฟ้ารางเบา หรือการขนส่งที่มาจากกรุงเทพฯ และจังหวัดต่างๆ เช่น รถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง เครื่องบิน จะมีความสะดวกสบายในความเชื่อมต่อในอนาคต

การประสานความร่วมมือระหว่างรัฐ-เอกชน
คุณกังวาน เหล่าวิโรจนกุล – ทางกลุ่มฯ ยินดีและพร้อมรับการสนับสนุนจากทุกหน่วยของภาครัฐ เพื่อจะพัฒนาเมืองขอนแก่นให้เข้าสู่ Smart City เช่นเดียวกับหากนักธุรกิจต้องการร่วมมือเพื่อสร้างมูลค่าแบรนด์ให้แข่งขันกับต่างประเทศได้ ก็สามารถมาร่วมไม้ร่วมมือกันเพื่ออนาคตที่สดใสของเมืองขอนแก่นต่อไปครับ

88 total views, 2 views today