เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เเละถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในมหามงคลสมัยที่รัชกาลที่ 10 เสด็จขึ้นครองราชย์

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2562: ขอนแก่น – เอสซีจี ร่วมกับกองทัพบก และเครือข่ายจิตอาสา ส่งมอบถังเก็บน้ำผลิตด้วยวัสดุพอลิเมอร์ “เอลิเซอร์” ของเอสซีจี ให้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นจำนวน 50 ถัง และให้กับชุมชนรอบโรงงานบริษัทฟินิคซ พัลพ แอนด์ เพเพอร์ จำกัด (มหาชน) อำเภอน้ำพอง และอำเภออุบลรัตน์ รวมจำนวนทั้งหมด 68 ถัง เพื่อช่วยเหลือเเละบรรเทาภัยแล้งระยะเร่งด่วนแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรม “เฉลิมราชย์ราชา จิตอาสาบรรเทาภัยแล้ง” ร่วมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เสด็จขึ้นครองราชย์ พร้อมเชิญชวนจิตอาสาระดมพลังสร้างฐานติดตั้งถังเก็บน้ำจากวัสดุรีไซเคิลที่เหลือจากการก่อสร้าง ซึ่งออกแบบโดยทีมงานเอสซีจี ให้สอดคล้องกับแนวทาง SCG Circular Way หรือการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุด และนำกลับมาใช้ใหม่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด สำหรับประชาชนที่สนใจเข้าร่วมเป็นจิตอาสาในโครงการ “เฉลิมราชย์ราชา” สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.scg.com/volunteerproject

นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า “การส่งมอบถังเก็บน้ำจำนวน 50 ใบ เพื่อบรรเทาภัยแล้งระยะเร่งด่วน ให้กับประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักในจังหวัดขอนแก่นให้มีภาชนะกักเก็บน้ำสำหรับอุปโภค-บริโภคในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม “เฉลิมราชย์ราชา จิตอาสาบรรเทาภัยแล้ง” ที่เอสซีจี เครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน และจิตอาสา น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายราชสดุดี เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เสด็จขึ้นครองราชย์ โดยถังเก็บน้ำขนาด 2,000 ลิตร ผลิตด้วยวัสดุพอลิเมอร์ “เอลิเซอร์” นวัตกรรมของเอสซีจีที่แข็งแรง ทนทาน สีไม่ลอก ปราศจากตะไคร่น้ำ สารตะกั่ว ปรอท สารหนู และกลิ่นไม่พึงประสงค์ จึงปลอดภัยต่อการอุปโภคบริโภคของชุมชน โดยได้รับความร่วมมือจากกองทัพบกในการบรรทุกน้ำมาเติมให้เต็มถังในทุกพื้นที่
นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำฐานติดตั้งถังเก็บน้ำจากวัสดุรีไซเคิลที่เหลือจากการก่อสร้าง ซึ่งออกแบบโดยทีมงานเอสซีจีให้สอดคล้องกับแนวทาง SCG Circular Way หรือการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุด และนำกลับมาใช้ใหม่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเครือข่ายจิตอาสา ชุมชนในพื้นที่ และพนักงานเอสซีจีร่วมกันดำเนินการ”


พลตรีสมชาย ครรภาฉาย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 23 กล่าวว่า “กองทัพบก
มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมโครงการ ”เฉลิมราชย์ราชา จิตอาสาบรรเทาภัยแล้ง” เพราะกองทัพบกเป็นหน่วยงานด้านความมั่นคงที่มีทั้งกำลังพล เครื่องมือ และยานพาหนะ สามารถร่วมช่วยเหลือประชาชนได้ครอบคลุมในทุกจังหวัดที่ประสบภัยแล้ง โดยมีหน่วยทหาร พร้อมรถบรรทุกน้ำจุ 6,000 ลิตร จำนวน 1,000 คัน ที่จะไปเติมน้ำใส่ถังของเอสซีจี ซึ่งจะไปติดตั้งในพื้นที่ต่างๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนผ่านวิกฤตภัยแล้งนี้ไปได้ ตามเจตนารมณ์ของกองทัพบกที่พร้อมช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในเหตุการณ์ภัยพิบัติต่างๆ ร่วมกับส่วนราชการ ภาคเอกชน และพี่น้องประชาชนจิตอาสา จึงถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างสูงที่ทำให้พี่น้องประชาชนได้คลายความทุกข์มากว่า 20 ปี นอกจากจะจัดรถบรรทุกน้ำไปเติมให้กับชุมชนที่ประสบภัยแล้ว กองทัพบกยังยินดีที่จะจัดกำลังพลจิตอาสาไปจัดสร้างฐานที่ตั้งของถังน้ำร่วมกับจิตอาสาภาคส่วนต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนด้วย”

ด้านนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า “สถานการณ์ภัยแล้งในจังหวัดขอนแก่น เริ่มส่งผลกระทบต่อชาวบ้านในพื้นที่ 10 อำเภอ 10 หมู่บ้าน สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนกว่า 2,300 ครัวเรือนของขอนแก่นแล้ว ส่วนใหญ่เกิดจากไม่มีน้ำเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค
ซึ่งที่ผ่านมา ทางจังหวัดฯ ได้แจกจ่ายน้ำสะอาดช่วยเหลือประชาชนไปแล้วหลายพื้นที่ แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน เชื่อมั่นว่า ถังเก็บน้ำจากเอสซีจี และน้ำจากกองทัพบก รวมถึงพลังจากจิตอาสาที่มาร่วมด้วยช่วยกันในครั้งนี้ จะช่วยแก้ปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนในระยะเร่งด่วน ตลอดจนเป็นกำลังใจให้แก่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งได้ให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขต่อไป”

เอสซีจี ยังคงมุ่งมั่นสร้างเครือข่ายจิตอาสาทั่วประเทศ โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของชุมชนและภาคีเครือข่ายเป็นหัวใจสำคัญ พร้อมเชิญชวนทุกภาคส่วนให้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “เฉลิมราชย์ราชา” ผ่านการดำเนิน 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่ กิจกรรม “เฉลิมราชย์ราชา จิตอาสาบรรเทาภัยแล้ง” กิจกรรม “เฉลิมราชย์ราชา จิตอาสารักษ์น้ำ” และกิจกรรม “เฉลิมราชย์ราชา จิตอาสาพัฒนาโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชทั่วไทย” เพื่อสร้างพลังที่เข้มแข็ง อันจะนำไปสู่การผลักดันสังคม และชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถพึ่งพาตนเองได้ ซึ่งช่วยขับเคลื่อนประเทศให้เกิดความยั่งยืน และสร้างโลกที่น่าอยู่สำหรับคนรุ่นต่อไป

63 total views, 1 views today